วันนี้ คุณเลือกเดินตาม เป้าหมายในชีวิต แล้วหรือยัง

การเลือกทางเพื่อตามหา เป้าหมายในชีวิต ไม่ได้เป็นเรื่องยาก หรือง่าย เพียงขอแค่ตั้งเป้าหมาย แล้วพยายามไปให้ถึง …

วันนี้เรากำลังเดินทาง เพื่อไปเที่ยวบนยอดเขาที่สวยงามแห่งหนึ่ง … ซึ่งก่อนหน้านี้ เราวางแผนล่วงหน้าไว้ 1 เดือน … โดยเราศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก และการเดินทางเป็นอย่างดี และวันนี้เราก็พร้อมมากๆ สำหรับการเดินทาง เพราะเราเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

เราขับรถมาเอง แต่ระหว่างทางนั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะฝนตกหนัก ทำให้เส้นทางเดินรถเส้นทางปกติถูกตัดขาด ไม่สามารถข้ามผ่านไปได้

แต่ยังมีอีก 2 เส้นทาง ที่ให้เราเลือกไป … ซึ่งแต่ละทางก็เสี่ยงและอันตรายเท่าๆ กัน เพราะทางแรกเราต้องเดินเท้าไป เท่ากับว่าเราต้องทิ้งรถไว้ด้านล่าง แล้วแบกกระเป๋าเดินขึ้นไป

ทางที่สอง เราสามารถนำรถผ่านไปได้ แต่ถนนค่อนข้างลื่นมากๆ และไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนจะรับรองความปลอดภัยได้

ส่วนทางที่สามนั้นคือ เราต้องหยุดแล้วกลับบ้านไป

เหตุการณ์วันนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น… เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ แม้เราจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน พร้อมแค่ไหน ก็ไม่มีทางรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เลย

หากวันนี้…คุณกำลังเดินทาง…โดยมีจุดมุ่งหมายปลายทางไปยังที่ใดที่หนึ่ง…แต่ระหว่างการเดินทาง…ต้องตัดสินใจ… ในการเลือกเดินทันที

โดยคุณต้องตัดสินใจเลือกระหว่างทางเพื่อไปยังจุดเป้าหมายที่คาดไว้…คุณจะเลือกไปทางไหน…เพราะทางที่จะไปนั้น … เป็นทางที่น่ากลัว อันตราย เสี่ยง และมืดเหมือนกันทุกทาง

3 ทางนี้ คุณจะเลือกทางไหน?

  1. หยุดร้องไห้ระหว่างทาง
  2. ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
  3. หรือจะเลือกไปต่อ

หากคุณเลือกไปต่อ แล้วเรียนรู้ระหว่างทาง… แน่นอนว่า คุณอาจกลัว… ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่มักจะกลัวที่มืด… และกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น … เพราะไม่สามารถรู้หรือคาดเดาได้ … ไม่รู้ระหว่างทางนั้นต้องพบกับอุปสรรค หรือปัญหาอะไร …

แต่การตัดสินใจเลือก มักจะมีผลต่อชีวิตของคุณในอนาคตอย่างแน่นอน … หากคุณเลือกเดินไปข้างหน้า มันจะสอนคุณ และจะทำให้คุณเก่งขึ้น … และแน่นอนว่า…ความสำเร็จกำลังรอคุณอยู่

ความฝัน จะกลายเป็นจริง…สำหรับคนที่กล้าฝัน คนที่มุ่งหน้า บากบั่นไปต่อ แม้เจออุปสรรค… เขาจะไม่หยุดเดิน หรือย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น… บางครั้งระหว่างการเดินทางอาจจะเหนื่อย ก็แค่หยุดพักบ้าง… แต่ขอแค่อย่าหยุดที่จะเดินต่อ

แล้วคุณหล่ะ!! จะเลือกไปต่อ เพื่อไปยังเป้าหมายที่คาดไว้หรือไม่ !?

10 ข้อคิดเตือนใจจาก จิม โรห์น นักสร้าง แรงบันดาลใจ ผู้ยิ่งใหญ่

หากคุณต้องการพัฒนาตัวเองด้วยวิธีที่รวดเร็วที่สุด…ต้องเริ่มเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ จิม โรห์น ( Jim Rohn ) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ นักสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักระดับโลก รวมทั้งยังเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาทางการพัฒนาตัวเอง ให้กับคนดังมากมาย เช่นTony Robbins

 จิม โรห์น (Jim Rohn) นักสร้าง แรงบันดาลใจ ผู้ยิ่งใหญ่

1. อย่าหวังว่ามันจะง่ายกว่านี้… แต่จงหวังว่าคุณจะเก่งกว่านี้… อย่าหวังว่าปัญหาจะน้อยลง… แต่จงหวังให้คุณมีทักษะเพิ่มขึ้น… อย่าหวังว่าจะมีอุปสรรคน้อยลง…แต่จงหวังให้มีปัญญาเพิ่มขึ้น

2. ความท้าทายของการเป็นผู้นำคือ… คุณต้องแข็งแกร่ง..แต่ไม่ใช่หยาบคาย …มีเมตตา…แต่ไม่ใช่อ่อนแอ… กล้าหาญ…แต่ไม่ใช่อันธพาล
ช่างครุ่นคิด…แต่ไม่ใช่ขี้เกียจ… อ่อนน้อมถ่อมตน…แต่ไม่ใช่ขี้ขลาด… มีความภาคภูมิใจ…แต่ไม่ใช่หยิ่งยโส… มีอารมณ์ขัน…แต่ไม่ใช่ขันอย่างโง่เขลา

3. เราต้องทนต่อสองสิ่ง… หากไม่ใช่ทนต่อความเจ็บปวด ทนต่อการมีวินัย… ก็เป็นความเจ็บปวดจากความเศร้าเสียใจ

4. วันเวลาเป็นของแพง… ถ้าคุณใช้วันเวลาหมดไปวันหนึ่ง … คุณก็จะมีเวลาให้ใช้ลดลง
ไปหนึ่งวัน… ดังนั้นจงแน่ใจว่าคุณใช้เวลาไปแต่ละวันอย่างชาญฉลาด

5. วินัยเป็นสะพานที่เชื่อมเป้าหมาย เข้ากับความสำเร็จ… ถ้าเรามีเป้าหมาย แต่ขาดวินัย
เป็นเรื่องยากที่จะทำเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จได้

6. ถ้าคุณไม่ยอมเสี่ยง ให้กับสิ่งที่ไม่ธรรมดา… คุณก็จะใช้ชีวิต…ไปอย่างคนธรรมดา

7. แรงกระตุ้น…เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเริ่มต้น
แต่นิสัยคือ…สิ่งที่ทำให้คุณเดินไปต่อ

8. ความสำเร็จไม่ใช่อะไรเลย…นอกจากการมีวินัยอย่างง่ายๆ แค่สองสามอย่าง… แต่ทำมันทุกๆวัน

9. อย่าขลุกอยู่กันคนที่เรียบง่าย พื้นๆ … เพราะคุณจะไม่เติบโต… จงไปอยู่กับกลุ่มคนที่สูง … ทั้งความคาดหวัง และต้องการประสิทธิภาพ

10. จงอย่าลืมเรียนรู้ที่จะมีความสุข กับสิ่งที่คุณมี ไปพร้อมๆ กับการมุ่งมั่น … สร้างทุกสิ่งที่คุณต้องการ

การพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยาก… เพียงแค่ตั้งใจ ฝึกฝน และทำมันอย่างต่อเนื่อง … ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ ที่คุณพึงพอใจ

เงินเดือน ใช่ตัวทำลายความฝัน ของคุณหรือไม่

รู้หรือไม่ว่า ที่จริงแล้ว… เงินเดือน กำลังทำให้ตัวคุณเองถูกจำกัด…ความสามารถของตัวเองอยู่ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับคำว่า “เงินเดือน” กันก่อน ว่ามีที่มา มาจากไหน…?

ที่มาของ เงินเดือน !!?

คำว่า เงินเดือน จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ๆ ก็มีขึ้นมาเลย… แต่มันมีที่มา มีรายละเอียดมากกว่าที่เราอาจคิดไม่ถึง

เงินเดือน มาจากอเมริกา… โดยผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีพันล้านดอลลา คนแรกของโลก
ซึ่งก็คือ ร็อกเกอะเฟลเลอร์ … ทำธุรกิจด้านคมนาคม คือ ทำเกี่ยวกับรถไฟ และเป็นรถไฟที่เชื่อมต่อไปทั่วอเมริกา

ในยุคนั้นเรียกได้ว่า… เป็นอะไรที่บูมมากๆ เพราะยุคนั้นเป็นยุคอุตสาหกรรม เป็นยุคที่มีโรงงาน… และการผลิตสินค้าจำนวนมาก

ทำให้มีการส่งออกจำนวนมาก และยุคนั้นวิธีที่ใช้ในการขนส่งก็คือ รถไฟ จึงทำให้ธุรกิจรถไฟของร็อกเกอะเฟลเลอร์ มีชื่อเสียง และรุ่งเรื่องมาก… ถึงขั้นที่เขาหาคนมาทำงานให้ไม่ทัน… เพราะไม่มีคนที่มีฝีมือเชี่ยวชาญ และทักษะมากเพียงพอที่จะมาทำงานให้เขา…

เขาจึงเกิดความคิดสร้างโรงเรียนขึ้นมา… เพื่อต้องการที่จะผลิตคนออกมาให้เหมือนๆ กัน
มีทักษะเดียวกัน … เพื่อที่จะได้มาทำงานเหมือนๆกัน นั่นก็คือ งานในโรงงาน … และนี่ก็คือ ต้นกำเนิดของโรงเรียน นั่นเอง

ฉะนั้น ร็อกเกอะเฟลเลอร์ และคนรวยคนอื่นๆ จึงคิดสร้างโรงเรียนขึ้นมา… เพื่อที่จะผลิตคนออกมาทำงานนั่นเอง

พอผลิตโรงเรียนขึ้นมา พวกเขาก็คิดว่า
จะหาวิธีจ่ายเงินให้คนเหล่านั้นยังไงดี… จึงเป็นที่มาให้พวกเขาคิดเป็น…ระบบเงินเดือนขึ้นมา

ฉะนั้น การจ่ายเงินเดือนทุกเดือน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ … ทำไมพวกเขาถึงจ่ายให้ทุกเดือน ทำไมไม่จ่าย 6 เดือน หรือ 1 ปีจ่าย …??

นั่น!! เป็นเพราะพวกเขาไม่อยากให้เราคิดเกินไปไกลกว่า 1 เดือน… ทำให้พอเราได้รับเงินเดือน
เราจะคิดแค่เดือนต่อเดือน… เราก็ใช้เงิน ใช้ๆไป พอถึงสิ้นเดือน … จึงทำให้เราคิดถึงแต่เงินเดือน ว่าจะพอไหม แล้วจะเอาอะไรกิน ไปจนถึงเงินเดือนอีกรอบที่จะได้รับ

ทำให้มันก็วนอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะไม่คิดไปไหนไกล… เกินกว่านี้
จะไม่คิดไปถึง 5 ปี หรือ 10 ปี

พอเราไม่ได้คิดไปไกล นี่จึงกลายเป็นตัวลิมิตศักยภาพ … จำกัดความสามารถของตัวเราเอง

สังเกตุดูคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก อย่างเช่น บิลเกต… พวกเขาจะไม่คิดแค่เดือนต่อเดือน แต่พวกเขาจะคิดไปไกลถึง 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น

หรืออย่างโตโยต้า ที่จริงพวกเขามีแผนธุรกิจไปเกิน 100 ปีแล้ว พวกเขาจะมองการไกล

สังเกตุเห็นหรือไม่ว่า… พวกเราก็ได้รับ การรับ เงินเดือน มาจากแบบตะวันตกเช่นกัน… เพราะสมัยก่อนพวกข้าราชการในไทยเอง ก็ได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายปี … แต่ช่วงหลัง ได้รับอิทธิพลการรับค่าจ้างแบบเงินเดือน มาจนถึงปัจจุบัน

ความจริงแล้วการได้รับเงินเดือนมันทำให้เราจำกัดความคิด … จำกัดศักยภาพของเรา

มันทำให้เราไม่กล้าฝัน ไม่กล้าไปไหนไกล เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราติดอยู่ในกับดักเงินเดือน
เราจะกลัว… ทำให้รู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ตรงนี้

คิดว่าถ้าลาออก ออกไปทำธุรกิจของตัวเอง
หากไม่รอดจะทำยังไง สู้อยู่ตรงนี้เฉยๆดีกว่า … จึงทำให้ไม่กล้าที่จะออกไปทำตามความฝัน

รู้แบบนี้แล้ว…คุณตัดสินใจ ใช้ชีวิตแบบไหน!? โดยคุณสามารถแบ่งปันความคิดเห็นกับเราได้ … ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

8 ความคิด ที่นำไปสู่ความมั่งคั่ง ร่ำ รวย แบบชาวยิว

รู้หรือไม่ว่า !? ทำไมชาวยิว ถึงถูกยกให้เป็นกลุ่มคนที่มั่งคั่งและ ร่ำ รวย … ที่สุดในโลก มาดูกันว่าพวกเขาคิดแบบไหน และทำอย่างไร… วันนี้เรามีคำตอบมาบอกต่อ

8 ความคิด ที่นำไปสู่ความมั่งคั่ง ร่ำรวย แบบชาวยิว

1.พวกเขาเน้นหารายได้ จากคนรวย และผู้หญิง … เพราะมองว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นคนถือเงิน และใช้เงิน … ส่วนผู้ชายจะไม่มีเวลาใช้เงิน เพราะผู้ชายจะใช้เวลาไปกับการทำงาน และหาเงินซะมากกว่า

2. ชาวยิวจะไม่เอาเวลาไปแลกกับเงิน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่มองว่าโง่มาก… พวกเขาจะใช้วิธีที่ช่วยให้พวกเขาใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่า … เปรียบเทียบ เช่น การซักผ้า พวกเขาจะใช้เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องทุ่นแรง แทนการซักด้วยมือ ที่ทำให้เสียเวลา และแรงไปโดยไม่จำเป็น

3. เน้นขายของน้อย แต่ได้กำไรเยอะ … ไม่เน้นการขายในปริมาณเยอะ แต่จะเน้นขายของที่มีราคาต่อชิ้นสูง และมีคุณภาพสูง คุ้มค่าสำหรับคนจ่าย

4. พวกเขาจะเน้นขายของ ที่มองว่าคนอยู่ที่ไหนให้ขายที่นั่น … และห้ามเกลียดการขาย เช่น ขายของในห้างสรรพสินค้า เพราะมีคนจำนวนมาก เดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา

5. เรียนรู้จากคนรวย … เชื่อหรือไม่ว่ารายได้ของเราจะอยู่ที่ 5 คนเฉลี่ย ที่เราคุยด้วย และใช้ชีวิตอยู่ด้วยเป็นประจำ … ลองคำนวณดูว่าคุณอยากมีรายได้เท่าไหร่ต่อเดือน ให้เอาตัวเองไปอยู่กับคนกลุ่มนั้น

6. ไม่กลัวการเผชิญหน้ากับปัญหา … เมื่อพวกเขาเจอปัญหา พวกเขาจะไม่กลัว จะมองเห็นประโยชน์ที่ได้จากปัญหานั้นเสมอ เพื่อนำไปพัฒนาต่อ

7. เวลาของพวกเขาเป็นเงินเป็นทอง … พวกเขาจะไม่เสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระ … ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

8. ความยากลำบาก คือ เส้นทางไปสู่ความมั่งคั่ง … พวกเขาเชื่อว่า หากไม่เจอความลำบาก… ก็จะไม่มีทางทำให้สำเร็จ เพราะไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปสู่ความมั่งคั่ง… การนำความคิด และวิธีการคิดแบบชาวยิว ไปใช้ ก็ไม่เลวนะ…

เพราะความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้การันตีเงินใน กระเป๋า ของคุณ

อยากมีรายได้เข้า กระเป๋า เพียงแค่ตั้งเป้าหมาย และก้าวออกไป อย่ารอให้ทุกอย่าง “สมบูรณ์แบบ” แล้วถึงจะลงมือทำ

แต่จงลงมือทำทั้งที่ยัง “ไม่สมบูรณ์แบบ” แต่หากไม่ยอม “เริ่มต้นจุดเเรก” เสียทีก็ไม่มีทางเลยที่จะ “มองเห็นจุดต่อไป”

หากคุณรอให้พร้อม แล้วถึงจะลงมือทำ… เท่ากับว่า คุณจะไม่มีวันได้เริ่มต้นทำอะไรเลย เพราะคำว่า… สมบูรณ์แบบ ไม่มีอยู่จริงในชีวิตของมนุษย์

แน่นอนว่า คำพูดที่ว่า “รู้งี้” เมื่อ 10 ปี ที่แล้วทำก็ดี อาจเกิดขึ้นแน่นอน… หากคุณไม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ วันนี้!!

เพราะความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้การันตีเงินใน กระเป๋า ของคุณ

เพราะหากคุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ ตอนนี้ … ผลลัพธ์ที่ดี… กำลังรอคุณอยู่ข้างหน้าแล้ว อาจจะ 1 ปี หรือ 10 ปี ช้าหรือเร็ว แต่ผลลัพธ์ก็มีอย่างแน่นอน

และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง… หากสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว… แต่หากล้มเหลว นั่นคือคุณได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ และได้ลงมือทำ นั่นก็เรียกว่า “กำไร” แล้ว

ความสำเร็จ ทำให้ได้ชัยชนะ … แต่ความล้มเหลว ทำให้ได้ประสบการณ์…

แต่หากคุณไม่พร้อมเสี่ยง…ที่จะก้าวออกไป
คุณจะไม่มีทางรู้ว่า… สิ่งที่กำลังทำจะสำเร็จได้ยังไง!?

เพียงแค่มีความฝัน เงินล้าน ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

เพียงแค่มีความฝัน เงินล้าน ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

จริงอยู่ที่ความฝัน… อาจมีราคาที่ต้องจ่าย แต่การไม่มีความฝัน… ก็อาจทำให้เราสูญเสียหลายๆอย่างในชีวิตไปเช่นกัน

บางคนไม่กล้าที่จะมีความฝัน… เพราะกลัวผิดหวัง แต่การไม่มีความฝัน… อาจจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย … ทำให้เรายอมแพ้ง่ายๆ และไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอ…ที่เราจะอดทน

ดังนั้นหากกล้าที่จะเสี่ยง ไม่กลัวที่จะลงมือทำ
ความสำเร็จในทุกด้านย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม… รวมถึง การเงิน ของคุณด้วยเช่นกัน!!

ชีวิตคนเราถูกเรียกให้มาทำอะไรบางอย่าง อย่างเฉพาะเจาะจง… เพราะฉนั้นอย่ากลัวที่จะฝัน แล้วอนาคตจะเป็นของคนที่มีความฝัน…

แน่นอนว่าความล้มเหลว… อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวด… แต่คนที่ประสบความสำเร็จ… ก็มักจะต้องล้มเหลวก่อนเสมอ…ใช่ไหม!?

แต่มันสำคัญอยู่ที่ว่า … เมื่อล้มแล้ว… คุณจะลุกเพื่อเดินไปต่อ หรือหยุดพอแค่นี้

ความสำเร็จ … มักเป็นของคนที่อดทนเสมอ … เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเขาจะยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ

เพราะความฝัน คือจุดเริ่มต้น… ของการทำอะไรบางอย่าง… หากคุณฝันอยากมี เงินล้าน ไว้ในกระเป๋า … จงเริ่มทำมันซะ… !!

— ofezsoft —

ทำไม น้ำตาล ไม่เคยให้โทษ ต่อร่างกายของคุณ

น้ำตาล ...ไม่เคยให้โทษ ต่อร่างกาย

เหมือนความรัก…ที่ไม่ได้ทำร้ายใครเช่นกัน

หากคุณใช้มัน…อย่างถูกวิธี


น้ำตาล

การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่ร่างกายต้องการอย่างเพียงพอ มักจะให้ประโยชน์มากกว่าให้โทษ เนื่องจากน้ำตาลให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น รวมถึงยังจำเป็นต่อการทำงานของเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย (เพียงแต่ต้องบริโภคแต่พอดี)

ความรัก

การมีความรักที่แท้จริง มีแต่คุณให้ ความรักไม่เคยทำร้ายใคร หากว่ารักเป็น และรู้จักว่ารักคืออะไร…



ความรักนั้น…ก็อดทนนาน…และกระทำคุณให้

ความรักไม่อิจฉา…ไม่อวดตัว…ไม่หยิ่งผยอง 

ไม่หยาบคาย…ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว…ไม่ฉุนเฉียว

ไม่ช่างจดจำความผิด…ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด…

แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ…ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น

และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ…และมีความหวังอยู่เสมอ…และทนต่อทุกอย่าง

น้ำตาล
น้ำตาล

สำเร็จ ได้โดยไม่คิดแผนสอง

สำเร็จ…โดยไม่คิดแผนสอง แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ มักจะต้องคิดแผนสำรองไว้ก่อนที่จะลงมือทำบางอย่าง เพื่อรองรับแผนแรกที่เขาอาจทำไม่สำเร็จ หรือล้มเหลว แล้วไม่พยายามทำต่อ แน่นอนว่าการมีแผนสำรองอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่นี่ไม่ใช่ความคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ…อย่างแน่นอน

สำเร็จ ไม่คิดแผนสอง

สำเร็จ
สำเร็จ

เพราะคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่… พวกเขาจะไม่คิดแผนที่สองเพื่อรองรับ หากเกิดความล้มเหลว เพราะนั่นเขาไม่คิดที่จะล้มเลิก หรือเลิกที่จะทำหากทำครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วผิดพลาด ยังไม่สำเร็จ ตั้งแต่ครั้งแรก หรือจนถึงกว่าพันครั้ง… พวกเขาจะทำจนกว่าจะสำเร็จ เขาไม่เคยคิดว่าจะทำไม่ได้ เขาคิดแต่ว่าจะต้องทำให้สำเร็จ แม้อาจต้องใช้เวลานาน



พวกเขาจะไม่ยกเลิก หรือล้มเลิกที่จะทำ จนกว่าสิ่งที่ทำนั้นจะสำเร็จ พวกเขาไม่เคยกลัวความล้มเหลว เพราะความล้มเหลว…เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว

แล้วคุณหล่ะ! มีแผนสำรองไว้กี่แผน ?

การโตขึ้น ทำให้เราคุ้นเคยกับ โลก

การที่มนุษย์โตขึ้นในทุกๆ วัน ทุกวินาที ยิ่งทำให้คนเราคุ้นเคยกับ โลก เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างชาญฉลาด เพื่อเอาตัวรอดในสถาณการณ์ที่แสนโหดร้าย บางครั้งอาจทำให้กลัว หมดหวัง ท้อใจ และอยากถดถอย แต่นั่นมันคือสิ่งที่ทำให้ตัวคุณเองโตขึ้นมาโดยมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงไม่ใช่เหรอ?

คุ้นเคยกับ โลก หรือยัง ?



โลก
โลก

อย่ากลัวที่จะเติบโต อย่าคิดย้อนกลับไปเมื่อมันผ่านมาแล้ว จงเข้มแข็ง และสู้ต่อไป เพื่อมุ่งหวังไปสู่เส้นชัย และรับรางวัลแห่งชัยชนะด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง โลกมันก็งี้แหละ !

9 แนวคิดของ สตีฟจ็อบส์ สร้างความสำเร็จ

เพราะมนุษย์ทุกคนต่างก็มีความฝัน มีแนวคิดที่อาจแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าทุกคนต้องการเหมือนกันคือ ได้ทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ตัวเองเรียกว่า “นี่แหละความสำเร็จ” แต่ก็ไม่มีใครได้สิ่งใดมาง่ายๆ แม้แต่ สตีฟจ็อบส์ ยังกล่าวไว้ว่า ” ไม่มีหนทางลัดสู่ความเป็นเลิศ “

แนวคิดของ สตีฟจ็อบส์ สร้างความสำเร็จ ?

สตีฟจ็อบส์
สตีฟจ็อบส์

1. นวัตกรรม เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ระหว่างผู้นำและผู้ตาม



  • เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่กำลังทำอยู่ก่อน ก่อนที่คุณกำลังจะกลายเป็นคนตกยุค ตกงาน หรือธุรกิจล่มสลาย และควรต้องจำไว้ว่า คุณจะผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้

2. จงเป็นคนที่มีคุณภาพสูง คนบางคนไม่เคยชินกับการอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่คาดหวังความเป็นเลิศ

  • แน่นอนมันไม่มีหนทางลัดสู่ความเป็นเลิศ คุณต้องตั้งใจและให้ความสำคัญ ใช้ความสามารถ ทักษะ และพรสวรรค์ ที่มีพยายามทำให้มากกว่าคนอื่น มีมาตรฐานที่สูงกว่า ใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้เกิดความแตกต่าง แต่นั้นหมายความว่า คุณต้องเริ่มลงมือทำโดยทันที

3. วิธีเดียวที่จะทำงานให้ได้ผลดีเยี่ยม คือ คุณต้องรักในสิ่งที่ทำ ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่รักในตอนนี้ จงมองหาไปเรื่อยๆ อย่าด่วนสรุป เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจ คุณจะรู้ได้เอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก

  • จงทำในสิ่งที่รัก มองหาอาชีพการงานที่ทำให้คุณมีจุดประสงค์ ทิศทาง และความพึงพอใจในชีวิต เมื่อคุณมีเป้าหมายและพยายามไปให้ถึง มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมาย ทิศทาง และความพอใจ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว แต่ยังจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องเจอกับอุปสรรค

4. คุณก็รู้ว่า อาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน เราไม่ได้ผลิตด้วยตัวเราเอง เราสวมใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นผลิต เราพูดภาษาที่คนอื่นพัฒนาขึ้น เราใช้คณิตศาสตร์ที่คนอื่นค่อยๆ ปรับปรุงมาเรื่อยๆ ผมหมายถึงว่า เราเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นคงเป็นความรู้สึกที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่ง ที่เราสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

  • จงใช้ชีวิตตามหลักศีลธรรม พยายามทำให้เกิดความแตกต่างบนโลกใบนี้ และมีส่วนร่วมให้เกิดสิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้น คุณจะพบว่ามันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมายมากยิ่งขึ้น

5. มีคำพูดในพุทธศาสนาว่าจิตของผู้เริ่มต้น มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่ทุกคนควรจะมีจิตของผู้เริ่มต้น

มันเป็นจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ซึ่งค่อยๆทำให้เราตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งเหล่านั้น จิตของผู้เริ่มต้นก็คือ การนำหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลำเอียง ให้คิดว่าจิตของผู้เร่ิมต้น เหมือนจิตของเด็กน้อยซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ

6. เราคิดว่า โดยทั่วไปแล้ว คุณดูโทรทัศน์เพื่อพักสมอง และคุณใช้คอมพิวเตอร์เมื่อต้องการให้สมองทำงาน

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีรายงานการศึกษาจำนวนมากที่ยืนยันหนักแน่นว่า การดูทีวีส่งผลเสียด้านจิตใจและมีอิทธิพลด้านศีลธรรม และคนที่ติดทีวีส่วนมากแม้จะรู้ว่า มันทำให้ชินชาและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม ดังนั้น ควรปิดทีวีซะ เพื่อถนอมเซลล์สมอง

7. ผมสูญเงินไป 250 ล้านดอลลาร์ ภายใน 1 ปี มันทำให้ผมรู้จักตนเองดีขึ้น

อย่ามองว่าการทำผิดกับความผิดเป็นเรื่องเท่าเทียมกัน! เพราะคนที่ประสบความสำเร็จโดยไม่เคยล้มเหลว หรือทำผิดเลยนั้นไม่มีหรอก มีแต่คนที่ประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาด และรู้จักเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อทำให้ถูกต้องในครั้งต่อไป พวกเขามองความผิดพลาดเป็นเครื่องเตือนสติ มากกว่าความสิ้นหวัง การไม่เคยทำผิดเลย แสดงว่า คนนั้นไม่เคยใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

8. ในโลกนี้ไม่เคยมีใคร ที่ไม่เคยผิดพลาด เราเกิดมาบนโลกใบนี้แล้วก็ได้ทำสิ่งผิดพลาดเช่นกัน ไม่งั้นแล้ว เราจะเกิดมาทำไม

คุณรู้หรือไม่ว่ามีเรื่องใหญ่ๆ หลายเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จในชีวิต และรู้หรือไม่ว่า เรื่องสำคัญเหล่านั้นจะถูกฝุ่นจับ เมื่อคุณใช้เวลามัวแต่นั่งคิดมากกว่าลงมือทำ เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้กับชีวิตของเราเอง ของขวัญที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความสนใจ ความหลงใหล และความอย่างรู้อยากเห็นของขวัญชิ้นนี้แท้จริงแล้ว มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง

9. เวลาของคุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น อย่าติดอยู่ในหลักความเชื่อ ซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตตามผลความคิดของผู้อื่น อย่ายอมให้เสียงความคิดของคนอื่นมากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีความกล้า ที่จะทำตามหัวใจปรารถนา และสัญชาตญาณ เพราะมันรู้ดีว่าจริงๆ แล้ว คุณต้องการเป็นอะไร เรื่องอื่นๆ กลายเป็นเรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง

  • ชีวิตของคุณเอง คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตตามแบบที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยขัดขวาง ลองให้โอกาสตัวเองฝึกความคิดริเริ่ม ในบรรยากาศที่ปราศจากความกลัวและแรงกดดัน

หากวันนี้คุณยังมีความฝัน อยากประสบความสำเร็จในชีวิต การนำวิธีคิดของผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสตีฟจ็อบส์ ไปใช้เป็นแนวทาง สร้างแรงบันดาลใจ แล้วรีบลงมือทำ ความสำเร็จของคุณก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือคิดแล้วต้องทำให้สำเร็จนี่แหละยิว