หากคุณดื่มน้ำ ขมิ้น ทุกเช้า จะเกิดสิ่งนี้ขึ้น

ขมิ้น ( turmeric ) เป็นสมุนไพรที่มีสารประกอบที่มีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติที่ดีด้านสุขภาพมากมาย มันมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกหลายคนอ้างว่า ขมิ้นเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ดีต่อสุขภาพที่สุดในโลก

5 เหตุผล ที่คุณควรดื่มน้ำ ขมิ้น

1. ต้านการอักเสบ

  • สารประกอบในน้ำขมิ้น มีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านการอักเสบตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี

2. ป้องกันมะเร็ง

  • การศึกษาล่าสุดพบว่า น้ำขมิ้นสามารถช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และยังสามารถทำลายเซลล์มะเร็ง และช่วยหยุดการเจริญเติบโตของมะเร็งที่มีอยู่

3. โรคเบาหวาน

  • ขมิ้นช่วยควบคุมระดับอินซูลิน และยังช่วยลดความต้านทานต่ออินซูลิน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2



4. ป้องกันข้ออักเสบ

  • ขมิ้นยังมีส่วนที่ช่วยในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม และโรคข้ออักเสบ เพียงแค่ดื่ม 1 ถ้วยในตอนเช้า

5. ทำลายอนุมูลิสระ

  • น้ำขมิ้นมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถทำลายอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สูตรน้ำขมิ้น

ส่วนผสม

  • มะนาวครึ่งลูก
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำอุ่น 1 ถ้วย
  • ผงขมิ้น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ใส่ขมิ้นลงไปในน้ำอุ่น ผสมให้เข้ากัน หลังจากนั้นเติมน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน แล้วดื่มเป็นประจำทุกเช้า

สูตรน้ำขมิ้นนี้ ไม่เพียงแต่คุณจะได้รับประโยชน์จากขมิ้นเท่านั้น แต่ยังได้ประโยชน์จากมะนาว และน้ำผึ้ง ที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพสูง และนี่อาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับเครื่องดื่มในมื้อเช้าของคุณ

12 ประโยชน์ของ อัญชัน กินเป็นประจำ เกิดสิ่งนี้

อัญชัน ( Butterfly Pea ) เป็นสมุนไพรพื้นเมืองในแถบเอเชีย ชาวจีนนิยมบริโภคมายาวนานหลายศตรวรรษ เพราะเชื่อว่ามีฤทธิ์ที่ดีต่อความจำ ช่วยบำรุงสมอง และช่วยต่อต้านความเครียด ทำให้พวกเขารู้สึกสงบขึ้น โดยส่วนใหญ่นิยมนำมาชงเป็นชาดื่มร้อน

12 ประโยชน์ของ อัญชัน

1. ดีต่อสมอง

การศึกษาในสัตว์พบว่า หนูที่ได้รับสารสกัดน้ำอัญชัญ ระหว่าง 50 ถึง 100 มก./กก. นั้นหน่วยความจำเพิ่มตลอดใน 30 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อัญชันมีผลต่อความจำที่ดี เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า

นักวิจัยยังพบอีกว่า ผงที่ทำจากใบอัญชัน ช่วยเพิ่มความสามารถในการคิด การพัฒนาความจำและพลังสมอง

การศึกษาอื่นๆ ในอินเดียพบว่าอัญชัน ช่วยเพิ่มระดับอะซิติลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญ สำหรับการสื่อสารภายในสมองของคุณ

2. บำรุงสุขภาพผิว

สารต้านอนุมูลอิสระในอัญชัน ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งช่วยฟื้นฟูผิว และลดริ้วรอย ป้องกันการแก่ก่อนวัย



3. ดีต่อเส้นผม

อัญชันมีสารอาหาร ที่สามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม และลดผมหงอก และในทางแพทย์แผนไทยสมุนไพร ได้มีการใช้สมุนไพรอัญชันมาหลายศตวรรษ เพื่อรักษาอาการศีรษะล้านในชาย และหงอกก่อนวัย

4. บำรุงสายตา

สารต้านอนุมูลอิสระในอัญชันที่เรียกว่า proanthocyanidin ​มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ไปยังเส้นเลือดฝอยในดวงตา อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยป้องกัน อาการสายตาพร่ามัว จอประสาทตาเสื่อม โรคต้อหิน และดวงตาเหนื่อยล้า

อัญชัน
อัญชัน

5. ลดความเครียด

สารต้านอนุมูลอิสระในอัญชัญ เช่น ฟลาโวนอยด์ แอนโทไซยานิน และสารประกอบฟีนอลิก ที่มีฤทธิ์ช่วยลดความเครียด และความวิตกกังวล ที่เกิดจากโรคและอนุมูลอิสระ

6. ป้องกันโรคเบาหวาน

จากการวิจัยเบื้องต้นยังชี้ให้เห็นว่า อัญชันมีประโยชน์ต่อตับ และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ด้วยความสามารถที่ มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการบริโภคกลูโคสจากอาหาร

7. ช่วยรักษามะเร็ง

อัญชันสามารถทำให้เซลล์มะเร็งตายได้ โดยการทำลายความสมบูรณ์ของเยื่อหุ้มเซลล์ การวิจัยของจีนเมื่อเร็วๆนี้ แสดงให้เห็นว่าอัญชัน มีประสิทธิภาพมากต่อเซลล์มะเร็งปอด ซึ่งในความเป็นจริงเรื่องนี้ จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

8. ป้องกันโรคหวัด

อัญชันมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง การศึกษาแสดงให้เห็นว่าอัญชัน ช่วยลดการระคายเคืองของอวัยวะระบบทางเดินหายใจ มีประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคหวัด ไอ และแม้กระทั่งโรคหอบหืด

9. ช่วยขับปัสสาวะ

อัญชันเป็นยาขับปัสสาวะที่ช่วยส่งเสริม ให้การขับปัสสาวะเป็นไปตามปกติ ซึ่งสามารถช่วยได้สำหรับผู้ที่มีอาการปัสสาวะลำบาก

10. ป้องกัน HIV

ในการศึกษาหนึ่งพบว่าอัญชัน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

11. แก้ไข้

การศึกษาชี้ให้เห็นว่าอัญชันมีฤทธิ์ช่วยลดไข้ได้ โดยการขยายหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ซึ่งเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ที่สามารถระบายความร้อนได้ง่ายขึ้น

12. ป้องกันโรคหัวใจ

การศึกษาพบว่าอัญชัน สามารถยับยั้งไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล ซึ่งส่งผลที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และอาจมีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงและมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณกิน กระเทียม เป็นประจำทุกวัน

กระเทียม สมุนไพรที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ามีคุณค่าทางสารอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย

แต่กลิ่นของกระเทียม ก็ไม่เป็นที่ต้องการของใครหลายคน เพราะมีกลิ่นฉุน อาจทำให้มีปัญหาในการพูดคุย สื่อสารกับผู้อื่น แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากว่าคุณกินกระเทียม เป็นประจำทุกวัน

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกิน กระเทียม ทุกวัน

1.ความจำดีเลิศ

ตามทฤษฎีหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า ร่างกายและสมองของมนุษย์ จะถูกทำลายลงตามอายุ จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ( Oxidation )ทางเคมี ที่เกิดจากการกินอาหาร และออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย โดยทางการหายใจ ส่งผลทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ต่างๆของร่างกายจึงถูกทำลาย ทำให้ผิวหย่อนคล้อย เซลล์สมองถูกทำลายลง

แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกระเทียม สามารถต่อสู้กับออกซิเดชัน ที่มากเกินไปได้ จึงช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ และช่วยให้ความจำดี เพียงแค่คุณเลือกกินกระเทียม เป็นประจำทุกวัน เพื่อลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของสมองให้ดีขึ้น

2.ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

การบริโภคกระเทียม เป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยได้ดี รวมไปถึงการป้องกันไวรัส เชื้อโรค แบคทีเรีย ที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัดชนิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



เพราะกระเทียมมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย แต่เพื่อประโยชน์สูงสุด การทานกระเทียมแบบสดใหม่ จึงจะดีกว่า การทานกระเทียมที่โดนความร้อน เพราะขณะโดนความร้อน ก็ทำให้ประโยชน์สูญหายไปเกือบทั้งหมด

3.เส้นผมและผิวหนังแข็งแรง

กระเทียมส่งผลที่ดีต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมยาวและหนาขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม ได้เป็นอย่างดี

และยังช่วยปกป้องผิวหนังของคุณ จากแสงแดด ที่อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังของคุณ ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวชุ่มชื้น หากคุณกินกระเทียมทุกวัน ก็จะทำให้ผิวของคุณมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น

4.รูปร่างดี

กระเทียมมีฤทธิ์ ที่ช่วยในการเผาผลาญ กำจัดไขมันส่วนเกินที่อยู่ในร่างกาย ลดไขมันชนิดเลว ที่อยู่ในหลอดเลือด จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่คุณควรกินกระเทียมทุกวัน เพราะจะช่วยให้รูปร่างของคุณสมส่วน มีรูปร่างดี

5.ดึงดูดความสนใจได้ดี

สำหรับผู้ชาย ที่กินกระเทียมทุกวัน จะยิ่งทำให้พวกเขาดูน่าสนใจ ต่อผู้หญิงได้ดียิ่งขึ้น มีการศึกษาพบว่า หากผู้ชายกินกระเทียม 2 กลีบต่อวัน ก่อนนัดพบผู้หญิง 12 ชั่วโมง จะส่งผลทำให้ผู้หญิงคลั่งไคล้กลิ่นตัวของผู้ชาย ที่กินกระเทียม

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ ในการอธิบายถึงเรื่องนี้

6.ความดันโลหิต

การทานกระเทียม เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อย 3 กลีบต่อวัน จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้อย่างสมดุล ช่วยลดคอเลสเตอรอล ที่ไม่ดีลง 10 – 15 %

และแน่นอนว่า หากคุณทานกระเทียมเป็นประจำ จะส่งผลที่ดี ในการป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ได้มากถึงเกือบสองเท่า

7.ป้องกันฟันผุ

เนื่องจากกระเทียม มีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้าน เชื้อราและแบคทีเรียในช่องปาก มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ที่เป็นอันตรายต่อเหงือกและฟัน

จึงมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดฟันผุ และป้องกันเหงือกอักเสบ ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การบริโภคกระเทียมมากเกินไป ก็อาจมีผลเสียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรทานแต่พอดี (ควรทานไม่เกิน 3 กลีบต่อวัน)

และไม่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ให้นมบุตร หรือเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี บริโภคมากเกินไป

กานพลู 8 ประโยชน์เพื่อสุขภาพ ช่วยให้อ่อนเยาว์ ช่วยลดน้ำหนัก

กานพลู เป็นสมุนไพรไทย อีกชนิดหนึ่ง ที่จัดได้ว่า ให้คุณค่าที่ดีต่อ สุขภาพร่างกาย มากเช่นกัน เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 5 – 10 เมตร มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีรสเผ็ด สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้ทั้งต้น เปลือก ใบ และผล เนื่องจากกานพลู มีสรรพคุณมาก ปัจจุบัน จึงมีการนำกานพลู มาแปรรูป และนำมาเป็นส่วนผสม ในสินค้าอุปโภค และบริโภค หลากหลายชนิด เช่น น้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ ซึ่งหาซื้อได้ง่าย ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป อีกทั้งกานพลู ยังเป็นสมุนไพร ที่มีความต้องการสูง ในท้องตลาดทั่วโลก สามารถปลูก เพื่อสร้างรายได้ กลายเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่น่าจับตามองเช่นกัน

ประโยชน์ของ กานพลู เพื่อสุขภาพ

1. ช่วยลดน้ำหนัก

มีสรรพคุณ ช่วยในการเผาผลาญ และ ช่วยลดความอยาก อาหารหวาน จึงช่วยลดการทาน ขนมหวานจุกจิกได้

2. ช่วยชะลอวัย

มีส่วนช่วย ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถช่วย ชะลอวัย ทำให้อ่อนเยาว์ได้

3. ช่วยลดเหงือกอักเสบ

มีฤทธิ์ช่วยลด และบรรเทา อาการอักเสบของเหงือก และช่องปากได้ดี

4. ช่วยแก้ไอ

หากมีอาการไอ ให้นำดอกกานพลู มาอมไว้ในปาก จะช่วยบรรเทา และลดอาการไอได้ดี

5. ช่วยระบบทางเดินอาหาร

ส่วนของดอกกานพลู มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม ช่วยให้ลำไส้ และกระเพาะอาหาร ทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยการนำ ส่วนของดอกกานพลู ประมาณ 3 – 6 ดอก ทุบแล้วนำไปต้ม แล้วดื่ม



6. ช่วยรักษาโรคเก๊าต์

โดยมีการศึกษาพบว่า ดอกของกานพลู มีฤทธิ์ช่วยในการ รักษาอาการ ของโรคเก๊าต์ได้

7. ช่วยลดอาการปวดฟัน

โดยนำดอกตูมแห้ง มาแช่น้ำร้อน แล้วนำสำลีชุบ อุดรูฟัน หรือ นำดอกสด มาอมไว้บริเวณ ที่มีอาการปวด จะมีส่วนช่วยบรรเทา อาการปวดฟันลงได้

8. โรคหอบหืด

ในส่วนของดอกกานพลู มีฤทธิ์ช่วยบรรเทา อาการทาง ระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะ หอบหืด จะมีส่วนช่วยบรรเทา ได้เป็นอย่างดี

กานพลู
กานพลู

ถึงแม้ว่า กานพลูจะมีสรรพคุณมากมาย แต่ผู้ใช้ ก็ควรใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้ติดต่อกันนาน หรือบ่อยครั้ง เพราะอาจส่งผลเสีย ต่อร่างกายได้ ดังนั้น หากผู้ใช้ ต้องการใช้กานพลู เพื่อช่วยในการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนการใช้ทุกครั้ง

ข่า 12 ประโยชน์ ช่วยป้องกันโรค ฆ่าพยาธิ ฆ่ามะเร็ง รักษาสิว

ข่า ( Galanga ) สมุนไพรที่นิยม นำมาเป็นส่วนประกอบ ในอาหาร เช่น ต้ม ยำ แกง ฯลฯ โดยเฉพาะคนไทย ที่นิยมนำมา ใช้กันตั้งแต่โบราณ ถือได้ว่า เป็นสมุนไพร คู่ครัวของคนไทย มายาวนาน ต้นข่ามีลักษณะ เป็นใบสีเขียว ใบเรียวยาวใหญ่ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนเหง้าของข่า จะอยู่ในดิน สามารถนำส่วนของใบ ดอก และเง้า มาใช้ประโยชน์ได้

ข่า ( Galangal ) เป็นสมุนไพร ที่นิยม นำมาเป็น ส่วนประกอบ ในอาหาร เช่น ต้ม ยำ แกง ฯลฯ โดยเฉพาะคนไทย ที่นิยมนำมา ใช้กันตั้งแต่โบราณ ถือได้ว่า เป็นสมุนไพร คู่ครัวของคนไทย มายาวนาน ต้นข่ามีลักษณะ เป็นใบสีเขียว ใบเรียวยาวใหญ่ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนเหง้าของข่า จะอยู่ในดิน สามารถนำส่วนของใบ ดอก ลำต้น ราก และเหง้า มาใช้ประโยชน์ได้

เนื่องจากข่า มีสารประกอบ ที่มีประโยชน์ ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ซาโปนิน แทนนิน ฟีนอล อัลคาลอยด์ และ ฟลาโวนอยด์ ฯลฯ จึงทำให้สมุนไพร ชนิดนี้ ได้ถูกนำมาสกัดเป็นยา และ ถูกนำมาแปรรูป เพื่อนำไปใช้ได้ง่าย และสะดวก ต่อร่างกายของมนุษย์ ทั้งอุปโภคและบริโภค ได้อย่างคุ้มค่า เพราะได้มีการวิจัยศึกษา ออกมาแล้ว ว่าข่าไม่ได้มีพิษ ต่อร่างกายมนุษย์ และไม่มีอันตราย หากนำข่ามาใช้ประโยชน์ อุปโภคและบริโภค อย่างอยู่วิธี ในปริมาณที่พอดี

ข่า
ข่า

ประโยชน์ของ ข่า เพื่อสุขภาพ

1. มีฤทธิ์ ช่วยฆ่าพยาธิ ฆ่าเชื้อรา และ แบคทีเรีย ที่อาจเข้าสู่ ร่างกายของมนุษย์ บางชนิด ได้ดี

2. ช่วยป้องกัน และ ต่อต้านเชื้อมะเร็ง ได้หลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือด และ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ฯลฯ

3. ช่วยป้องกัน แบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุ ของการเกิดแผลใน กระเพาะอาหาร

4. ช่วยรักษา โรคทางผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน ฯลฯ โดยใช้ใบ หรือ ดอกของต้นข่า มาตำหรือบด ให้ละเอียด แล้วใช้ทา บริเวณที่ต้องการรักษา

5. ช่วยรักษา อาการท้องอืด ท้องแน่น ท้องเฟ้อ และ ท้องเดิน เป็นสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ ช่วยขับลมได้ดี

6. มีส่วนช่วย ในการยับยั้ง การแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัสเอดส์

7. ช่วยทำให้ ระบบทางเดินอาหาร ทำงานได้อย่างสมดุล จึงสามารถช่วย ป้องกันการเกิด อาการท้องผูก ได้ดี

8. ช่วยขับน้ำคาวปลา ในผู้หญิง หลังคลอดบุตร แต่หากต้องการบริโภค ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมี ผลข้างเคียง หากคุณแม่ กำลังให้นมบุตร

9. ในข่า มีสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยต่อต้าน อนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วย ชะลอวัย ทำให้อ่อนเยาว์

10. ช่วยลดอาการอักเสบ ได้มีการวิจัยพบว่า สารสกัดจากข่า สามารถช่วย แก้อาการอักเสบ และ ปวดตามข้อ ได้อย่างปลอดภัย และ มีประสิทธิภาพ

11. มีฤทธิ์ช่วย ป้องกันและบรรเทา อาการหวัดได้ดี

12. สามารถช่วยป้องกัน และ ต่อต้าน อาการแพ้ หรือ โรคภูมิแพ้ได้



สูตรข่าแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม

1. น้ำข่าแบบชง

ส่วนผสม

– ข่าแก่ตากแห้ง 30 กิโลกรัม

– น้ำต้มร้อน 1 แก้ว

วิธีทำ

1. นำข่าที่ตากแห้งแล้ว ใส่ลงไปในแก้ว

2. เติมน้ำร้อน ทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที

3. นำมาดื่ม จะช่วยทำให้ สบายท้อง ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

( ไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้วต่อวัน )

2. ข่าเชื่อมแห้ง

ส่วนผสม

– ข่าอ่อน 500 กิโลกรัม

– น้ำตาลทราย 150 กิโลกรัม

– น้ำเปล่าสะอาด 0.3 ลิตร

– ปูนแดงใส่หมาก

วิธีทำ

1. นำข่าอ่อน ปลอกเปลือก แล้วนำมาล้างให้สะอาด

2. นำข่ามาหั่นเป็นแผ่นบางๆ

3. นำปูนแดงผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำข่าที่หั่นเสร็จแล้ว ลงไปแช่ทิ้งไว้ ประมาณ 20 – 30 นาที

4. หลังจากนั้น นำข่าออกจากน้ำปูนแดง แล้วนำมาล้างให้สะอาดอีกครั้ง

5. นำข่าไปต้ม ในน้ำเดือด

6. เติมน้ำตาลทราย ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน เคี้ยวจนน้ำตาล เข้ากับตัวข่า

7. ตักขึ้นจากหม้อ นำมาผึ่งให้เย็น

8. แล้วจึงเก็บใส่โหลแก้ว

( สามารถเก็บไว้ รับประทาน ได้ประมาณ 20 – 30 วัน )

สูตร ช่วยแก้อาการ ปวดเมื่อย

ส่วนผสม

– น้ำมะพร้าว 1 แก้ว

– ลำต้นของข่า ส่วนที่แก่ 2 ต้น

– ผ้าขาวบาง สำหรับกรอง

วิธีทำ

1. นำต้นข่า หั่นเป็นท่อนเล็ก แล้วนำมาตำ หรือบด ให้ละเอียด

2. นำมาใส่ในผ้าขาวบาง แล้วคั้นเอาแต่น้ำ

3. นำน้ำจากต้นข่า นำไปผสมกับ น้ำมะพร้าว

4. แล้วดื่ม อย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์

( สูตรนี้ จะช่วยบรรเทา และแก้วอาการ ปวดเมื่อย ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ โดยเฉพาะ บริเวณข้อ )

สูตรข่า ช่วยรักษาสิว

ส่วนผสม

– ข่าอ่อนหั่นบาง 1 – 2  แผ่น

– น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำข่าอ่อน มาตำหรือบด ให้ละเอียด

2. ผสมข่าอ่อน เข้ากับน้ำผึ้ง

3. แล้วนำมาพอก บริเวณที่มีสิว ท้ิงไว้ ประมาณ 10 – 15 นาที

4. แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

( อย่างน้อยควรทำ 2 ครั้ง/สัปดาห์ และเนื่องจากข่า มีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้ ผิวของบางราย เกิดอาการแสบร้อน หากรู้สึกแสบร้อน ควรรีบล้างออก โดยทันที )

เนื่องจากข่า มีฤทธิ์ทางยา สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยง และ ระมัดระวัง อย่างเป็นพิเศษ ในการบริโภคข่า เพราะอาจมี ผลข้างเคียงได้ รวมไปถึง ผู้ที่มีโรคประจำตัว หากต้องการบริโภคข่า ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ใบบัวบก ช่วยให้ฉลาด ไอคิวสูง ไม่จำเป็น ต้องจ่ายแพง

ใบบัวบก เป็นสมุนไพร ชนิดหนึ่งที่มีรสขมหวาน และมีกลิ่นฉุน จึงทำให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่ชอบรับประทาน ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรชนิดนี้ มีคุณค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันช่วยทำให้ ความจำดี ฉลาด ไอคิวสูง และไม่จำเป็น ต้องจ่ายแพง เพราะมีราคาถูก สารอาหารเป็นเลิศ และหาซื้อได้ง่าย

ใบบัวบก เป็นสมุนไพร ชนิดหนึ่งที่มีรสขมหวาน และมีกลิ่นฉุน จึงทำให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่ชอบรับประทาน แต่ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรชนิดนี้ มีคุณค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันช่วยทำให้ ความจำดี ฉลาด ไอคิวสูง และไม่จำเป็น ต้องจ่ายแพง เพราะมีราคาถูก สารอาหารเป็นเลิศ และหาซื้อได้ง่าย

ประโยชน์สมุนไพร ใบบัวบก ช่วยพัฒนาสมอง

มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ทานใบบัวบก เป็นประจำ จะช่วยทำให้ความจำดี โดยเฉพาะกับเด็กๆ จะช่วยทำให้พวกเขา มีพัฒนาการ การเรียนรู้ ที่ไวกว่าเด็ก ที่ไม่ทานใบบัวบกเลย อีกทั้งใบบัวบก ยังช่วยในเรื่องของ การเสื่อมของเซลล์สมอง ในผู้สูงอายุ ช่วยป้องกัน สมองเสื่อม หรือการเกิด โรคอัลไซเมอร์ ในผู้ที่มีอายุมากได้

เพราะใบบัวบก อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ที่เชื่อกันว่า มีส่วนช่วยบำรุง ระบบประสาท และสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสมุนไพร ที่มีส่วนช่วย ในการกระตุ้น การทำงานของสมอง ให้สามารถจดจำ สิ่งที่เคยกระทำมา ได้อย่างดี

หากต้องการ เพิ่มทักษะช่วย ในการพัฒนาการเรียนรู้ ต้องการให้เด็กฉลาด แนะนำควรให้เด็กๆ ดื่มน้ำใบบัวบก อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในปริมาณที่พอดี จะช่วยให้พวกเขา มีไอคิวที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่า ทำให้พวกเขา มีความฉลาด มีไหวพริบ มีความจำที่ดี และเป็นตัวช่วย ให้พวกเขา มีสมาธิ ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

ที่สำคัญ สมุนไพรใบบัวบก ไม่ได้มีสรรพคุณ เพียงแค่ ช่วยให้ความจำดี เท่านั้น แต่ว่าใบบัวบก ยังสามารถ มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพและร่างกาย ได้เกินคาดเลยค่ะ อีกทั้งใบบัวบก ยังมีส่วนช่วย ป้องกันและรักษาโรค ได้หลายชนิด



ใบบัวบกรักษาโรคร้าย

– มีส่วนช่วยในการ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

– ช่วยป้องกัน อาการท้องเสี

– ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า

– ช่วยป้องกัน การเกิดโรคหัวใจ

– ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยป้องกัน และรักษาโรคเบาหวาน ได้อีกด้วย

– มีส่วนช่วยยับยั้ง และป้องกันเซลล์มะเร็ง

– ช่วยป้องกัน และรักษา โรคความดันโลหิตสูง

– ช่วยรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคเรื้อน ฯลฯ

ใบบัวบก
ใบบัวบก

แม้ว่า สมุนไพรชนิดนี้ จะมีสรรพคุณ ที่ช่วยบำรุงร่างกายมากมาย แต่ผู้บริโภค ก็ไม่ควร รับประทานใบบัวบก มากเกินขนาดพอดี เพราะหากทานมากเกินพอดี ก็อาจจะส่งผลเสียหาย ต่อผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะเด็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรต้องระวังเป็นพิเศษ

ขมิ้นชัน ช่วยป้องกัน 8 โรคร้าย ช่วยกำจัดขน ป้องกันขนงอก

ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรดั้งเดิม ที่ได้รับความนิยม และใช้กันมาช้านาน เนื่องจากมีความโดดเด่น ในด้านสรรพคุณ ทางสุขภาพร่างกาย และความงาม ขมิ้นชันมีลักษณะเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน มีสีเหลืองเข้มจนไปถึงสีแสด กล่ินหอมเฉพาะตัว โดยส่วนใหญ่นิยม นำมาปรุงในอาหาร เนื่องจากขมิ้นชัน อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่ดีต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส แคลเซียม และเกลือแร่ ฯลฯ จึงทำให้ขมิ้นชัน กลายเป็นสมุนไพร ที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จึงส่งผลทำให้ ในท้องตลาด มีทั้งขมิ้นสด และแบบแปรรูป เป็นแบบผงและแบบแคปซูล ถูกนำมาวางจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวก ต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรดั้งเดิม ที่ได้รับความนิยม และใช้กันมาช้านาน เนื่องจากมีความโดดเด่น ในด้านสรรพคุณ ทางสุขภาพร่างกาย และความงาม ขมิ้นชันมีลักษณะเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน มีสีเหลืองเข้มจนไปถึงสีแสด กลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยส่วนใหญ่นิยม นำมาปรุงในอาหาร เนื่องจากขมิ้นชัน อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่ดีต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส แคลเซียม และเกลือแร่ ฯลฯ จึงทำให้ขมิ้นชัน กลายเป็นสมุนไพร ที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จึงส่งผลทำให้ ในท้องตลาด มีทั้งขมิ้นสด และแบบแปรรูป เป็นแบบผงและแบบแคปซูล ถูกนำมาวางจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวก ต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของ ขมิ้นชัน ป้องกันโรคร้าย

1. โรคมะเร็งปากมดลูก

มีการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ทานขมิ้นชัน ในปริมาณที่พอดี เป็นประจำ ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 03.00 – 05.00 น. จะช่วยป้องกัน การเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ดี

2. โรคอัลไซเมอร์ หรือ ความจำเสื่อม

ขมิ้นชันมีสารอาหาร ที่ช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาท จึงส่งผลช่วยให้ความจำดี ป้องกันอาการขี้ลืม ในผู้สูงอายุได้

3. โรคเบาหวาน

ขมิ้นชันมีฤทธิ์ต่อต้าน และช่วยในการป้องกัน การเกิดโรคเบาหวาน และ ยังมีส่วนช่วยบรรเทา อาการเบาหวาน ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้อีกด้วย

4. โรคกระเพาะอาหาร

มีฤทธิ์ช่วยรักษาแผล ในกระเพาะอาหาร ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของการ เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ได้เป็นอย่างดี

5. โรคท้องผูก

ขมิ้นชันมีฤทธิ์ ช่วยฟื้นฟูให้ลำไส้ ทำงานได้อย่างสมดุล ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานเป็นปกติ อีกทั้งยังป้องกัน การเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ได้อย่างดีอีกด้วย

6. โรคหัวใจ

มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานขมิ้นชัน หรือนำขมิ้นชัน มาปรุงในอาหารมื้อกลางวัน เป็นประจำ จะช่วยให้หัวใจทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงสุขภาพของหัวใจ ให้แข็งแรง

7. โรคความดันโลหิตสูง

ขมิ้นชันช่วยให้ การไหลเวียนของเลือด มีความสมดุล จึงมีส่วนช่วยรักษา อาการโรคความดันโลหิตสูงได้

8. โรคภูมิแพ้

มีฤทธิ์ช่วยป้องกัน และรักษาอาการภูมิแพ้ได้ ช่วยให้หายใจสะดวก จึงเหมาะกับผู้ที่ มีอาการแพ้อากาศ

ขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน

ประโยชน์ขมิ้นชันด้านอื่นๆ

1. ช่วยรักษาสิว และแผลอักเสบ ที่เกิดจากรอยสิว โดยการนำผงขมิ้นชัน ผสมกับน้ำผึ้ง หรือน้ำมะนาว แล้วนำมาทาบริเวณที่มีสิว

2. นำมาทาเพื่อช่วย รักษากลากเกลื้อนได้

3. นำมาขัด และพอกผิว ช่วยบำรุงผิว ให้ขาว เปล่งปลั่ง เนียนใส

4. ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

5. ใช้ทา ช่วยแก้อาการคันและแพ้ จากแมลงสัตว์กัดต่อย

6. ช่วยรักษาผื่นคัน แผล ตามผิวหนังได้

7. ช่วยบรรเทา อาการหวัด และไอได้

8. ช่วยลดอาการแน่นท้อง จุกเสียด

9. กลิ่นหอมของขมิ้นชัน มีส่วนช่วยบรรเทา อาการวิงเวียนศีรษะได้



สูตรขมิ้นชัน ช่วยกำจัดขน

วิธีที่ 1

– เชื่อกันไหมว่า ขมิ้นชันเป็นสมุนไพร อีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณ ช่วยลดและป้องกัน การงอกของขน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะ โดยนิยมนำขมิ้นสดมาทา หรือ นำผงขมิ้น มาพอกทิ้งไว้ บริเวณที่ไม่ต้องการให้ขนงอกขึ้น ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด

วิธีที่ 2

สิ่งที่ต้องเตรียม

– น้ำผึ้ง + มะนาว + ขมิ้นชัน

ขั้นตอน

1. นำขมิ้นชันสดบดให้ละเอียด หรือ ผงขมิ้น มาผสมกับน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน

2. จากนั้น นำส่วนผสมที่ได้ ทาลงบนบริเวณผิว ที่ต้องการกำจัดขน

3. ปล่อยที่ไว้ประมาณ 15 – 20 นาที

4. หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

( สูตรนี้ จะช่วยให้ขนบาง หลุดง่าย ไม่งอกขึ้นใหม่ และควรทำเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง และสูตรธรรมชาตินี้ อาจจะไม่ได้ช่วยกำจัดขน อย่างเร่งด่วน หรือเห็นผลทันที 100 % แต่หากทำเป็นประจำ ก็จะสามารถช่วยลดการงอกของขนได้ ที่สำคัญปลอดภัย ประหยัด อีกด้วยค่ะ )

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรบริโภคขมิ้นชัน ในปริมาณที่มากเกินพอดี เพราะอาจผลข้างเคียง ต่อร่างกายได้ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย วิงเวียนศีรษะ ฯลฯ และที่สำคัญ หญิงมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขมิ้นชัน เนื่องจาก อาจมีผลกระทบโดยตรง ต่อเด็กในครรภ์ได้

ถังเช่า 8 ประโยชน์ ช่วยป้องกันโรคร้าย ป้องกันอัลไซเมอร์

ถังเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ที่มีมานานหลายศตวรรษ พบได้ในบนภูเขาสูง ระดับ 10,000 ฟุตขึ้นไป จากน้ำทะเล ของประเทศจีน (ธิเบต, มณฑลยูนาน, ซิงไห่) อินเดีย ภูฏาน เนปาล ซึ่งถังเช่า เป็นเห็ดราชนิดหนึ่ง ที่งอกออกมาจาก ตัวหนอน ในช่วงฤดูร้อน หรือเรียกว่า หญ้าหนอน ซึ่งเป็นสมุนไพร ที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมสูง

ถังเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ที่มีมานานหลายศตวรรษ พบได้ในบนภูเขาสูง ระดับ 10,000 ฟุตขึ้นไป จากน้ำทะเล ของประเทศจีน (ธิเบต, มณฑลยูนาน, ซิงไห่) อินเดีย ภูฏาน เนปาล ซึ่งถังเช่า เป็นเห็ดราชนิดหนึ่ง ที่งอกออกมาจาก ตัวหนอน ในช่วงฤดูร้อน หรือเรียกว่า หญ้าหนอน ซึ่งเป็นสมุนไพร ที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมสูง

และพบว่าถังเช่า มีหลายสายพันธุ์ เช่น ถังเช่าทิเบต ถังเช่าสีทอง ถังเช่าหิมะ และถังเช่าจักจั่น อีกทั้งยังพบสารอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิด ที่มีประโยชน์ในถังเช่า เช่น วิตามิน โปรตีน กรดอะมิโน สังกะสี แมงกานิส คอร์ไดเซปิน สเตียรอยด์ ฯลฯ

ประโยชน์ของ ถังเช่า ช่วยป้องกันโรคร้าย

1. โรคอ้วน

เนื่องจากในถังเช่า มีสรรพคุณ ที่ช่วยในด้าน ระบบการเผาผลาญ ได้เป็นอย่างดี

2. โรคไต

ถังเช่ามีสารอาหาร ที่ช่วยบำรุงไต ฟื้นฟูการทำงานของไต ทำให้ไตทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดภาวะไตวายเรื้อรังได้

3. โรคเครียด

มีส่วนช่วยในการ บรรเทาอาการเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย จึงช่วยลดความตึงเครียดลงได้

ถังเช่า
ถังเช่า

4. โรคมะเร็ง

มีส่วนช่วยในการต่อต้าน โดยช่วยกระตุ้นการทำงาน ของเม็ดเลือดขาว จึงช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งได้

5. โรคเบาหวาน

มีการศึกษาพบว่า หากกินถังเช่าเป็นประจำ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

6. โรคตา

มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงสายตา ให้มีสุขภาพดี ป้องกันการต้อหินได้

7. โรคอัลไซเมอร์

มีส่วนช่วยป้องกัน การเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ช่วยให้ความจำดี



8. โรคภูมิแพ้

วิจัยพบว่าถังเช่า ช่วยแก้โรคภูมิแพ้ หรือไซนักอักเสบได้

ประโยชน์ของถังเช่า ในด้านอื่นๆ

1. ช่วยบำรุงร่างกาย

2. ช่วยชะลอวัย ทำให้อ่อนเยาว์

3. ช่วยปรับสมดุลในช่วงวัยทอง

4. ช่วยบรรเทาอาการปวด ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

5. ช่วยลดอาการอักเสบ

6. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด

7. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

แม้ว่าถังเช่า จะมีสรรพคุณ ที่มีประโยชน์ ต่อสุขภาพร่างกายมาก แต่สำหรับ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนการรับประทาน เพื่อป้องกันผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้น และในปัจจุบัน ถังเช่าในตลาด มีทั้งแบบธรรมชาติ และเพาะเลี้ยงเอง ฉะนั้นหากต้องการบริโภคถังเช่า ควรเลือกซื้อจากแหล่ง ที่น่าเชื่อถือได้ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน และถูกต้อง

ฟ้าทะลายโจร 11 ประโยชน์ ช่วยต่อต้านมะเร็ง ใครไม่ควรทาน

ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรที่สามารถ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเซลล์มะเร็งได้นั้น มีอยู่ในสมุนไพรหาง่าย ในบ้านเรานี่เอง นั่นก็คือ ฟ้าทะลายโจร ถึงแม่ว่าฟ้าทะลายโจร จะมีรสขม ทานยาก แต่ว่าปัจจุบันฟ้าทะลายโจร ก็ถูกนำมาแปรรูป ให้อยู่ในรูปแบบ ที่ทานได้ง่าย และหลากหลายรูปแบบ เช่น แคปซูล ผง ฯลฯ เป็นต้น

ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรที่สามารถ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเซลล์มะเร็งได้นั้น มีอยู่ในสมุนไพรหาง่าย ในบ้านเรานี่เอง นั่นก็คือ ฟ้าทะลายโจร ถึงแม่ว่าฟ้าทะลายโจร จะมีรสขม ทานยาก แต่ว่าปัจจุบันฟ้าทะลายโจร ก็ถูกนำมาแปรรูป ให้อยู่ในรูปแบบ ที่ทานได้ง่าย และหลากหลายรูปแบบ เช่น แคปซูล บดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอน และใบตากแห้ง ฯลฯ เป็นต้น

ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุก มีใบเดี่ยวสีเขียว ใบรียาว มีดอกขนาดเล็กสีขาว มีฝักอ่อนสีเขียว แต่เมื่อแก่จะมีฝักเป็นสีน้ำตาล และมีรสขม และด้วยว่าฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย ได้หลายด้าน จึงไม่แปลกที่ ฟ้าทะลายโจรกลายเป็น ส่วนหนึ่งของยาสมุนไพร ที่นิยมมากในปัจจุบัน

ประโยชน์ของ ฟ้าทะลายโจร

1. ช่วยรักษาโรคหวัด หรือ ไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้น ให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน ได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. ช่วยรักษาอาการไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ มีฤทธิ์ช่วยต่อต้าน และป้องกันการติดเชื้อ จึงช่วยป้องกัน การอักเสบของต่อมทอนซิลได้

3. ช่วยรักษา และบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในระบบทางเดินอาหาร จึงช่วยไม่ให้ลำไส้ เกิดการอักเสบได้

4. ช่วยรักษาอาการปวดตามข้อ มีฤทธิ์ช่วยไม่ให้ เกิดการอักเสบขึ้น บริเวณข้อ ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

5. ช่วยรักษาโรคหนองใน เนื่องจากฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ช่วยต่อต้าน เชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิด โรคหนองในได้

6. ช่วยป้องกัน และบรรเทาโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยรักษาแผล ที่เกิดจากโรคเบาหวานได้

7. ช่วยรักษาฝี โดยการนำใบฟ้าทะลายโจร ตำให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับสุรา แล้วพอกบริเวณฝี

8. ช่วยรักษาโรคมะเร็ง เพราะมีฤทธิ์ที่สามารถ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเซลล์มะเร็งได้ เช่น มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ เป็นต้น

9. ช่วยบรรเทาอาการไข้ ลดอาการปวดหัวตัวร้อน



10. ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ดีซ่าน ตับอักเสบ ฯลฯ เป็นต้น

11. ช่วยรักษาโรคงูสวัด เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของการเกิด โรคงูสงัดได้

อาการข้างเคียง เมื่อทานฟ้าทะลายโจร

1. อาจมีผื่นขึ้น ตามบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย

2. อาจมีอาการปวดศีรษะ เวียนหัว หน้ามืด ตาลาย

3. อาจมีอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปวดเอว ฯลฯ เป็นต้น

4. อาจมีอาการปวดท้อง หรือท้องเสียได้

5. อาจมีอาการอาเจียน

ใครไม่ควรทานฟ้าทะลายโจร

1. ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ

2. หญิงตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร

3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา หากต้องการใช้สมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

4. ผู้ที่ใช้สมุนไพรติดต่อกัน นานเกิน 1 สัปดาห์

5. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับหัวใจ และไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ใช้ สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ในปริมาณที่มากเกินพอดี หรือ ใช้อย่างไม่เหมาะสม ไม่ถูกวิธี ก็อาจจะส่งกระทบ ต่อระบบสืบพันธุ์ ได้โดยตรงเช่นกัน ซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องไปถึง การมีบุตรยาก ได้ในระยะยาว

มะกรูด 15 ประโยชน์ของมะกรูด ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และต่อต้านมะเร็ง

มะกรูด เป็นพืชตระกูลส้ม และมะนาว ผลของมะกรูด มีขนาดเล็กคล้ายมะนาว เปลือกนอกมีสีเขียว ผิวขรุขระ มีน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอม มีรสเปรี้ยว แต่เปรี้ยวน้อยกว่ามะนาว ใบมีสีเขียวรูปไข่ ใน 1 ใบเหมือนมี 2 ใบเรียงต่อกัน มีกลิ่นหอมฉุนเล็กน้อย ถือได้ว่าเป็นสมุนไพร อีกชนิดหนึ่งก็ได้ เพราะทั้งใบ และผลของมะกรูด สามารถนำมารับประทาน และใช้ประโยชน์ได้ ที่สำคัญมีสรรพคุณ ที่ดีต่อสุขภาพและร่างกาย เพราะมะกรูด มีสารอาหาร และวิตามิน ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินซี, วิตามินบี, แคลเซียม, โปรตีน และใยอาหาร ฯลฯ เป็นต้น

มะกรูด เป็นพืชตระกูลส้ม และมะนาว ผลของมะกรูด มีขนาดเล็กคล้ายมะนาว เปลือกนอกมีสีเขียว ผิวขรุขระ มีน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอม มีรสเปรี้ยว แต่เปรี้ยวน้อยกว่ามะนาว ใบมีสีเขียวรูปไข่ ใน 1 ใบเหมือนมี 2 ใบเรียงต่อกัน มีกลิ่นหอมฉุนเล็กน้อย ถือได้ว่าเป็นสมุนไพร อีกชนิดหนึ่งก็ได้

เพราะทั้งใบ และผลของมะกรูด สามารถนำมารับประทาน และใช้ประโยชน์ได้ ที่สำคัญมีสรรพคุณ ที่ดีต่อสุขภาพและร่างกาย เพราะมะกรูด มีสารอาหาร และวิตามิน ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินซี, วิตามินบี, แคลเซียม, โปรตีน และใยอาหาร ฯลฯ เป็นต้น

ประโยชน์ของ มะกรูด เพื่อสุขภาพ

1. ช่วยบำรุงสุขภาพของหัวใจ

การทานน้ำมะกรูด และใบมะกรูด เป็นประจำ จะช่วยทำให้ เลือดไหลเวียนดี ทำให้หัวใจแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรค เกี่ยวกับหัวใจได้ง่าย

2. ช่วยแก้โรคหวัด

น้ำมะกรูด มีฤทธิ์ช่วยต่อต้าน เชื้อไวรัส ช่วยรักษาอาการหวัด บรรเทาอาการไอ และช่วยขับเสมหะ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

มะกรูดมีฤทธิ์ ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง เพราะในมะกรูด มีเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยต่อต้าน เชื้อของมะเร็งได้

4. ช่วยป้องกันโรคไมเกรน

น้ำมันหอมระเหย จากมะกรูด ช่วยบรรเทาความเครียด และช่วยลดอาการปวดศีรษะ สาเหตุของการเกิด โรคไมเกรน เพราะกลิ่นหอมจากมะกรูด จึงมีส่วนช่วย ในการผ่อนคลายความเครียด ทำให้รู้สึกดี

5. ช่วยปรับฮอร์โมนในเพศหญิง

ในมะกรูดมีฤทธิ์ ช่วยปรับฮอร์โมนในเพศหญิง ให้มีความสมดุล จึงทำให้ประจำเดือน มาสม่ำเสมอและเป็นปกติ อีกทั้ง ยังช่วยบำรุงสตรีหลังคลอด โดยการนำ มะกรูดแห้งมาชงดื่ม หรือใช้ในการอบตัว เพื่อช่วยในการบำรุงเลือด และช่วยฟอกเลือด

6. ช่วยแก้ท้องอืด

การนำใบ และผลของมะกรูด มาต้มดื่ม จะช่วยบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องแน่นได้ดี

7. ช่วยบำรุงสุขภาพช่องปาก

เนื่องจากในมะกรูด อุดมไปด้วยวิตามินซี และแคลเซียม ที่มีส่วนช่วยทำให้ ฟันและเหงือกมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง จึงช่วยป้องกัน การเกิดฟันผุ และเลือดออกตามไรฟันได้



8. ช่วยขับพยาธิ

หากนำใบมะกรูด หรือน้ำมะกรูด มาเป็นส่วนประกอบใน อาหารเป็นประจำ หรืออาจจะนำใบมาต้มดื่ม ก็จะมีส่วนช่วยในการ ขับพยาธิออกได้

9. ช่วยแก้อาการเป็นลม

เพราะน้ำมันหอมระเหย ที่มีกลิ่นหอมจากมะกรูด จึงสามารถนำมาใช้ดม สำหรับผู้ที่มีอาการมึน หน้ามืด ตาลาย และเป็นลม

10. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

มะกรูดช่วยทำให้ร่างกาย มีภูมิต้านทานที่ดี เนื่องจากในมะกรูด มีฤทธิ์ที่ช่วยในการ ต่อต้านเชื้อรา และแบคทีเรีย ที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้

ประโยชน์ของมะกรูด ด้านอื่นๆ

1. ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเหม็นคาวในห้องน้ำ กลิ่นคาวในอาหาร

2. ช่วยไล่แมลง และยุงได้

3. ช่วยบำรุงหนังศีรษะ และเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง ไม่ขาดหลุดร่วงได้ง่าย ป้องกันการเกิดเชื้อรา บนหนังศีรษะ

4. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากในมะกรูด อุดมไปด้วยวิตามินซี จึงทำให้ผิวสุขภาพดี เปล่งปลั่ง สดใส โดยนำผลของมะกรูด ผ่าครึ่ง แล้วนำมาขัดถู บริเวณผิวเป็นประจำ

5. ช่วยดับกลิ่นเท้า โดยนำผลและใบมะกรูด มาต้ม แล้วนำมาแช่เท้า ประมาณ 10-15 นาที

ถึงแม้ว่ามะกรูด เป็นสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมสูง มาแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะนำมาสระผม บำรุงผิว หรือรับประทาน ซึ่งในปัจจุบัน มะกรูดก็ได้รับความนิยม ไม่แพ้ยุคโบราณเลย เพราะคนไทย ยังคงความนิยม ในการใช้ประโยชน์ จากมะกรูด โดยการนำใบ และผลมาปรุงในอาหาร อีกทั้งยังนำมาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และความงาม ที่หาซื้อได้ง่าย ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป