ทำไม เราสามารถลด น้ำหนัก เพียงชั่วข้ามคืนได้จริง

การแพร่ระบาดของโรคอ้วนทั่วโลก ทำให้เกิดความพยายามอย่างหนัก ในการหากลยุทธิ์ที่ช่วยลด น้ำหนัก ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงได้ง่าย เป็นผลทำให้เทรนด์อาหารใหม่ๆ กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งก็สัญญาว่าจะช่วยคุณลดน้ำหนัก ในขณะที่คุณกำลังนอนหลับ

หากคุณเคยติดตามน้ำหนักของคุณ คุณอาจสังเกตเห็นว่า คุณจะมีน้ำหนักน้อยกว่าในตอนเช้าเล็กน้อย และนี่คือเหตุผลที่หลายคน ชอบชั่งน้ำหนักของตัวเองในช่วงเช้า

น้ำหนัก ลดลงชั่วข้ามคือจริงเหรอ?

น้ำหนัก
น้ำหนัก

แม้ว่าตัวเลขที่ต่ำกว่านั้น ไม่ได้เป็นผลมาจากการสูญเสียไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ค่อนข้างเป็นไปได้มากว่ามันสะท้อน ถึงการสูญเสียน้ำในร่างกายที่มากขึ้นด้วย



แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่เผาผลาญแคลอรี่ในชั่วข้ามคืน เมื่อคุณนอนหลับร่างกายของคุณจะต้องเติมเชื้อเพลิง ในกระบวนการเผาผลาญที่ซับซ้อน ที่ทำให้คุณมีชีวิตอยู่ และมีสุขภาพที่ดี ในขณะเดียวกันคุณก็สูญเสียน้ำผ่านลมหายใจ และเหงื่อของคุณด้วย

ในร่างกายของคุณ หากคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของน้ำหนักตัว จะประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 55 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์

ตามการประมาณการบางส่วนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของการสูญเสียน้ำหนักในชั่วข้ามคืน อาจเกิดจากการสูญเสียน้ำ โดยปริมาณที่คุณสูญเสียน้ำในขณะนอนหลับ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของร่างกาย และคุณภาพการนอนหลับของคุณ

แม้ว่ากลยุทธ์ลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด หลายอย่างจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่การวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่า คุณภาพและปริมาณการนอนหลับของคุณ อาจมีบทบาทสำคัญ สำหรับความสามารถของร่างกายต่อการควบคุมน้ำหนัก

การศึกษาจากประชากรจำนวนมากพบว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างการอดนอนเรื้อรัง และดัชนีมวลกายที่สูงขึ้น

หนึ่งการศึกษาในผู้ใหญ่อายุ 67 ถึง 99 ปี พบว่าผู้ที่นอนหลับ 5 ชั่วโมง หรือน้อยกว่าต่อคืน โดยเฉลี่ยมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นโรคอ้วน เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนหลับ 7 – 8 ชั่วโมงต่อคืน

และการอดนอน ส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนความหิว หนึ่งการศึกษาขนาดเล็กใน 12 คน ที่อดนอน การผลิตฮอร์โมนยับยั้งความอยากอาหารลดลง 18 เปอร์เซ็นต์ และฮอร์โมนทำให้รู้สึกหิวเพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนำไปสู่ความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นจึงอาจคุ้มค่า หากคุณให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดน้ำหนักของคุณ

ไดเอท ไม่ได้ผล น้ำหนักไม่ลด อาจเกิดจากสิ่งนี้

บางครั้งเพียงแค่การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายอาจไม่เพียงพอ สำหรับร่างกายของคุณ การเผาผลาญที่ล้มเหลว ทำให้การ ไดเอท ของคุณเป็นเรื่องที่ยาก แม้ว่าคุณจะพยายามควบคุมอาหารอย่างหนักก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณอาจต้องจับตาดูและตรวจสอบให้แน่ใจ เพราะนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ การเผาผลาญของคุณชะลอตัวลง

ทำไม ไดเอท ไม่ได้ผล ?

ไดเอท
ไดเอท

1. ร่างกายขาดโปรตีน

เพราะโปรตีนช่วยให้ร่างกายของเราย่อยอาหาร และเผาผลาญแคลอรี่ แต่เมื่อร่างกายขาดโปรตีนหรือได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ มันจะไม่สามารถทำงานได้ในอัตราที่ปกติ ดังนั้นหากคุณไดเอทโดยการงดทานโปรตีน วิธีนี้จะทำให้การเผาผลาญของคุณช้าลง และการเผาผลาญแคลอรี่จะมีอัตราที่ช้ากว่ามาก



2. นอนไม่พอ

การพักผ่อนให้เพียงพอนั้นสำคัญมาก เมื่อคุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่างกายของคุณก็จะไม่สามารถทำงานได้ดีในระหว่างวัน รวมถึงการทำงานของระบบการเผาผลาญด้วย

3. กินน้อยเกินไป

ร่างกายของคุณต้องการแคลอรี่จำนวนหนึ่ง และถ้าหากว่าคุณกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ อาจทำให้เมตาบอลิซึมของคุณช้าลง และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยลง

4. แอลกอฮอล์

เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายของคุณจะมุ่งเน้นไปที่การทำลายและเผาผลาญแคลอรี่ในส่วนนั้น และจะไม่เผาผลาญแคลอรี่อื่นๆ ที่คุณกินเข้าไป สิ่งนี้จะเพิ่มไขมันสะสมในร่างกาย และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก

5. มุ่งเน้นลดอาหาร

การมุ่งเน้นไปที่อาหารเพียงอย่างเดียว โดยควบคุมปริมาณแคลอรี่อย่างเคร่งครัด แต่ไม่ออกกำลังกาย แบบนี้การเผาผลาญของร่างกายก็จะไม่เกิดขึ้น

การไดเอทให้ได้ผล จำเป็นต้องทำให้ถูกวิธีโดยอาจมีปัจจัยหลายๆ ส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และอาจต้องใช้เวลานานหรือเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับระบบร่างกายและพฤติกรรมของแต่ละคน ซึ่งอาจแตกต่างกัน

ทำไมผู้ที่ อ้วน ถึงเสี่ยงอายุสั้นลงได้มากถึง 7 ปี

อ้วน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งมีการศึกษามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าน้ำหนักเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของคนเรา สำหรับคนที่อ้วนมากๆ จนถึงขั้นอันตรายนั้น มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นที่จะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย หรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต รวมถึงยังมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคมะเร็ง ไม่ก็อาจต้องทนทุกข์กับโรคไขข้อ

อ้วน เสี่ยงอะไร ?

อ้วน
อ้วน

เหยื่อที่เป็นโรคอ้วนลงพุง คือ คนที่อ้วนเกินไป มีความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน หรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน อีกทั้งยังมีระดับคอเลสตอรอลที่ผิดปกติ พวกเขาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนปกติในวัยเดียวกันมากถึง 3 เท่า



การศึกษาวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติในอเมริกาปี 2006 พบว่า แค่ดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้นเพียงนิดเดียว มันก็ทำให้คนเราตายก่อนเวลาอันควรได้แล้ว แม้ว่าชายและหญิงในวัยกลางคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย แต่เพียงแค่พวกเขามีน้ำหนักตัวเกิน ก็ถือว่ามีโอกาสเสี่ยงจะเสียชีวิตเร็วขึ้นถึง 20 – 40 เปอร์เซ็นต์ อัตราการเสียชีวิตจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อ BMI ของคนเราสูงเกินกว่า 30 ซึ่งหมายความว่าหญิงหรือชาย ที่อ้วนผิดปกติจนน่ากลัว มีโอกาสอายุสั้นลงได้ถึง 7 ปี

สิ่งที่สำคัญในการควบคุมน้ำหนัก คือ การกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือหากคุณเป็นโรคอ้วนที่ยากจะแก้ไขด้วยตัวเอง ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อลดน้ำหนัก

ค่า BMI ของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ ?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ วิธีลดน้ําหนัก อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

คุณไม่สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ หากเริ่มต้นด้วยการทานอาหารที่ไม่ดี ดังนั้นสิ่งที่คุณใส่เข้าไปในร่างกายของคุณจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะหากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วย วิธีลดน้ำหนัก ที่ปลอดภัย

Debbie S. Fetter ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการสอนโภชนาการที่ UC Davis เห็นด้วยว่า ในที่สุดทั้งรูปแบบการรับประทานอาหาร และระดับกิจกรรมของคุณ จะมีอิทธิพลเพื่อช่วยลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

เคล็ดลับ วิธีลดน้ำหนัก อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

วิธีลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนัก

1. เขียนเป้าหมาย

เฟทเทอร์ (Fetter) แนะนำให้คุณตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง แทนที่จะเขียนว่าคุณต้องการลดน้ำหนัก โดยการคิดว่าคุณต้องการลดน้ำหนักเท่าไหร่ ในระยะเวลาเท่าใด และคุณวางแผนที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณอย่างไร ” การตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง จะทำให้มันเป็นจริงมากขึ้น เฟทเทอร์ ผู้แนะนำความคิดเกี่ยวกับคำย่อ S.M.A.R.T. เป้าหมายซึ่งหมายถึง เฉพาะเจาะจง วัดได้ ดำเนินการและกำหนดเวลา ” เมื่อมันกลายเป็นเหมือนนิสัย คุณไม่จำเป็นต้องเข้มงวด

2. ดื่มน้ำให้มาก

ก่อนการรับประทานอาหารทุกมื้อ Muhlstein แนะนำให้ดื่มน้ำก่อนประมาณ 16 ออนซ์ หรือประมาณ 1 แก้ว ถ้าเป็นไปได้ ” การดื่มน้ำทำให้รู้สึกอิ่ม และช่วยลดความอยากอาหารได้ ” และอย่าลืมที่จะรักษาความชุ่มชื้นด้วยการดื่มน้ำก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกายด้วย

Muhlstein เรียกร้องให้ผู้คนเพิ่มความต้องการน้ำในขณะที่ออกกำลังกาย ” การออกกำลังกาย 60 นาที ควรดื่มน้ำ 30 ออนซ์ หรือประมาณ 2 แก้ว “



3. เลือกกินผักและผลไม้

บ่อยครั้งที่ผู้คนพยายามบังคับตัวเอง ให้กินสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพตลอดเวลา และพวกเขาก็ไม่ชอบทานมันจริงๆ

หากว่าคุณเบื่อการทานบร็อคโคลี่ต้มหรือลวก อาจลองเปลี่ยนมาทานบร็อคโคลี่ผัดด้วยน้ำมันมะกอกและปรุงรสนิดหน่อย หรือกินผักผลไม้ เมล็ดธัญพืช ที่คุณหาทานได้ง่าย

ผู้คนจำนวนมากต้องการที่จะจดจ่อกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจะทำ แต่วิธีที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการเปลี่ยนอาหารของคุณเพื่อช่วยลดน้ำหนักและทำให้รู้สึกอิ่ม และพึงพอใจตลอดเวลา คือ การเพิ่มผักในมื้ออาหารของคุณ เพราะเส้นใยและน้ำในผักช่วยให้คุณอิ่มเร็ว เช่น หากคุณต้องการกินไข่เจียว คุณควรเติมเห็ด หัวหอม และพริกใส่ลงไปด้วย

การเลือกรับประทานผักเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องรวมแหล่งโปรตีนที่ไม่ติดมันด้วยในมื้ออาหารของคุณ เพราะโปรตีนช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ปรับปรุงอารมณ์ บำรุงรักษาสุขภาพของเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง

4. กินไขมัน

การเลือกกินไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ Fetter อธิบายว่า มีกรดไขมันจำเป็น 2 ชนิด ได้แก่ กรดไลโนเลอิค และกรดลิโนเลนิก ซึ่งเราจะต้องได้รับจากอาหาร

  • กรดไลโนเลอิค / กรดไขมันโอเมก้า 6 พบได้ในถั่ว และน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก ฯลฯ
  • กรดลิโนเลนิก / กรดไขมันโอเมก้า 3 พบได้ในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า แฟลกซ์ซีด และวอลนัท ฯลฯ

เมื่อพูดถึงไขมัน มันถูกใช้เพื่อการทำงานที่สำคัญหลายอย่างในร่างกาย มันไม่เพียงเป็นแต่ฉนวนกันความร้อนสำหรับอวัยวะ แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานสำหรับแคลอรี่ และมันช่วยในการตอบสนองของฮอร์โมน

แต่อย่างไรก็ตาม Muhlstein เตือนผู้คนให้ระมัดระวังในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ และไขมันสูง ” ผู้คนกำลังรับประทานอะโวคาโดทั้งลูกในแต่ละครั้ง แต่คำแนะนำสำหรับการบริโภคไขมันคือ ประมาณ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณแคลอรี่ที่เราบริโภคในแต่ละวัน ” ซึ่งคิดว่าผู้คนจำเป็นต้องบริโภคอาหารไขมันดี ในระดับปานกลาง ไม่ควรบริโภคมากเกินไป

5. การออกกำลังกาย

หมายความว่าไม่จำเป็นที่คุณจะต้องวิ่งบนลู่วิ่งเสมอ หากว่าคุณไม่ชอบมัน เพราะมีกิจกรรมทางกายภาพอีกมายมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นโยคะ คลาสเต้น หรือกิจกรรมอื่นๆ เมื่อคุณพบว่าคุณชื่นชอบมัน

คำแนะนำการออกกำลังกายในปัจจุบัน สำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 นาทีต่อสัปดาห์ จากการออกกำลังกายระดับปานกลาง ถึงการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่ง

6. การนอน

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า การนอนไม่เพียงพอ อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ ดังนั้นการนอนจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากว่าคุณต้องการลดน้ำหนัก

การศึกษาที่มหาวิทยาลัยจากชิคาโก สังเกตุว่าเมื่อคุณอดนอน มีแนวโน้มที่จะกินมากขึ้น

นอกจากการนอนหลับจะช่วยในการลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยปรังปรุงการรับรู้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยควรนอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน

ปริมาณการสูญเสียน้ำหนักประมาณ 0.45 – 0.91 กิโลกรัมต่อสัปดาห์นั้น ไม่เป็นสิ่งที่รุนแรง เฟทเทอร์ผู้ตั้งข้อสังเกตุว่า เมื่อพูดถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่แข็งแรง รูปแบบการรับประทานอาหาร กิจกรรม และความสามารถในการทำควรให้มันกลายเป็นชีวิตที่สุนกอย่างยั่งยืน

เร่งอัตราการ เผาผลาญ ลดไขมันส่วนเกิน ด้วยเมตาบอลิซึม

หากคุณมีการ เผาผลาญ ที่ไม่ดีและช้า ซึ่งทำให้คุณอาจกำลังหมดกำลังใจและท้อในการลดไขมันหน้าท้อง แต่สาเหตุที่ว่าทำไมการลดน้ำหนัก รวมถึงไขมันหน้าท้องจึงทำได้ยาก นั่นอาจเป็นเพราะคุณมีเมตาบอลิซึมที่ทำงานช้า

เมตาบอลิซึม ( Metabolism ) คือ กระบวนการที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล โดยการเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มที่เรากินเข้าไป ให้กลายเป็นพลังงาน เพื่อนำไปใช้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

อัตราการ เผาผลาญ ของร่างกาย มีอยู่ 3 ปัจจัย

เผาผลาญ
เผาผลาญ

1. พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร



เมื่อใดที่คุณกินอาหาร หรือเครื่องดื่มเข้าไป ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญ เนื่องจากต้องใช้พลังงานขณะกิน และย่อยอาหาร โดยอัตราการเผาผลาญจะเพิ่มขึ้นมากหลังจากคุณกินอาหารเข้าไปประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

การเผาผลาญอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร และปริมาณที่กินเข้าไป ซึ่งการเลือกกินอาหารชนิดที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานที่มากขึ้น โดยเฉพาะโปรตีน ที่มีอัตราการเผาผลาญมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

7 อาหารโปรตีนสูง ช่วยคุณลดน้ำหนัก

2. อัตราความต้องการเผาผลาญของร่างกาย

ซึ่งอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อทั้งหมดของร่างกาย หากว่าร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อน้อย อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะน้อยตามไปด้วย

การเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย เริ่มจากการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อโดยการออกกำลังกาย และรักษามวลกล้ามเนื้อ และที่สำคัญมวลกล้ามเนื้อยังช่วยลดการบาดเจ็บจากกิจกรรมต่างๆ ของคุณด้วย

3. พลังงานที่ใช้ระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ

ในขณะที่คุณทำกิจกรรมต่างๆ หรือเคลื่อนไหวร่างกาย การเผาผลาญพลังงานจะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำ รวมถึงอายุ และน้ำหนักตัวด้วย

การออกกำลังกายโดยการวิ่ง และว่ายน้ำ เป็นประจำอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายมากขึ้น

เมตาบอลิซึม ทำไมถึงทำงานช้า ?

1. ภาวะน้ำหนักตัวที่มาก เกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือผู้ที่เป็นโรคอ้วน เพราะเซลล์ไขมันในร่างกาย จะทำให้การเผาผลาญพลังงานลดลง หรือเผาผลาญได้น้อย

2. มวลกล้ามเนื้อของร่างกายน้อย เพราะมวลกล้ามเนื้อในร่างกายที่มาก จะช่วยให้การเผาผลาญพลังานได้เร็วกว่า

3. ขนาดของร่างกายที่ใหญ่จะมีกระบวนการเมตาบอซึมที่มากกว่า เท่ากับว่าอัตราการเผาผลาญจะเร็วกว่าผู้ที่มีขนาดตัวเล็ก

4. ผู้หญิงจะมีอัตราเผาผลาญได้น้อยกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายมีกล้ามเนื้อเยอะกว่า

5. การทานอาหารในปริมาณที่น้อยเกินไป หรืออดอาหาร จะส่งผลให้กระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานช้าลง และยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญต่ำลง

6. อายุที่มากขึ้น จะมีอัตราการเผาผลาญได้น้อยลง เพราะผู้ที่มีอายุมากมวลกล้ามเนื้อจะน้อยลง และไขมันจะถูกเก็บสะสมมากขึ้น

7. ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน สารอาหารบางอย่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งมีผลต่อการทำงานของเมตาบอลิซึม ทำให้อัตราการเผาผลาญช้าลง

8. การเจ็บป่วย และการติดเชื้อ มีผลต่ออัตราการเผาผลาญของร่างกาย เพราะเมื่อใดที่ร่างกายเกิดอาการเจ็บป่วย ร่างกายจะต้องใช้พลังงานเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่าการเผาผลาญ

ทำอย่างไร ให้เมตาบอลิซึม ทำงานเร็วขึ้น ?

  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ฯลฯ
  • งดทานอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่ทำลายสุขภาพ เช่น เบเกอรี่ น้ำอัดลม อาหารปิ้งย่าง อาหารทอด และอาหารสำเร็จรูป ฯลฯ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • ลดไขมันที่สะสมในร่างกาย
  • ควบคุมแคลอรี่ที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวัน

ดังนั้นหากคุณต้องการลดน้ำหนัก และต้องการให้การเผาผลาญเร็วขึ้น จึงเป็นเรื่องท้าทายที่คุณต้องพยายามทำให้เมตาบอลิซึมของคุณทำงานได้อย่างสมดุล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย

7 อาหารที่มีโปรตีนสูง อีกทางเลือกช่วยคุณ ลดน้ำหนัก

การกินโปรตีนที่ไม่เพียงพอ เป็นความผิดพลาดอย่างมาก สำหรับผู้ที่ต้องการมีรูปร่างที่ดี แต่กลับเลือกที่จะงดกินโปรตีน รู้หรือไม่ว่าโปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุด หากว่าคุณต้องการลดน้ำหนัก อาหารที่มีโปรตีนสูง จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ลดความอยากอาหาร และส่งผลดีต่อฮอร์โมนควบคุมน้ำหนักหลายประการ

นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยป้องกันมวลกล้ามเนื้อในช่วงที่คุณลดน้ำหนัก การศึกษาพบว่าอาหารที่มีโปรตีนประมาณ 0.6 – 0.8 กรัมต่อปอนด์ อาจช่วยควบคุมความอยากอาหาร และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

อาหารที่มีโปรตีนสูง ช่วยลดน้ำหนัก ?

อาหารที่มีโปรตีนสูง
อาหารที่มีโปรตีนสูง

1. เมล็ดเจีย



ธัญพืชที่มีไฟเบอร์ และโปรตีนสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี ทานแล้วทำให้อิ่มนาน ระบบขับถ่ายดี โดยสามารถนำไปเติมในอาหารโปรดของคุณได้หลายชนิด เมล็ดเจีย 28 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 4.2 กรัม อีกทั้งยังมีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาถึง 8 เท่า เมื่อเทียบในปริมาณเท่ากัน

2. อะโวคาโด

อะโวคาโด 1 ถ้วย มีโปรตีนประมาณ 3 กรัม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการใช้แทนเนย เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่มีส่วนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดได้ดี

3. ถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง หรือ นมถั่วเหลือง เป็นแหล่งโปรตีนสูง ที่สามารถเลือกทานแทนนมวัว หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี หากว่าคุณดื่มนมถั่วเหลืองในมื้อเช้า ในปริมาณที่พอดีเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้ดี

4. อัลมอนด์

แหล่งโปรตีนคุณภาพจากอัลมอนด์ 1 ถ้วย ให้โปรตีนประมาณ 30 กรัม นอกจากโปรตีนแล้ว อัลมอนด์ยังอุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งดีต่อสุขภาพ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และลดน้ำหนัก แต่ควรทานในปริมาณที่พอดีในแต่ละวัน

5. เนยถั่ว

เนยถั่วปราศจากน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ มีโปรตีนประมาณ 15 กรัม และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับการใช้แทนเนยทั่วไป

6. ควินัว

ควินัว มีโปรตีนสูงเทียบเท่าน้ำนมแม่ ควินัว 1 ถ้วย มีโปรตีนประมาณ 8 กรัม มีโฟเลตสูง มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ไฟเบอร์สูงจึงทำให้ระบบขับถ่ายดี ทานแล้วอยู่ท้องนาน ทำให้ไม่รู้สึกหิว หรืออยากกินของจุบจิบ

7.เม็ดมะม่วงหิมพานต์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุหลายชนิด ที่มีส่วนช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องผูก โดยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 100 กรัม มีโปรตีนประมาณ 17 กรัม

จะเห็นได้ว่าการเลือกทานโปรตีนนั้น เป็นทางเลือกที่ดีและหาทานได้ง่าย นอกจากแหล่งอาหารโปรตีนที่ได้จากพืชแล้ว ยังพบได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น ไข่ไก่ เนื้อวัว ปลาแซลมอน โยเกิร์ต เนื้อปลา และอกไก่ ฯลฯ และอีกทางเลือกหนึ่งที่ง่ายสำหรับคนในยุคเร่งรีบปัจจุบันนี้ คือ เวย์โปรตีน หรือโปรตีนผงสำเร็จรูป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าสะดวก ที่จะเลือกทานแบบไหน

6 นิสัย หากฝึกก่อนนอน ช่วยคุณ ลดน้ำหนัก ได้ชัวร์

ผู้เชี่ยวชาญอ้างว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพ สามารถช่วย ลดน้ำหนัก ได้เช่นเดียวกับการออกกำลังกาย รู้หรือไม่ว่าช่วงกลางคืนขณะนอนหลับร่างกายคนเรา จะเผาผลาญพลังงาน 300 – 400 แคลอรี่ ในหนึ่งชั่วโมง หากว่าคุณต้องการเพิ่มการเผาผลาญของคุณ ซึ่งการฝึกนิสัยดังต่อไปนี้ อาจสามารถช่วยคุณในการ ลดน้ำหนักได้

6 นิสัยก่อนนอนช่วย ลดน้ำหนัก !

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

1. ทานโปรตีน

การเลือกทานของว่างก่อนนอนที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น กรีกโยเกิร์ต หรือเนยถั่ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของคุณ

2. จิบน้ำองุ่น

น้ำองุ่นช่วยเผาผลาญแคลอรี่ด้วยสารพิเศษที่เรียกว่า เรสเวอราทรอล ( Resveratrol ) มันช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินขณะนอนหลับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการน้ำองุ่นที่เติมน้ำตาล



3. ปรับอุณหภูมิห้องนอน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รักษาอุณหภูมิห้องนอนประมาณ 18 องศาเซลเซียส ในเวลากลางคืน เพื่อเพิ่มการเผาผลาญของคุณ

เมื่อคุณนอนในห้องนอนที่เย็น หรือนอนเปลือยกาย ร่างกายของคุณจะเริ่มเผาผลาญพลังงานมากขึ้น เพื่อรักษาความร้อน

4. เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา

การเข้านอนไม่เป็นเวลานั้น เชื่อมโยงกับการเพิ่มของน้ำหนักตัวที่มากเกินไป โดยปกติแล้ว เมลาโทนิน ( Melatonin ) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะบอกให้เราทราบว่า เมื่อไหร่ควรเข้านอน นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ด้วย

หากคุณเข้านอนและตื่นนอนไม่เป็นเวลา จะนำไปสู่การรบกวนการผลิตเมลาโทนิน และกีดกันการนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นผลทำให้คุณอาจรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนเช้า และกระหายของว่างแคลอรี่สูง เพื่อเพิ่มพลังงาน

5. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการช่วยลดความเครียด และเพิ่มการเผาผลาญของคุณก่อนเข้านอน และในขณะเดียวกันการกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ยังคงมีอยู่ หลังจากที่คุณนอนหลับไปแล้ว

6. ซ่อนสิ่งรบกวน

แสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟน ทำให้การผลิตเมลาโทนินล่าช้า ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่คุณจะนอนหลับได้ และอาจทำให้รู้สึกเหนื่อย

ดังนั้นการนำสมาร์ทโฟนเก็บไว้นอกห้องนอน และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟนก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง จะช่วยคุณให้การนอนหลับของคุณดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้มีผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกาย

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ คุณคิดอย่างไรกับการฝึกนิสัยเหล่านี้ก่อนนอน ? โดยคุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับเราได้ ตรงช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

หุ่นดี ได้ด้วย 8 อาหารชนิดนี้ ที่คุณหาทานได้ง่าย

แน่นอนว่าการทำให้ หุ่นดี ด้วยการออกกำลังกายเป็นหลักเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อย่าลืมว่า อาหารก็สำคัญ เพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อใดก็ตามที่คุณกินผิด เลือกกินแต่ของไม่ดีต่อร่างกาย นอกจากจะทำให้น้ำหนักเกินแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดโรคได้หลายชนิด

และหากว่าคุณต้องการมีรูปร่างที่ดี หน้าท้องแบนราบ การเลือกทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

หุ่นดี ได้ด้วย 8 อาหารชนิดนี้

หุ่นดี

1. ขิง

การดื่มน้ำ ขิง สามารถรักษาอาการท้องอืดได้ดี ซึ่งมันถูกใช้มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว

ในการศึกษาปี 2555 จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วม ที่ดื่มน้ำขิงร้อน รู้สึกอิ่มมากขึ้นหลังทานอาหาร ซึ่งมีการอธิบายไว้ว่า มันอาจช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักได้



2. อะโวคาโด

ใน อะโวคาโด มีไขมันไม่อิ่มตัว และเส้นใยอาหาร ที่มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ในการศึกษาครั้งหนึ่งพบว่า คนที่กินอะโวคาโดเป็นประจำนั้น มีรอบเอวเล็กกว่าคนที่ไม่ได้ทานอะโวคาโด

ไขมันชนิดดีในอะโวคาโด ส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของลำไส้ ช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ได้อย่างดีอีกด้วย

3. อัลมอนด์

ใน อัลมอนด์ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งอาจช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมัน และต่อสู้กับความหิว

งานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสารโรคอ้วนนานาชาติพบว่า เมื่อคนกินอัลมอนด์เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ พวกเขาลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ทานอาหารที่คล้ายกัน

4. สาระแหน่

การดื่มชาสาระแหน่ หลังทานอาหารมื้อใหญ่ จะช่วยให้การย่อยอาหารดี และช่วยให้ร่างกายละลายก๊าซในทางเดินอาหาร จึงสามารถช่วยลดอาการท้องอืดได้

และอาจช่วยปรับปรุงการนอนหลับที่ดี เพราะการนอนน้อยเกินไปนั้น เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของไขมันหน้าท้อง

5. หน่อไม้ฝรั่ง

คุณรู้หรือไม่ว่า หน่อไม้ฝรั่ง เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมันสามารถทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบ เพราะเป็นผักที่ดีต่อสุขภาพ เป็นแหล่งที่ดีของเส้นใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณอิ่มนานในระหว่างมื้ออาหาร

อีกทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ กำจัดน้ำและของเสีย เพื่อลดอาการบวมของร่างกาย และยังทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงสำหรับแบคทีเรีย ซึ่งส่งผลที่ต่อการทำงานของลำไส้ของคุณ

6. พริก

ความเผ็ดของ พริก ช่วยทำให้การเผาผลาญดีขึ้น จากการศึกษาพบว่า ส่วนประกอบที่ให้ความร้อนในพริก อาจช่วยป้องกันการเพิ่มน้ำหนัก นักวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่เข้าร่วมกินอาหารที่อุดมไปด้วยแคปไซซิน( แคปไซซิน – พบได้ในพืชที่มีรสเผ็ด ) มีความอยากอาหารไขมัน เค็ม และหวานน้อยลง

7. ธัญพืช

คาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชมีส่วนช่วยให้คุณผอมเพรียว และเป็นแหล่งบรรจุไฟเบอร์ที่ดี ซึ่งช่วยในการย่อยและเพิ่มความอิ่ม

ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่บริโภคธัญพืชเป็นประจำ มีความเสี่ยงของการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นลดลงถึง 49 เปอร์เซ็นต์

8. กล้วย

กล้วย อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ที่ช่วยทำให้คุณอิ่มนาน ช่วยกระตุ้นให้ตับของคุณเปลี่ยนไปใช้โหมดการเผาผลาญไขมัน

อีกทั้งกล้วยยังอาจช่วยป้องกันการกักเก็บน้ำในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับโซเดียม และลดความเสี่ยงของอาการท้องอืด

อย่างไรก็ตาม การเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้คุณรูปร่างดี ห่างไกลจากโรคอ้วน และโรคร้ายอื่นๆ ได้

อยากผอม แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย ทำยังไงดี ?

วิธีลดความอ้วน 9 เคล็ดลับอย่างง่าย สำหรับคนขี้เกียจ

วิธีลดความอ้วน เป็นเรื่องยากของใครหลายคน บ่อยครั้งที่พวกเขาตั้งใจ ในการเริ่มต้น แต่ต้องล้มเหลวระหว่างทางทุกครั้ง เพราะด้วยข้ออ้าง หรือปัจจัยใดๆ ก็ตาม เพราะเป็นการใช้ความพยายามอย่างหนัก และต้องตั้งใจอย่างมาก จึงทำให้หลายคนล้มเลิก ไประหว่างทาง หรือยังไม่ทันได้เริ่ม เพราะจะหาข้ออ้าง ผลัดวันไปเรื่อยๆ จนในที่สุด น้ำหนักก็ยังคงเดิม และอาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับ การลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา หรืออาจจะขี้เกียจ มาให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยให้คุณกำจัดน้ำหนักส่วนเกิน โดยไม่ต้องพยายามอย่างหนัก

9 เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน

วิธีลดความอ้วน
วิธีลดความอ้วน

1. ดื่มน้ำเย็น

เพราะน้ำเย็น จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ เนื่องจากน้ำที่เย็นกว่า อุณหภูมิของร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น สำหรับการดูดซึมที่ดีขึ้น



2. อาหารชิ้นเล็ก

การตัดอาหารชิ้นใหญ่ ให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในจานใบเล็ก เพื่อลดขนาดของอาหาร ซึ่งจะเป็นวิธีหลอกตา และท้องของคุณได้อย่างง่ายดาย

3. แอปเปิ้ล

การเลือกลดปริมาณแคลอรี่ ด้วยความช่วยเหลือจากแอปเปิ้ล โดยคุณต้องกินแอปเปิ้ล ก่อนมื้ออาหาร 15 นาที จะสามารถช่วยลดแคลอรี่ต่อวัน ได้ 150 – 200 แคลอรี่ เลยทีเดียว

เนื่องจากแอปเปิ้ล ช่วยกระตุ้นการผลิตกรดอาหาร และปริมาณเส้นใยอาหาร ที่มีส่วนช่วยในการเร่งกระบวนการเผาผลาญได้ดี

4. วิตามิน

การเลือกทานวิตามินดี ที่อยู่ในอาหารจำพวกปลา ตับ ไข่ ถั่ว และกระเทียม ให้มากขึ้น จะช่วยเร่งการเผาผลาญได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระดับอินซูลิน และความอยากอาหาร ได้อีกด้วย

5. ดมกลิ่น

กลิ่นบางชนิด มีผลต่อความอยากอาหาร ซึ่งมีการศึกษาหลายชิ้น ที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ใช้ได้ผล โดยชี้ให้เห็นว่า คนที่ดมกลิ่นแอปเปิ้ล กล้วย สะระแหน่ และส้มโอ ทำให้พวกเขากินน้อยลง

นอกจากนี้ยังมีกลิ่นของดอกไม้ ที่ส่งผลต่อความอยากอาหาร เช่น กุหลาบ ดอกมะลิ และกลิ่นลาเวนเดอร์ สามารถควบคุมความอยากอาหาร และทำให้มีความรู้สึกสงบ

6. สี

มีสิ่งหนึ่งที่ปรากฎว่า มีอิทธิพลต่อความอยากอาหารของเรา นั่นก็คือสี ซึ่งสีที่ดีที่สุด คือ สีน้ำเงินเข้ม จะช่วยทำให้คุณทานอาหารได้น้อยลง

ส่วนสีอื่นๆ เช่น สีชมพู สีส้ม สีเหลือง และสีขาว จะเป็นสีที่เพิ่ม ความอยากอาหารของคุณได้ง่าย

7. ตัดอาหาร

คนส่วนใหญ่ยึดติด กับอาหารบางประเภท ที่ตนเองชอบทานเท่านั้น แต่หากคุณสามารถตัดอาหารเหล่านั้น ที่เป็นต้นเหตุทำให้ น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นออกไปได้ โดยการเลิกซื้อ หรือหาอาหารเพื่อสุขภาพมาทานทดแทน ก็จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณ สำเร็จได้โดยเร็ว

8. เพิ่มเครื่องเทศ

เครื่องเทศบางชนิด มีผลที่ดีต่อระบบเผาผลาญ เช่น อบเชย พริกแดง ขิง และขมิ้น ฯลฯ หากคุณลดปริมาณเกลือ และเติมเครื่องเทศเหล่านี้ ลงไปในอาหารของคุณ จะยิ่งช่วยให้การเผาผลาญของคุณดีขึ้น

9. อูมามิ

อูมามิเป็นรสชาติอ่อนๆ ที่พบในซอสถั่วเหลือง เห็ด วอลนัท และบร็อคโคลี่ ซึ่งมีอิทธิพลบางอย่าง ต่อสมอง ที่ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น

แม้คนขี้เกียจออกกำลังกาย ก็สามารถลดน้ำหนักได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม การทานอาหารแต่ละชนิด ควรทานแต่พอดี เพราะหากทานมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

แล้วคุณหล่ะ ? กำลังใช้วิธีใดในการลดน้ำหนักอยู่ โดยสามารถแนะนำ หรือแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับเรา และผู้อื่น ไว้ได้ตรงด้านล่าง

เมนูสุขภาพ ยำเพื่อสุขภาพ สูตรอาหารลดน้ำหนัก

เมนูสุขภาพ สำหรับคนรักสุขภาพ และต้องการควบคุมน้ำหนัก การเลือกรับประทานอาหาร จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เมนูนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการลดน้ำหนัก เพราะเป็นเมนูที่ปราศจากน้ำมัน ที่สำคัญสามารถทำทานเองได้ ด้วยวิธีที่ง่าย และสามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ตามร้านค้าใกล้บ้าน

เมนูสุขภาพ สำหรับคนรักสุขภาพ และต้องการควบคุมน้ำหนัก การเลือกรับประทานอาหาร จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เมนูนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการลดน้ำหนัก เพราะเป็นเมนูที่ปราศจากน้ำมัน ที่สำคัญสามารถทำทานเองได้ ด้วยวิธีที่ง่าย และสามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ตามร้านค้าใกล้บ้าน

หากอยากสุขภาพดี ไม่อยากเจ็บป่วยง่าย ต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ ได้อย่างมั่นใจ พร้อมแล้วมาเริ่มทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ไปพร้อมๆกัน ได้เลยค่ะ

ประโยชน์จาก เมนูเพื่อสุขภาพ ( ยำเพื่อสุขภาพ )

1. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ( Rice Berry )

– ช่วยบำรุงดวงตา ทำให้สุขภาพดวงตาดี ช่วยในการมองเห็น

– ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

– ช่วยให้เลือดไหลเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ

– ช่วยทำให้อ่อนเยาว์ ชะลอวัย

– ช่วยป้องกันโรคอ้วน และช่วยควบคุมน้ำหนัก

– ช่วยบำรุงครรภ์ เพราะมีธาตเหล็กสูง

– ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

2. โปรตีน ( Protein )

– เสริมสร้างร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

– ช่วยให้พลังแก่ร่างกาย ทำให้มีเรี่ยวแรง

– ช่วยทำให้อิ่มนาน ทานแล้วรู้สึกอิ่มเร็ว

– ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรง

3. มะเขือเทศ ( Tomato )

– ป้องกันสมองเสื่อมก่อนวัย และโรคอัลไซเมอร์

– ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

– ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

– ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

– ช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ



4. เกลือ ( Salt )

– ควบคุมระบบเผาผลาญ ป้องกันการสะสมของไขมันส่วนเกิน ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

– ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

– ช่วยบำรุงผิว และเส้นผม ให้มีสุขภาพแข็งแรง

– ช่วยป้องกันการแท้ง และป้องกันเด็กพิการ ในหญิงตั้งครรภ์

– ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ

5. มะนาว ( Lemon )

– ช่วยป้องกันและรักษา อาการท้องผูก

– ช่วยป้องกันและบรรเทา อาการปวดศีรษะ

– ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

– ช่วยบำรุงโลหิต

– ช่วยป้องกันอาการเหน็บชา

6. พริก ( Chili )

– เสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยทำให้อ่อนเยาว์ ผิวเต่งตึง

– ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย

– ช่วยบรรเทาอาหารหวัด อาการไอ และลดเสมหะ

– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

– ช่วยฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย

7. ขึ้นฉ่าย ( Celery )

– ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย

– ช่วยป้องกันโรคในทางเดินหายใจ

– ช่วยลดความดันโลหิต

– ช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด

– ช่วยขับปัสสาวะ

– ช่วยบำรุงสุขภาพของตับและไต ให้แข็งแรง

– ช่วยลดอาการบวมน้ำ

– ช่วยทำให้ความจำดี

ส่วนผสมเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

เมนูอาหารสุขภาพ
เมนูอาหารสุขภาพ

1. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 1 ทัพพี

2. โปรตีน (หมูก้อน) 90 กรัม

3. พริกแห้ง 3 – 4 เม็ด

4. มะนาว ครึ่งลูก

5. มะเขือเทศ 1 ลูก

6. ผงปรุงรสหมู (หากต้องการเพิ่มรส)

7. ผักขึ้นฉ่าย 5 – 6 ใบ

8. เกลือเล็กน้อย

วิธีทำอาหารเพื่อสุขภาพ

1. นำข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่หุงสุกแล้ว เทใส่ลงในชามผสม

2. นำโปรตีนหมูก้อน ใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเต๋า

3. คนส่วนผสมให้เข้ากัน

4. บีบน้ำมะนาวใส่ลงไป ตามด้วยเกลือ และพริกแห้ง

5. หลังจากนั้นคนให้เข้ากันอีกครั้ง

6. เทใส่จาน ตกแต่งด้วยผักขึ้นฉ่าย ที่เตรียมไว้

7. พร้อมเสิร์ฟรับประทาน

หากต้องการมีสุขภาพที่ดี และต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถนำสูตรอาหารเพื่อสุขภาพนี้ ไปลองทำและรับประทานได้ หากไม่ชอบโปรตีนจากหมูก้อน สามารถปรับเปลี่ยนเป็น เนื้อปลา หรืออกไก่ มาเป็นส่วนประกอบแทนได้ สำหรับรสชาติ หากต้องการรสเผ็ด เค็ม หวาน เปรี้ยว ก็สามารถปรุงเพิ่มตามชอบได้ แต่เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำไม่ควรทานอาหารรสจัด มากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ และที่สำคัญ อย่าลืมออกกำลังกาย ควบคู่ไปด้วยนะคะ