ธุรกิจ 7 ไอเดียมาแรง เทรนด์ที่น่าสนใจในอนาคต

นับว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง สำหรับการทำ ธุรกิจ เพราะวิถีการใช้ชีวิต ของมนุษย์ในปัจจุบัน มนุษย์ได้วิวัฒนาการ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากยุคแห่งการล่าสัตว์ พัฒนามาสู่ยุคแห่งการเกษตร จนถึงยุคที่คิดว่าน่าจะดีที่สุด ทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้สะดวกอย่างมากที่สุด ก็คือยุคแห่งอุตสาหกรรม ที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในด้านการทำธุรกิจ แต่เดี๋ยวในเมื่อมนุษย์ที่นับได้ว่า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมา ทำให้อุตสาหกรรมที่ว่า เป็นสิ่งสุดท้ายที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว ยังต้องถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่

นับว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง สำหรับการทำ ธุรกิจ เพราะวิถีการใช้ชีวิต ของมนุษย์ในปัจจุบัน มนุษย์ได้วิวัฒนาการ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากยุคแห่งการล่าสัตว์ พัฒนามาสู่ยุคแห่งการเกษตร จนถึงยุคที่คิดว่าน่าจะดีที่สุด ทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้สะดวกอย่างมากที่สุด ก็คือยุคแห่งอุตสาหกรรม ที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในด้านการทำธุรกิจ แต่เดี๋ยวในเมื่อมนุษย์ที่นับได้ว่า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมา ทำให้อุตสาหกรรมที่ว่า เป็นสิ่งสุดท้ายที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว ยังต้องถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่

เพราะในยุคนี้ และอนาคต มนุษย์ก็ยังไม่หยุดคิด เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะให้ชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด จนมาถึงตอนปัจจุบันนี้ และในอีกอนาคตข้างหน้า ทุกอย่างที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น จะถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ ที่เรียกว่า AI (Artificial Intelligence) เพราะฉนั้นสิ่งเดิมๆ ก็จะถูกกลืนกินค่อยๆหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ แบบที่มนุษย์เองก็แทบไม่รู้ตัว

แต่ว่าก็ไม่ได้หมายถึง ทุกอย่างจะถูกแทนที่ไปด้วย AI ทั้งหมด ณ ปัจจุบันนี้ แต่หากว่าในอนาคตก็ไม่แน่ เพราะมนุษย์ช่างมีความสามารถที่เฉลียวฉลาด มากเหลือเกิน ถึงอย่างไรก็ตาม การปรับตัวการใช้ชีวิต ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องคำนึง และให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะไม่อย่างนั้น ก็จะทำให้คุณล้มเหลว ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้เช่นกัน

และแน่นอนว่า ในยุคนี้คงไม่มีใครที่ไม่อยากจะมีธุรกิจ เป็นของตัวเอง หากคุณกำลังมองหาธุรกิจ ที่มีความเป็นไปได้ แล้วจะทำให้ประสบความสำเร็จ ลองดูว่าธุรกิจที่กำลังจะกล่าวถึง มีธุรกิจไหนที่ทำให้คุณสนใจได้บ้าง

10 ธุรกิจอิสระ ที่มาแรง

1.ธุรกิจการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ ทุกคนทั่วโลกแสวงหา และกลุ่มนักท่องเที่ยวนี่แหละ ที่เป็นกลุ่มทำเงินได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

2.ธุรกิจการขนส่ง เนื่องจากว่าปัจจุบัน การซื้อขายสินค้าในโลกออนไลน์ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน ทุกคนเริ่มหันมาใช้จ่ายออนไลน์ มากขึ้นเพราะสะดวก ราคาถูก มากกว่าไปหาซื้อในร้าน หรือ ห้างสรรพสินค้า จึงทำให้ธุรกิจการขนส่ง พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

3.ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ถ้าเทียบกันในปัจจุบันนี้ มีคนหลายกลุ่มเริ่มที่จะไม่เดินห้าง หรือไปซื้อของตามร้านค้ากันแล้ว เพราะมีช่องทางออนไลน์ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว มากกว่า อีกทั้งยังมีสินค้าให้เลือกได้หลากหลาย

4.ธุรกิจงานอดิเรก จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ ผู้คนจะให้ความสนใจ กับการออกไปทำกิจกรรมยามว่าง นอกบ้านกันมากขึ้น จึงทำให้กลุ่มธุรกิจนี้ กำลังเป็นที่นิยมมากเลยทีเดียว

5.ธุรกิจเฉพาะกลุ่ม การให้บริการ หรือขายสินค้าเฉพาะเจาะจงกลุ่มคน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาล ให้กับกลุ่มนักธุรกิจมากเลยทีเดียว เช่น เกี่ยวกับจักรยาน หญิงตั้งครรภ์ การออกกำลังกาย ฯลฯ เป็นต้น



6.ธุรกิจการฝึกทักษะ อย่าเข้าใจผิด เพราะไม่ได้หมายถึงโรงเรียนสอนพิเศษ เพราะโลกแห่งอนาคต คงเต็มไปด้วยผู้ที่มีความรู้ ไม่ว่าใครๆก็มีความรู้ และศึกษาได้เองทั้งนั้น ปัจจุบันแหล่งความรู้ที่ดี ก็ต้องยกให้พี่ Google ไปเลย แต่การมีทักษะเฉพาะทางต่างหาก ที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะสร้างความพิเศษให้ตัวบุคคล ที่จะเชี่ยวชาญไปทางด้านใดด้านหนึ่ง

7.ธุรกิจด้านการแพทย์และความงาม เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากรูปร่างหน้าตาดีแล้ว ก็สามารถทำให้ ต่อยอดพัฒนาทางด้านธุรกิจ หรือด้านอื่นๆ เพิ่มต่อไปได้อีก เช่น คลินิคเสริมความงาม ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ฯลฯ เป็นต้น

หากว่าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ต้องการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรอยู่ก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นั้นผิด หรือไม่ดี เพียงแต่ว่าเราจะนำส่ิงนั้นๆ มาประยุกต์ปรับเปลี่ยนยังไง เพื่อให้เข้ากับสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันและอนาคต เพราะว่าสิ่งที่คุณรู้ คนอื่นเขาก็อาจจะรู้เหมือนกัน แล้วคุณจะสร้างสิ่งไหนหล่ะ ที่ให้มันแตกต่าง โดดเด่น และดีกว่า

หาเงิน ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน อันตรายเสี่ยงต่อชีวิตมากถึง 80%

คนส่วนใหญ่ ให้ความสนใจ และใส่ใจในการ หาเงิน ทำงานมากที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช้เรื่องแปลก เพราะถ้าหากคุณไม่ทำงาน คุณก็ไม่มีเงิน ไม่สามารถดำเนินชีวิต อยู่บนโลกนี้ได้

คนส่วนใหญ่ ให้ความสนใจ และใส่ใจในการ หาเงิน ทำงานมากที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้าหากคุณไม่ทำงาน คุณก็ไม่มีเงิน ไม่สามารถดำเนินชีวิต อยู่บนโลกนี้ได้แต่คุณลืมนึกไปหรือเปล่าว่า การทำงาน ที่มากเกินไปของคุณ ก็กำลังบั่นทอนชีวิต ของคุณอยู่เช่นกัน

แน่นอนว่าคุณได้เงิน ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วคุณเคยสงสัยบ้างไหม ว่าชีวิตที่ดีคืออะไร คือเงินใช่ไหม ที่เป็นคำตอบ…? แท้ที่จริงแล้ว ขณะที่คุณทำงาน มากเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน มันเป็นการ ใช้ร่างกายทำงาน มากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ซึ่งกำลังเป็นการทำลาย ให้ชีวิตของคุณ เหลืออยู่บนโลกนี้น้อยลง มีชีวิตที่สั้นลงเรื่อยๆ

มีหลายคนบอกว่า เงินทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ทำให้ สุขภาพร่างกาย ดีขึ้น มันก็ใช่ ในเรื่องของการใช้เงิน ซื้อความสุข หรือ ซื้ออาหารเสริมบำรุงต่อร่างกาย แต่อย่าลืมนึกว่า มันทดแทนกับการที่ ร่างกายถูกทำลายลง ไปอย่างรวดเร็ว แบบที่คุณไม่รู้ตัว ที่เงิน หรือ อาหารเสริมชนิดใด ก็ไม่สามารถทดแทนได้เช่นกัน

มาดูกันเลยว่า การทำงานที่คุณใช้ชีวิตทั้งชีวิต ทุ่มเทไปกับมัน ส่งผลทำลายสุขภาพจิตใจ และร่างกายของคุณ ได้อย่างไร มาจากสาเหตุไหน ที่ตัวคุณเองอาจ ไม่คาดคิดมาก่อน…?

หาเงิน อันตรายเสี่ยงต่อชีวิต

1. การประชุม

คุณทราบหรือไม่ว่า การทำงาน ที่มีการประชุมบ่อยครั้ง ทำให้สุขภาพร่างกายของคุณ กำลังถูกทำลายลงโดยที่คุณไม่รู้ตัว เพราะทุกครั้งที่มีการประชุม คุณมักเกิดความเครียด และเป็นการบั่นทอนจิตใจ ที่แสดงถึงว่า ทุกครั้งที่ประชุม มักพบกับปัญหา ที่แสดงให้เห็นถึง ความไม่มั่นคง และมักเพิ่มความกดดัน ให้เสมอ

2. หัวหน้างาน

คุณทราบหรือไม่ว่า มากกว่า 70 % ที่พนักงานไม่มีความสุขในการทำงาน มักมีสาเหตุ ที่มาจากหัวหน้างาน ที่มักสร้างความกดดัน และเงื่อนไขมากมาย ในการทำงาน ที่มากเกินไป ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตใจ และความสุขในการทำงาน โดยตรงต่อพนักงาน

3. เพื่อนร่วมงาน

การทำงานในแต่ละองค์กร ถือได้ว่าเพื่อนร่วมงาน มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจ และการทำงาน ได้มากถึง 80 % เลยทีเดียว ที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงาน เพราะทุกคนต้องการ การยอมรับในการทำงาน จากเพื่อนร่วมงาน จึงจะทำให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากที่สุด



4. การทำงานมากเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

มีผลสำรวจพบว่า ผู้ที่ทำงานหนัก มากเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน มีอัตราเสี่ยงต่อชีวิต ได้มากถึง 62 % เลยทีเดียว ที่ทุกคนมักมองข้าม ไปอย่างไม่รู้ตัว

5. อุปกรณ์สำนักงาน

สภาพอากาศในออฟฟิศ ที่คุณคิดว่าปลอดภัย แต่คุณทราบหรือไม่ว่า เป็นสถานที่ทำลายสุขภาพของคุณ ได้มากถึง 80% เลยทีเดียว เพราะเป็นศูนย์รวมของฝุ่น และเชื้อโรคในอากาศ รวมไปถึง สารเคมีทางอากาศ ที่มากับเครื่องพิมพ์เอกสาร

6. การนั่งทำงานติดต่อกัน มากกว่า 4 ชั่วโมง

การที่คุณนั่งทำงาน ติดต่อกันเป็นเวลานาน มากถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน โดยที่ไม่ลุกเดินเลย เป็นความเสี่ยงสูง ของการเกิดโรคหัวใจ และ โรคอ้วน เป็นต้น ที่ส่งผลต่อการทำลายชีวิต ของคุณได้มากถึง 60 %

รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าสิ่งที่ส่งผลทำลาย สุขภาพ และร่างกายของคุณ ที่มาจากการทำงาน แบบที่คุณไม่รู้ตัว มีอิทธิพล ต่อตัวคุณเองมากมายเพียงใด แต่แน่นอนว่าบางสิ่งอาจเป็นเรื่องที่ หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ทุกปัญหาก็ย่อมมีทางออก และทางแก้ไขเสมอ เพียงแค่คุณหันมาสนใจ และให้ความสำคัญ ใส่ใจ กับปัญหาที่คุณละเลยมานานแล้ว เพื่อหาวิธีป้องกัน ให้ไปสู่ในทางที่ดีต่อสภาพจิตใจ และร่างกายของคุณ ได้อย่างเหมาะสม มากที่สุด

ขายของออนไลน์อะไรดี ทำธุรกิจอะไรดี ให้ประสบความสำเร็จ

วันนี้เรามีกลุ่มสินค้า มาแนะนำ ให้เป็นแนวทาง สำหรับเพื่อใช้ ในการพิจารณา หรือ ประกอบการตัดสินใจ เลือกทำธุรกิจของคุณได้ เพราะกลุ่มสินค้าเหล่านี้ มีการสำรวจพบว่า เป็นกลุ่มสินค้า ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในสังคมออนไลน์ และ ทำให้มีรายได้มากถึง 6 – 7 หลัก กันเลยทีเดียว

คำถามของใครหลายคน ที่ต้องการทำธุรกิจ อยากมีธุรกิจ เป็นของตนเอง และ ต้องการให้ประสบความสำเร็จ อย่างรวดเร็ว และ ยั่งยืน แต่ไม่รู้ว่า จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี โดยเฉพาะการทำ ธุรกิจขายของออนไลน์ ที่ไม่รู้ว่าจะ ขายของออนไลน์อะไรดี ให้ประสบความสำเร็จ

เป็นคำถามที่ ไม่กล้าฟันธงว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจ อะไรดี ให้ประสบความสำเร็จ อย่างรวดเร็ว และ ยั่งยืน เพราะการจะประสบความสำเร็จ ในการทำธุรกิจ ทางด้านการค้าขายออนไลน์ หรือ ทำธุรกิจออฟไลน์ ให้ประสบความสำเร็จนั้นย่อมต้องอาศัย ปัจจัยหลายด้าน ประกอบกัน

การไม่ได้ฟันธง ว่าขายของออนไลน์อะไร ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ อย่างรวดเร็ว และ ยั่งยืน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีหนทาง ที่จะขายของออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จได้ นะคะ

วันนี้เรามีกลุ่มสินค้า มาแนะนำ ให้เป็นแนวทาง สำหรับเพื่อใช้ ในการพิจารณา หรือ ประกอบการตัดสินใจ เลือกทำธุรกิจของคุณได้ เพราะกลุ่มสินค้าเหล่านี้ มีการสำรวจพบว่า เป็นกลุ่มสินค้า ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในสังคมออนไลน์ และ ทำให้มีรายได้มากถึง 6 – 7 หลัก กันเลยทีเดียว

ขายของออนไลน์อะไรดี วันนี้เรามีคำตอบ

1. ขายสินค้า ด้านสุขภาพและความงาม

เป็นกลุ่มสินค้า ที่กำลังฮอตฮิต กันมากที่สุด ในโลกออนไลน์ ปัจจุบัน ที่มีทั้งเหล่าบรรดาผู้ซื้อ และผู้ขาย ให้ความสนใจ เป็นอย่างสูง แต่ก็ถือได้ว่า เป็นกลุ่มสินค้า ที่มีการแข่งขันที่รุนแรง เช่นกัน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับ กลยุทธ์ทางการตลาด ที่เหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า จะนำมาใช้กันแล้ว หล่ะค่ะ

เพราะเป็นกลุ่มสินค้า ที่ไม่ว่าใครก็ต้องการ เพราะใครก็ต้องการ มีสุขภาพที่ดี ควบคู่ไปกับรูปร่าง ที่ดูดี ในทุกส่วนของร่างกาย จึงทำให้ ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ

และความงาม ได้รับความนิยม และความสนใจ เป็นอย่างมาก เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวกาย และ สบู่ ฯลฯ เป็นต้น

2. ขายสินค้า ด้านอุปกรณ์ไอที

กลุ่มสินค้าไอที เป็นกลุ่มสินค้า ที่ขายดีในตลาดออนไลน์ เป็นอย่างมาก เพราะมีกลุ่มลูกค้า ที่ให้ความสนใจ และ นิยมซื้อสินค้า จำพวกอุปกรณ์ไอที ทางออนไลน์ เป็นจำนวนมาก เช่น กล้องถ่ายรูป, กล้องติดรถยนต์, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์โทรศัพท์ ฯลฯ เป็นต้น



3. ขายสินค้า กลุ่มสินค้าแฟชั่น

การเลือกขายสินค้า กลุ่มแฟชั่น ถึงแม้ว่าจะเป็นสินค้า ที่มีคู่แข่งขันมาก ก็ตาม แต่ก็ยังเป็นสินค้า ที่ขายดีที่สุด ถึงแม้ว่า จะเป็นสินค้า ที่อาจจะมาเร็วไปเร็ว ที่ทำให้เหล่าบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ต้องเปลี่ยนสินค้า มาขายตลอดก็ตาม เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้าแฟชั่น และ เครื่องประดับแฟชั่น ฯลฯ เป็นต้น

4. ขายสินค้า Handmade

การผลิตสินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์ มีขายชิ้นเดียว ย่อมทำให้เป็นจุดเด่น ของการขายสินค้า ที่ดีเลยทีเดียว เพราะการขายสินค้า Handmade ไม่เพียงแต่ จะขายสินค้า ให้เฉพาะกลุ่มคนไทยเท่านั้น

แต่สินค้าจำพวก งานฝีมือ เป็นสินค้า ที่ชาวต่างชาติ ให้ความสนใจ และ เป็นที่ต้องการ ของชาวต่างชาติ อย่างมากอีกด้วย เช่น กระเป๋าผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้าเย็บด้วยมือ หมวก และ รองเท้า ฯลฯ เป็นต้น

5. ขายสินค้า ของกิน

การเลือกขายสินค้า ประเภทอาหาร ของกิน ฟังดูแล้ว อาจเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ ว่าธุรกิจทางด้านของกินนี้ ทำให้เจ้าของธุรกิจ หลายราย สร้างรายได้ต่อเดือน ได้อย่างเป็นจำนวนมาก บางรายมีรายได้มากถึง 7 หลักต่อเดือนเลยทีเดียว

คงเกิดความสงสัย กันแล้วสิ ว่าขายของกินอะไร ที่จะทำให้มีรายได้มากๆ แล้วจะไม่ได้รับผลกระทบ อะไรบ้างเหรอ…? แน่นอนว่า การขายสินค้า ประเภทอาหาร หรือ ของกิน ย่อมมีความเสี่ยง

และได้รับผลกระทบ ทางด้านการขนส่ง อย่างแน่นอน เพราะกลัวว่าสินค้าจะเสีย หมดอายุ ระหว่างกลางทาง หากขนส่งทางไปรษณีย์ เพราะต้องใช้เวลา ในการขนส่งหลายวัน กว่าจะไปถึงลูกค้า อย่างน้อยก็ 1 – 2 วัน แล้วแต่พื้นที่

แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะว่าสินค้า ประเภทอาหาร หรือ ของกิน ที่ขายทางออนไลน์ ก็ย่อมต้องเป็น อาหาร และของกิน ที่ไม่เน่าเสียง่าย หากต้องส่งออกนอกพื้นที่ ก็ควรเลือกขายอาหาร

หรือ ของกิน ที่ไม่เสียง่าย และไม่มีอุปสรรคในการขนส่ง เช่น อาหารแห้ง ขนม หรือเบเกอรี่ที่ไม่เสียง่าย และ วัตถุดิบของอาหาร ฯลฯ เป็นต้น

ลองเลือก และพิจารณาให้ดี ก่อนตัดสินใจ เลือกว่าจะทำธุรกิจ หรือ ขายของอะไร ควรดูองค์ประกอบ ให้หลายๆด้าน หลายมุมมอง ว่ามีความเป็นไปได้ มากน้อยเพียงใด สำหรับสิ่งที่คุณเลือก ว่าเหมาะกับคุณหรือไม่

ไม่ใช่เพียงแต่ว่า เห็นคนอื่นทำแล้ว ประสบความสำเร็จ แต่ก็ใช่ว่า เราจะทำให้ประสบความสำเร็จ เหมือนคนอื่นได้ เพราะนั่นต้องอาศัย องค์ประกอบ หลายอย่างประกอบกัน เพื่อให้เกิดผล ประสบความสำเร็จ

การขายของออนไลน์ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ไม่ว่าใคร ก็ให้ความสนใจ เพราะมีโอกาสเติบโต ได้สูงมากในอนาคต แต่การที่จะประสบความสำเร็จ ทางด้านธุรกิจออนไลน์ ย่อมต้องใช้ประสบการณ์ ข้อมูล
และความอดทน เป็นอย่างสูง เนื่องจากเริ่มมีการแข่งขัน ที่ค่อนข้างสูง มากขึ้นแล้ว ในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างไร ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ผู้ที่กำลัง จะเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือ ขายของออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ มียอดขายทะลุ มีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน นะคะ

ติดตามทาง youtube ได้ที่นี่ https://youtu.be/0E35PGesR_Y

สบู่ สมุนไพร 6 ข้อได้เปรียบ ธุรกิจสร้างรายได้ออนไลน์

สบู่เป็นสินค้าอีกตัวหนึ่ง ที่ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลาย ที่เป็นความต้องการของ ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ เพราะ สบู่ เป็นผลิตภัณฑ์ครัวเรือน ที่ไม่ว่าครอบครัวไหน

สบู่เป็นสินค้าอีกตัวหนึ่ง ที่ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลาย ที่เป็นความต้องการของ ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ เพราะสบู่เป็นผลิตภัณฑ์ครัวเรือน ที่ไม่ว่าครอบครัวไหน ก็ต้องใช้สบู่ ปัจจุบัน สบู่ ได้รับความนิยมอย่างสูง ในตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะสบู่สมุนไพร ที่เหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า หันมาให้ความสนใจ ในธุรกิจสบู่สมุนไพร เพราะคิดว่าน่าจะเป็น ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จ และต่อยอดไปในอนาคตได้

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ต้องการใช้สบู่ที่ได้มาจากธรรมชาติ ที่ทำด้วยสมุนไพรแท้ ซึ่งหาซื้อได้ง่าย ใน ร้านค้าออนไลน์ เพราะตามท้องตลาดทั่วไป อาจจะหาซื้อสบู่ ที่เป็นสบู่สมุนไพรจริงๆ ได้ยาก สำหรับใครที่กำลังมองหา ธุรกิจ หรือ หารายได้เสริม แต่ไม่รู้ว่า จะทำอะไรดี ก็ไม่ยากถ้าหากคุณ ลองทำธุรกิจสบู่สมุนไพร

ข้อได้เปรียบของ สบู่ สมุนไพรไทย

1. เพราะความเป็นเอกลักษณ์ ของกลิ่นสมุนไพรไทย จึงทำให้ชาวต่างชาติ นิยมและให้ความสนใจ กับสบู่สมุนไพรไทย เป็นอย่างมาก

2. มีกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง เพราะสบู่สมุนไพรไทย มีลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

3. หากออกแบบรูปลักษณ์ ของสบู่ให้มีความโดดเด่น และแตกต่าง ไม่เพียงแต่ผู้บริโภค ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จะซื้อไปใช้เท่านั้น แต่ยังซื้อสบู่สมุนไพร เป็นของฝากได้อีกด้วย

4. สบู่สมุนไพร เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ใช้แล้วหมดไป มีแนวโน้มที่ผู้บริโภค จะกลับมาซื้อซ้ำได้อีก มากกว่า 1 ครั้ง

5. สบู่เป็นผลิตภัณฑ์ ที่คนทั่วโลกต้องใช้ จึงทำให้การทำธุรกิจ ของสบู่สมุนไพร มีแนวโน้ม ที่จะเติบโตในอนาคตได้

6. สบู่สมุนไพร มีความปลอดภัยที่สูง จึงทำให้ผู้บริโภค ให้ความมั่นใจ และวางใจ ในการใช้ผลิตภัณฑ์

สมุนไพร ที่นิยม สำหรับนำมาทำเป็นสบู่ เช่น ขมิ้น, ว่านหางจระเข้มะนาว, มะขาม, ส้ม, มังคุด, ทับทิม, ชาเขียว และรำข้าว ฯลฯ เป็นต้น ยังมีสมุนไพร อีกมากมายหลายชนิด ที่มีสรรพคุณ ที่สามารถช่วยบำรุงผิว และสามารถนำมาทำ เป็นสบู่ได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าใครต้องการ ได้สรรพคุณแบบไหน เช่น ต้องการให้ผิวขาว เนียนใส รักษาสิว หรือ ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ฯลฯ

สบู่ เป็นสิ่งที่ใช้สำหรับ ทำความสะอาดผิวกาย ผิวหน้า เช่น ใช้สำหรับล้างมือ ใช้อาบน้ำ

สบู่ก้อน เป็นสูบ่ที่มีส่วนผสม ระหว่างกรด (ไขมัน) กับเบส ( ด่าง ) ในอัตราส่วนที่สามารถ ทำความสะอาดได้ดี และไม่เป็นอันตรายต่อผิว คือ มีค่า pH อยู่ระหว่าง 8 – 10 ( ในเอกสารจดแจ้งของ อย. ให้ผู้ผลิตสบู่ก้อน ระบุว่ามีค่า pH ไม่เกิน 11 )

กรด หรือ กรดไขมัน เช่น ไขมันสัตว์ ไขมันพืช ส่วนเบส เช่น โซดาไฟ โดยทั่วไปอัตราส่วนผสมที่เหมาะสม คือ เมื่อผสมกันแล้วควรจะเหลือกรดไขมัน หากไม่มีเครื่องมือในการวัดค่า pH ให้เก็บสบู่เอาไว้อย่างน้อย 15 – 30 วัน เพื่อให้ค่า pH ลดลง อยู่ในอัตราที่เหมาะสม

กรด ( ไขมัน ) และเบส ( ด่าง ) ที่นำมาทำสบู่ ไขมันแต่ละชนิดมีกรดไขมัน มากกว่า 1 ชนิด โดยธรรมชาติ กรดไขมันเหล่านี้ จะไม่อยู่อิสระ แต่จะรวมตัวกับสาร กลีเซอรอล ในไขมันอยู่ในรูปกลีเซอไรด์ เมื่อด่างทำปฎิกริริยากับกรดไขมัน กรดไขมันจะหลุดออกจาก กลีเซอรไรด์ รวมตัวเป็นสบู่ สารที่เกาะอยู่กับกรดไขมัน จะหลุดออกมาเป็น กลีเซอรีน


ความแตกต่างของ สบู่ที่ได้จากกรดไขมัน แต่ละชนิด

1. น้ำมันรำข้าว มีวิตามินอีสูง ทำให้สบู่มีความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง

2. น้ำมันมะพร้าว จะทำให้สบู่มีเนื้อแข็ง ทำให้สามารถแตกได้ง่าย มีสีขาวข้น มีฟองมากเป็นครีม ให้ฟองที่คงทน แต่จะทำให้ผิวแห้ง

3. น้ำมันปาล์ม จะทำให้สบู่มีฟองน้อย มีความแข็งเล็กน้อย สามารถทำความสะอาดได้ดี แต่จะทำให้ผิวแห้ง

4. น้ำมันถั่วเหลือง เป็นน้ำมันที่ดี เมื่อใช้แล้ว จะทำให้มีความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะอาจทำให้มี กลิ่นหืนได้ง่าย

5. น้ำมันมะกอก ทำให้สบู่มีเนื้อแข็ง มีฟองนุ่มนวล ช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง

6. น้ำมันงา เป็นน้ำมันที่มี วิตามินอีสูง ทำให้ผิวไม่แห้ง มีความชุ่มชื้น แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว

7. น้ำมันละหุ่ง ทำให้สบู่มีฟองขนาดเล็กจำนวนมาก สบู่ไม่แตกง่าย ทำให้สบู่มีความนุ่มเนียน และทำให้ผิวนุ่ม

8. น้ำมันเมล็ดทานตะวัน เป็นน้ำมันที่ทำให้ เนื้อสบู่มีความนุ่ม แต่ว่าทำให้เกิดฟอง ได้น้อย

9. ขี้ผึ้ง ทำให้สบู่มีเนื้อที่แข็ง มีฟองน้อย แต่มีอายุการใช้งาน ได้นาน

10. ไขมันแพะ ทำให้สบู่มีเนื้อนุ่ม ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ผิวนุ่ม

11. ไขมันวัว ทำให้สบู่มีเนื้อแข็ง มีสีขาว มีฟองน้อย นุ่มนวล และมีอายุการใช้งานได้นาน

12. ไขมันหมู ทำให้สบู่มีเนื้อแข็ง มีฟองน้อย แต่มีอายุการใช้งานได้นาน

เบส หรือ ด่าง ที่ใช้มี 3 ชนิด

1. โซดาไฟ หรือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ ทำสบู่ก้อน

2. โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์  ทำสบู่เหลว

3. ขี้เถ้า ที่ใช้ผลิตสบู่ในสมัยโบราณ แต่มีการพัฒนาให้เป็นด่างแทน

” แต่ถึงอย่างไร ถึงแม้ว่าธุรกิจ การทำสบู่สมุนไพร ขายใน ตลาดออนไลน์ ก็ยังมีข้อเสียเปรียบตรงที่ มีคู่แข่งขันที่สูงมาก ถ้าหากสินค้าของเรา มีความโดดเด่น และแตกต่าง และมีข้อดีมากกว่า และสามารถสู้กับ ผู้แข่งขันทางการตลาด ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ของการนำไปสู่การ ประสบความสำเร็จ ของการทำธุรกิจ สบู่สมุนไพร ในตลาดออนไลน์ ”

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงบางส่วน: (” สบู่ “, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ธุรกิจออนไลน์ VS งานประจำ คุณเลือกชีวิตแบบไหน?

การทำธุรกิจออนไลน์ เป็นธุรกิจอีกรูปแแบหนึ่ง ที่ในปัจจุบัน มีบุคคลที่ทำธุรกิจ ประเภทนี้อย่างแพร่หลาย แล้วทำไมต้องทำธุรกิจออนไลน์ นั่นมักเป็นคำถาม ที่ใครหลายคนสงสัย แล้วมันดีกว่าการทำงานประจำ ยังไง? แน่นอนว่า การทำธุรกิจออนไลน์ ดีกว่าอย่างแน่นอน

การทำ ธุรกิจออนไลน์ เป็นธุรกิจอีกรูปแแบหนึ่ง ที่ในปัจจุบัน มีบุคคลที่ทำธุรกิจ ประเภทนี้อย่างแพร่หลาย แล้วทำไมต้องทำธุรกิจออนไลน์ นั่นมักเป็นคำถาม ที่ใครหลายคนสงสัย แล้วมันดีกว่าการทำงานประจำ ยังไง? แน่นอนว่า การทำธุรกิจออนไลน์ ดีกว่าอย่างแน่นอน

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การทำงานประจำจะไม่ดีนะ แต่เป็นอีกมุมมองหนึ่ง ของคนที่ต้องการ ประสบความสำเร็จ อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องทำงานประจำ ที่ไม่ว่าจะทำยังไง เงินเดือนก็ไม่พอใช้ แต่การทำธุรกิจ ด้วยตัวเอง อย่างธุรกิจออนไลน์ เป็นทางเลือกอีกทาง ที่จะเป็นช่องทาง ให้ผู้ที่คิดต่างประสบความสำเร็จ

ทำให้มีชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องมีวงจร ชีวิตแบบเดิมๆ ที่ต้องตื่นเช้า รีบออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน แล้วไหนจะต้องพบเจอ กับปัญหารถติด พอตกเย็นก็กลับบ้าน ชีวิตแบบนี้แหละ สำหรับคนทำงานประจำ และนี่เป็นคำถามว่า คุณต้องการมีชีวิตแบบนี้ จริงๆ เหรอ ? แต่ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ต้องการความก้าวหน้า มีชีวิตอย่างมีความสุข คุณก็เลือกที่จะเปลี่ยนได้ เช่นกัน

ธุรกิจออนไลน์ ดีอย่างไร ?

การมี ธุรกิจ เป็นของตัวเอง อย่างเช่นธุรกิจออนไลน์ สามารถทำให้คุณเดินข้ามผ่าน ชีวิตที่มีแต่อะไรเดิมๆ หรือ วงจรชีวิตที่น่าเบื่อ ไม่มีการพัฒนา แน่นอนว่า การทำธุรกิจออนไลน์ สามารถตอบโจทย์ ให้กับคุณได้ ที่จริงแล้ว การทำธุรกิจออนไลน์ ก็ไม่ได้แตกต่าง กับการทำธุรกิจส่วนตัว ทั่วไปเท่าไหร่

เพราะมันก็คือ การทำธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างใคร ไม่ต้องมีเจ้านาย แต่ธุรกิจออนไลน์ ต่างกับธุรกิจทั่วไป โดยที่ทำให้คุณ สามารถเป็นนายตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องจ้างคน คุณสามารถทำธุรกิจได้ ด้วยตัวเอง ก็สามารถทำให้คุณ ประสบความสำเร็จได้ อย่างรวดเร็ว โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้าน ด้วยซ้ำ คุณก็สามารถหารายได้ ที่มากกว่าการทำงานประจำได้ อย่างแน่นอน

1. การทำธุรกิจออนไลน์ ทำให้คุณมีชีวิต เป็นของตัวเอง คุณไม่ต้องคอยรับคำสั่งจากใคร

2. สามารถสร้างรายได้ ต่อเดือน ได้มากกว่า การทำงานประจำหลายเท่า

3. ทำให้คุณมีเวลาเหลือพอ ที่อยากจะทำในสิ่งที่ คุณอย่างทำ ในขณะที่พนักงานประจำ ไม่สามารถทำได้

4. สามารถทำงาน แค่วันละ 4 ชั่วโมง หรือน้อยกว่า แต่คุณมีรายได้ที่มากกว่า การทำงานประจำ

5. สามารถทำให้ชีวิตมีความสุข ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และคนที่คุณรัก ได้อย่างเต็มที่

6. ไม่มีความกดดัน เพียงแต่คุณมีความรับผิดชอบ ในงานที่ทำ โดยไม่ต้องให้ใครมากดดัน ทำงานในแบบที่คุณไม่ต้องการ

7. คุณไม่มีหนี้ เพราะคุณมีรายได้ที่มาก เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ที่คุณสามารถกำหนด จำนวนเงิน และเวลา ตามแบบที่คุณต้องการ

8. ทำให้สุขภาพดี ไม่มีปัญหา เพราะคุณไม่ต้องเครียดกับงาน กับคน และยังไม่เวลาดูแลสุขภาพ มีเวลาไป ออกกำลังกาย เพื่อดูแลสุขภาพให้ดีได้


การทำงานประจำ เป็นอย่างไร ?

แน่นอนว่าการทำงานประจำ ไม่สามารถทำให้ใคร สามารถโบยบิน มีชีวิตที่เป็นอิสระ ได้อย่างแท้จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การทำงานประจำ เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่มันอยู่ที่มุมมอง ของคนที่มองต่างกัน มากกว่า การทำงานประจำไม่สามารถ ทำให้คุณ มีชีวิตเหมือนอย่าง การทำธุรกิจ หรือ การทำ ธุรกิจออนไลน์ ได้เลย

การมีชีวิตที่เป็นแบบเดิม เป็นวงจรชีวิต ที่เชื่อว่ามีใครหลายคน ไม่เคยมีความสุขเลย กับการต้องตื่นเช้า ขับรถมาทำงาน เจอปัญหารถติด เจอเจ้านายที่น่าเบื่อ พอตกเย็นก็กลับบ้าน แล้วก็เข้านอน แทบจะไม่มีเวลาทำอะไรเลย ภายในเวลา 1 วัน

หากใครที่คิดว่า การทำงานประจำ ทำให้มีชีวิต ที่มั่นคง แน่นอนว่า ก็เป็นสิ่งที่ไม่ผิด เพราะการทำงานประจำ สามารถทำให้คุณ มีรายได้ที่แน่นอน คงที่ ทำให้คุณสามารถจัดการ บริหารจำนวนเงินนั้นได้  แต่คุณคิดว่าความแน่นอน ความมั่นคง คืออะไร?

ถ้าหากวันหนึ่ง บริษัทที่คุณทำงานอยู่ เกิดย้ายฐานการทำงาน ไปในที่ไกลแสนไกล แล้วถ้าหากคุณไม่ย้าย ตามไป แน่นอนว่าคุณไม่มีงานทำ อย่างแน่นอน ความมั่นคงคืออะไร เพราะการที่เราทำงาน กับบริษัท เท่ากับว่าเราเอาชีวิต ไปฝากไว้ในกำมือ การบริหาร การจัดการ และการตัดสินใจ ของคนอื่น ที่คุณไม่สามารถ รู้ได้เลยว่า ความมั่นคงที่ว่า มีอยู่จริงหรือไม่…?

1. ทำงานหนักมาก แต่รายได้ก็ยังเท่าเดิม คือใช้ให้ทำงาน มากกว่าจำนวนเงินเดือน ที่ได้รับ

2. สามารถทำให้เกิด ปัญหาครอบครัวได้ เพราะการไม่มีเวลาให้กับครอบครัว แม้แต่น้อย

3. คุณต้องทำงาน ขั้นต่ำวันละ 8 ชั่วโมง ในขณะบุคคลที่ ทำธุรกิจออนไลน์บางราย ทำงานวันละ ไม่ถึง 4 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ภายในเวลา 1 วัน

4. ทำให้สุขภาพจิตแย่ เพราะไม่มีความสุข มีแต่ความกดดัน

5. ไม่สามารถไปเที่ยว ได้อย่างมีความสุข เพราะการลางานแต่ละครั้ง ก็ต้องมีเวลาที่จำกัด ไม่สามารถลาหลายๆ วันติดต่อกันได้ ทำให้ไม่สามารถ เดินทางไปเที่ยวที่ไกลๆ ใช้เวลานานๆ ได้อย่างเต็มที่

6. ทำให้มีรายได้ประจำ มีรายได้แน่นอน แต่ไม่สามารถ ทำให้คุณมีรายได้ เพิ่มมากไปกว่านี้ได้แล้ว เพราะเงินเดือนที่ขึ้น ในแต่ละปี ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ น้อยนิดมาก

7. ทำให้เกิดหนี้สิน ขึ้นมากมาย เพราะเงินเดือนที่คุณได้รับ ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ทำให้คุณต้องไปกู้ หรือ เป็นหนี้บัตรเครดิต ทีละหลายๆ ใบ

8. ทำให้สุขภาพทางกาย เริ่มมีสุขภาพที่ไม่ดี อ่อนแอลง คุณคิดว่ามันคุ้มกันหรือไม่ กับการทำงานหนัก แต่ต้องเสียสุขภาพไป แล้วชีวิตที่เหลือหล่ะ ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการเลย แต่คุณต้องนำเงินที่ได้ จากการทำงาน ซึ่งอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ มาเป็นค่ารักษาพยาบาล ลองคิดดูนะ ว่ามันคุ้มหรือไม่ ?

ทราบถึงความแตกต่าง ของการ ทำงาน ประจำ และการทำธุรกิจออนไลน์ ไปแล้วใช่ไหมคะ ทั้งสองอย่งย่อมมีความแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าคุณต้องเลือก ว่าคุณต้องการมีชีวิตแบบไหน การทำงานประจำ ไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ หรือ เลวร้าย เพียงแต่คุณเลือกที่จะมอง

แต่แน่นอนว่า การทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่ที่ทุกคนจะสามารถ ทำมันให้สำเร็จได้โดยง่าย และไม่ได้หมายความว่า การทำธุรกิจออนไลน์ จะไม่มีข้อเสีย คุณอาจจะต้อง ทำงานหนัก มากกว่าพนักงานประจำด้วยซ้ำ เวลา 24 ชั่วโมง อาจจะไม่เพียงพอต่อการทำงาน

แต่นั่นมันเป็นเพียงแค่ จุดเริ่มต้น ของการเริ่มทำธุรกิจ เท่านั้น ถ้าหากคุณไม่ท้อ หรือ ถอยไปก่อนระหว่างทาง ขาดความอดทน แน่นอนว่า ไม่ว่าจะมีอาชีพ เป็นพนักงานประจำ หรือ เป็นเจ้าของธุรกิจ ออนไลน์ คุณก็จะไม่สามารถ มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้

การตลาดออนไลน์ เครื่องมือทำการตลาด ธุรกิจออนไลน์

การตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ จำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ไว้ เพื่อเป็นตัวช่วยในธุรกิจการค้าของคุณ จะได้มียอดขายดี กำไรงาม ซึ่งการทำตลาดออนไลน์ มีหลากหลายช่องทาง มีทั้งแบบฟรี และ ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ส่วนมากการตลาดออนไลน์ ที่เห็นผลต่อธุรกิจของคุณมากที่สุด ก็ย่อมต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายในการโปรโมท

การตลาดออนไลน์ เป็นเรื่องที่พ่อค้า แม่ค้าที่ ขายของออนไลน์ หรือ ผู้ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำธุรกิจ จำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ไว้ เพื่อเป็นตัวช่วยในธุรกิจการค้าของคุณ จะได้มียอดขายดี กำไรงาม ซึ่งการทำตลาดออนไลน์ มีหลากหลายช่องทาง มีทั้งแบบฟรี และ ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ส่วนมากการตลาดออนไลน์ ที่เห็นผลต่อธุรกิจของคุณมากที่สุด ก็ย่อมต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายในการโปรโมท

ซึ่งในปัจจุบันก็จะเห็นได้ว่า มีหลายบริษัทที่ทำงานด้านการตลาดออนไลน์ ได้มีการโฆษณารับโปรโมท เว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ อยู่มากมาย รู้ไหมว่าบริษัทเหล่านั้นใช้วิธีโปรโมท ด้วยวิธีไหน แล้วทำไมเราต้องจ่ายเงินมาก เพื่อการทำตลาดออนไลน์ หนึ่งในนั้นของการทำตลาดออนไลน์ ก็คือ การทำ SEO ( Search engine optimization )

การตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์

 

SEO ( Search engine optimization ) คืออะไร?

คือ การทำการตลาดออนไลน์ โดยการทำให้เว็บไซต์ ติดอันดับในอันดับของ Google

ทำไมต้องมีค่าใช้จ่าย?

มีคำถามมากมายว่าทำไม การทำตลาดออนไลน์ ด้วยวิธีการทำ SEO นี้ เราต้องจ่ายเงินด้วย เราทำเองไม่ได้เหรอ… ” ใช่ค่ะ ” ถ้าหากคุณทำเองได้ก็จะเป็นโอกาสที่ดีเลย ที่คุณไม่ต้องเสียเงินให้กับ การจ้างทำการตลาดแบบ SEO นี้เลย แต่ส่วนมากสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องจ่ายเงิน เพื่อจ้างทำตลาดออนไลน์ด้วย SEO


การทำตลาดออนไลน์ด้วย SEO ดีอย่างไร?

1. เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ในการทำตลาดออนไลน์ที่ดี

2. ช่วยทำให้เว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ของเรา เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

3. ทำให้เว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ ติดอันดับต้นๆ จากการค้นหาจาก Google

4. ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย และรวดเร็ว

5. ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณ ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้

การทำการตลาดออนไลน์ มีหลากหลายช่องทาง การทำตลาดออนไลน์โดยใช้เครื่องมืออย่าง SEO ( Search engine optimization ) เป็นเพียงช่องทางหนึ่งเท่านั้น หากคุณต้องการความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ควรใช้ช่องทางอื่น ในการช่วยทำการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด

ขายอะไรดี 7 เทคนิค ขายสินค้าแล้วรวย ได้กำไรงาม

หากใครต้องการทำธุรกิจ ด้านการขายสินค้า แต่ยังไม่รู้จะขายอะไรดี เพราะในตลาด ไม่ว่าสินค้าอะไร ก็มีมากมายเต็มไปหมด จึงเป็นเรื่องยาก สำหรับการเลือก และ ตัดสินใจ ว่าจะขายอะไรดี ใช่ไหมคะ ถ้าถามว่ายากไหม ในการเริ่มต้นขาย อะไรสักอย่าง คงไม่ง่าย และ ไม่ยากเกินไปหรอก ถ้าหากว่าคุณวางแผน และ วิเคราะห์ตลาดมา เป็นอย่างดีแล้ว

หากใครต้องการทำธุรกิจ ด้านการขายสินค้า แต่ยังไม่รู้จะขายอะไรดี เพราะในตลาด ไม่ว่าสินค้าอะไร ก็มีมากมายเต็มไปหมด จึงเป็นเรื่องยาก สำหรับการเลือก และ ตัดสินใจ ว่าจะ ขายอะไรดี ใช่ไหมคะ ถ้าถามว่ายากไหม ในการเริ่มต้นขาย อะไรสักอย่าง คงไม่ง่าย และ ไม่ยากเกินไปหรอก ถ้าหากว่าคุณวางแผน และ วิเคราะห์ตลาดมา เป็นอย่างดีแล้ว

แต่ก่อนที่คุณ จะวางแผน และ วิเคราะห์การตลาด ของคุณนั้น ก่อนอื่นคุณต้องเลือก และ ตัดสินใจให้ได้ก่อนว่า จะขายสินค้าอะไร ขายที่ไหน อะไรที่คุณ จะสามารถทำแล้ว ให้ขายได้ดีที่สุด เรามีแนวทาง การเลือก ขายสินค้า ให้สำหรับคุณ ไว้พิจารณาเป็นทางเลือก มาดูกันเลยค่ะ

ขายอะไรดี

1. ของกิน

การเลือกสินค้า ประเภทของกิน ไม่ว่าจะเป็น กับข้าว เครื่องดื่ม ขนม ของกินเล่น ต่างๆ มากมาย  การขายของกินนั้น ถือว่าเป็นการขาย ที่ซื้อง่าย ขายง่าย อยู่แล้ว เพราะไม่ว่าใคร ก็ต้องการกินอาหาร ยิ่งถ้าหากคุณทำอร่อย ได้ทำเลในการขาย ที่มีผู้คนพลุกพล่าน รับรองว่า ขายได้ดีอย่างแน่นอน

2. ของฟุ่มเฟือย

การเลือกขาย สินค้าชนิดฟุ่มเฟือย พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของประเภทนี้ ในปัจจุบัน ก็มีขายอยู่มากมาย อยู่แล้วโดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่น ถ้าหากเลือก ขายสินค้าประเภทนี้ ควรเลือกขายให้แตกต่าง หรือแหวกแนว ไปเลยก็จะยิ่งดี เช่น กระเป๋าที่เพ้นท์เอง เสื้อผ้าที่ออกแบบ ไม่เหมือนใคร เป็นต้น

3. ของชิ้นใหญ่

การขายของชิ้นใหญ่ เช่น ขายเฟอร์นิเจอร์ แน่นอนว่า ทำให้คุณได้กำไรต่อชิ้นมาก แต่ต้นทุนการผลิต ก็จะสูงมากกว่าของชิ้นเล็ก และยังมีข้อจำกัด ในด้านของการขนส่ง เพราะถ้าหาก ขายสินค้าชนิดนี้ ให้กับลูกค้า ที่อยู่ไกล แน่นอนว่าคุณต้อง ให้บริการในด้านการขนส่ง ที่ดี แต่ถ้าหากคุณ วางแผนเรื่องการขนส่ง มาเป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร



4. ของสะสม

การขายของสะสม ก็จะเน้นขายสินค้า ประเภทนี้ ได้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่ชื่นชอบ เท่านั้น ผู้ขายต้องดูว่าคนนิยม สินค้าชนิดที่เราจะขายนั้น มีจำนวนผู้ที่ต้องการ มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากมีคนนิยม สะสม มาก ก็จะทำให้เราได้ขายสินค้าดีไปด้วย

5. ของประจำถิ่น

การขายสินค้า ที่มีอยู่แล้ว ในท้องถิ่นของตนเอง หรือ ใกล้ตัวคุณ ถือว่าเป็นเรื่องที่ ได้เปรียบเลยทีเดียว ในการเลือกขายสินค้าแบบนี้ เพราะจะทำให้ คุณหาวัตถุดิบได้ง่าย และ เร็ว ทำให้เราประหยัดเวลา ในการหาสินค้า และทำให้มีต้นทุนการผลิต ที่ต่ำกว่า ผู้ค้ารายอื่นๆ

6. ของหายาก

การขายสินค้า ที่หาได้ยาก ไม่มีขายโดยทั่วไป จึงทำให้เรา ได้เปรียบในเรื่องของราคา เพราะเราสามารถหากำไร หรือ ขายสินค้าชิ้นนั้น ได้ในราคาที่สูงได้

7. ของเฉพาะกลุ่ม

การเลือกขายสินค้า ให้กับคนเฉพาะกลุ่ม ถือว่า เป็นกลยุทธ์ที่ดีเลยทีเดียว เราจะเน้นขายเฉพาะกลุ่ม ของลูกค้าที่ต้องการ เท่านั้น เช่น เสื้อผ้าสำหรับเด็ก เสื้อผ้าสำหรับคนท้อง เป็นต้น

ทั้งนี้การเลือกขายสินค้า จึงต้องใช้หลายเหตุผล ประกอบในการตัดสินใจ ที่ดีของคุณ เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจ ได้อย่างถูกต้อง ในการเลือกขาย สินค้า ที่เหมาะกับคุณ ได้อย่างดีที่สุด

ขายสินค้าออนไลน์ 8 วิธีทำให้รวยและประสบความสำเร็จ

การขาย สินค้าทางออนไลน์ ไม่ว่าจะใคร ก็สามารถขายได้ กันทั้งนั้น แต่จะมีซักกี่คน กันเชียว ที่จะทำธุรกิจ ในช่องทางการ ค้าขายสินค้าทางออนไลน์ นี้แล้ว ทำให้ประสบความสำเร็จ การขายสินค้าออนไลน์ ที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง มากมาย ที่มาพร้อมกลยุทธ์ หลากหลายรูปแบบ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ให้ประสบความสำเร็จ สำหรับใคร ที่ขายสินค้าทางออนไลน์ ที่ไม่ว่าขายยังไง ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ขายยังไง ก็ขายไม่ค่อยดี ขายไม่ได้ ทั้งที่โพสต์ ( Post )และ โปรโมท ( Promote ) อย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะเห็นช่องทางที่ดีขึ้นเลย แต่ก็ยัง ตั้งข้อสงสัย และ คอยตั้งคำถาม ให้กับตัวเอง ว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้ แล้ว ทำไมคนอื่นถึงทำได้ ลองมาฟังทางนี้ค่ะ

การ ขายสินค้าออนไลน์  ไม่ว่าจะใคร ก็สามารถขายได้ กันทั้งนั้น แต่จะมีซักกี่คน กันเชียว ที่จะทำธุรกิจ ในช่องทางการ ค้าขายสินค้าทางออนไลน์ นี้แล้ว ทำให้ประสบความสำเร็จ การขายสินค้าออนไลน์ ที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง มากมาย ที่มาพร้อมกลยุทธ์ หลากหลายรูปแบบ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ให้ประสบความสำเร็จ

สำหรับใคร ที่ขายสินค้าทางออนไลน์ ที่ไม่ว่าขายยังไง ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ขายยังไง ก็ขายไม่ค่อยดี ขายไม่ได้ ทั้งที่โพสต์ ( Post ) และ โปรโมท ( Promote ) อย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะเห็นช่องทางที่ดีขึ้นเลย แต่ก็ยัง ตั้งข้อสงสัย และ คอยตั้งคำถาม ให้กับตัวเอง ว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้ แล้ว ทำไมคนอื่นถึงทำได้ ลองมาฟังทางนี้ค่ะ

ขายสินค้าออนไลน์

1. มีความมุ่งมั่น

รู้อยู่แล้วว่า การทำการค้า – ขาย สินค้าทางช่องทางออนไลน์นี้  ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ถ้าหากคุณ ตั้งใจ และ มุ่งมั่นที่จะทำ สิ่งนี้ต่อไป ให้ประสบความสำเร็จ
ถึงแม้ว่า ก้าวแรกของคุณ อาจจะล้มเหลว แต่ถ้าหากคุณไม่ท้อ และ ล้มเลิก หยุดทำ มีความมุ่งมั่น พยายามทำให้ได้ แน่นอนว่าคุณ ทำได้อย่างแน่นอนค่ะ

2. ทำความเข้าใจตลาดออนไลน์

คุณลองมองดูว่า คุณมีความรู้มากน้อย แค่ไหน ในเรื่องการตลาดออนไลน์ รู้ช่องทางที่ชัดเจน กลุ่มเป้าหมาย ของคุณอย่างดี แล้วหรือยังถ้าหากยัง ให้คุณหาความรู้ และ เริ่มวางแผน วิเคราะห์ หาข้อมูลเพิ่ม เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ หรือ ช่องทางการขาย ให้กับร้านค้าของคุณ

ไม่ใช่ว่า จะไม่ให้ความสนใจ ในเรื่องการตลาดออนไลน์เลย คิดแค่ว่าจะขาย อย่างเดียวคงไม่ได้ ไม่งั้นทุกคน คงทำการค้าขาย สินค้าทางออนไลน์ แล้วรวยไปกัน หมดแล้ว

3. ใช้สื่อกลางตลาดออนไลน์

ตลาดขายสินค้า หรือที่เรียกว่า ตลาดกลางออนไลน์ ( E – Marketing ) ถือว่าเป็นช่องทาง อีกหนึ่งช่องทาง สำหรับผู้ที่เริ่มขายสินค้า เพราะคุณอาจไม่ต้องทำการตลาดเอง เพียงแค่คุณเปิดร้านค้า ในเว็บตลาดกลางออนไลน์ ( E – Marketing ) อาจเป็นช่องทางให้คุณ ขายดิบ ขายดี เลยก็ว่าได้

ถ้าหากคุณ ยังไม่รู้จัก หรือ ยังไม่ค่อยคุ้น กับตลาดออนไลน์กลาง คุณควรลองศึกษา หาข้อมูล ให้ดีก่อนที่จะ ลงมือเปิดร้านค้า กับ สื่อตลาดกลางออนไลน์นี้



4. เลือกสินค้า

การเลือกสินค้า ว่าจะเลือกสินค้าแบบไหน ชนิดไหนดี ที่จะนำมาวางขาย ในช่องทางออนไลน์ ถือว่าเป็นสิ่ง ที่สำคัญอย่างมาก ว่าสินค้านั้นๆ ควรเป็นแบบไหน เพราะถ้าหากสินค้าของคุณมีขายอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ทางออนไลน์อยู่แล้ว นั่นจะทำให้สินค้า ของคุณมีโอกาสเติบโต ได้ยากมากยิ่งขึ้น

การเลือกสินค้า ควรต้องให้แปลก ไม่ซ้ำใคร หาซื้อได้ยากจากที่อื่น ยิ่งถ้าหากไม่มี ใครขายทางออนไลน์เลย ก็เท่ากับว่า เป็นช่องทาง และ โอกาส ที่ดีสำหรับคุณอย่างแน่นอน

5. ใช้ตัวช่วยอย่าง Facebook

Facebook เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่สามารถช่วยคุณได้ เพราะ facebook มีผู้คนรู้จักกันทั่วโลก แถมยัง เปิดให้ใช้ บริการฟรี อีกด้วย เพียงแค่คุณสร้าง เพจร้านค้าของคุณ เพื่อโปรโมท ( Promote ) หรือ ขายสินค้า ( Sell product ) เพิ่มมาอีกช่องทางหนึ่งจะเป็นตัวช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จ ได้เร็วขึ้น และ ดีเลยทีเดียว เพราะว่า ใน facebook ของคุณก็มีเพื่อน ที่คุณรู้จัก อย่างมากอยู่แล้ว สามารถเป็นช่องทาง การทำโฆษณา ให้กับร้านค้าของคุณได้

6. การรอคอย

แน่นอนว่า คุณไม่สามารถ ขายสินค้าทางออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ ได้เพียงแค่ไม่กี่วัน คุณอาจจะต้องใช้เวลา ในการรอความสำเร็จของคุณ หลายเดือน หรือเป็นปีกว่าที่คุณจะทำให้มีจำนวน ลูกค้า หรือ ยอดสั่งซื้อ ที่เพิ่มขึ้นมากไปเรื่อยๆ ถ้าหากคุณไม่อยาก ล้มลงตรงระหว่างทาง คุณต้องรู้จักอดทนรอ เพราะ ไม่มีอะไรที่จะได้มา โดยที่เราไม่รู้จักอดทนรอ

7. หาตัวช่วย

การทำตลาดออนไลน์ ถ้าหากต้องการ อยากจะให้คนอื่น รู้จักร้านค้า หรือ เว็บไซต์ ของคุณ จำเป็นว่าคุณต้อง หาตัวช่วยที่ดี อย่างการทำ SEO เพื่อให้ร้านค้าของคุณ หาเจอได้ง่ายในการ ค้นหาจาก googleคุณควรต้องทำ SEO เพื่อเป็นตัวช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จ ได้เร็วยิ่งขึ้น

8. สร้างความน่าเชื่อถือ

การสร้างความน่าเชื่อถือ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่น้อย การที่จะทำให้ร้านค้า ของคุณ มีความน่าเชื่อถือ และ น่าไว้วางใจ สำหรับลูกค้านั้น จำเป็นอย่างมากว่า คุณต้องสร้างมันขึ้นมา แนะนำอีกทางหนึ่ง ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับ ร้านค้าของคุณนั้น คือ
การจดทะเบียนการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ( DBD ) จะช่วยทำให้ ร้านค้าของคุณ มีความน่าเชื่อถือ และ น่าไว้วางใจ สำหรับการ ซื้อ – ขาย สินค้า มากยิ่งขึ้นทำให้ลูกค้า ของร้านคุณ มั่นใจได้ว่า จะไม่หลอก หรือ โกง ในการใช้บริการ จากร้านค้า ของคุณ

และ ที่สำคัญ การจดทะเบียนการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์( DBD ) ยังทำให้ร้านค้าของคุณ เป็นร้านค้า ที่เปิด อย่างถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย อีกด้วย
ถ้าหากคุณ ต้องการอยากจะ ประสบความสำเร็จ ทางการค้าขายสินค้า ทางออนไลน์ มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยาก ถ้าหากคุณ ตั้งใจจริง และ ใช้คำแนะนำนี้ เป็นตัวช่วย ประกอบเป็นความรู้ เพื่อมุ่งไปสู่ เป้าหมายที่สำเร็จ คุณก็จะสามารถ ทำให้ร้านค้าของคุณ ประสบความสำเร็จ ได้เร็วอย่างแน่นอน ค่ะ