อยากมีอิสรภาพทางการ เงิน ต้องเริ่มต้นรู้จักตัวเองก่อน

อิสรภาพทางการ เงิน ใครก็มีได้ … แต่นั่นต้องเริ่มต้นด้วยการ… รู้จักตัวเองให้มากพอก่อน

บางคนโชคดี ที่รู้จักตัวเองได้เร็ว ทำให้พวกเขาเริ่มต้น และประสบความสำเร็จได้ก่อนคนที่ยังหาตัวเองไม่เจอ…

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…คุณหาตัวเองไม่เจอจริงๆ หรือมองข้ามสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และเป็นอยู่กันแน่!

แล้วจะรู้จักตัวเองได้ยังไง…!? เพราะเมื่อใด ที่เรารู้จักตัวเองได้เร็ว… เราจะสามารถก้าวไปต่อได้เร็วเท่านั้น

ก่อนอื่นเราขอบอกก่อนว่า…ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่ยังหาตัวเองไม่เจอ…ไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร ถนัดอะไร…เราเชื่อว่าบนโลกใบนี้ ยังมีคนอีกมากมาย…ที่กำลังตามหาตัวเองเหมือนคุณ

นี่คือเคล็ดลับ ที่ ofezsoft ใช้ทดสอบ แล้วมันให้คำตอบกับเราได้จริงๆ

เริ่มต้นด้วยการที่เรา…ลองทำทุกอย่างก่อน
ให้ลองทำหลายๆ อย่าง เหมือนกับการเดินทาง ให้เดินเป็นเส้นตรงก่อน

ให้เดินไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะเจอสิ่งที่ถนัด…เมื่อเจอสิ่งที่ถนัด แล้วค่อยหยุด…ลงลึกไปกับสิ่งนั้น…โดยตั้งใจทำอย่างจริงจัง

ระว่างการเดินทาง… หากสิ่งไหนทำได้ไม่ดี ไม่ถนัด ให้ตัดออกไปทีละอย่าง

หาว่าอะไรคือจุดแข็ง… อะไรทำได้ดี… อะไรที่ถนัด… และอะไรคือจุดอ่อน ที่ควรตัดออกไป!?

เช่น คุณไม่เคยวาดรูปเลย เพราะคุณคิดว่าคงทำได้ไม่ดี…จึงตัดสินใจเลือกที่จะไม่ทดลองทำ …. ซึ่งจริงๆ แล้ว นี่อาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้

โดยคุณอาจลองวาดรูปดู แล้วให้เพื่อน หรือคนใกล้ตัวช่วยตัดสิน… มันอาจสวยสำหรับคนอื่น… ในขณะที่คุณเองอาจมองว่าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แล้วลองฝึกฝนทำไปเรื่อยๆ ใช้เวลาอยู่กับสิ่งนั้นสักพัก… คุณอาจหลงรักงานนี้ก็ได้

และงานนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้น… เป็นก้าวแรกที่จะนำคุณก้าวไปต่อ… จนถึงเส้นชัย

อย่าเพิ่งตัดบางอย่างออก…หากคุณยังไม่ได้ลงมือลองทำก่อน ให้ลองทำก่อน หากนี่ไม่ใช่ตัวตนของคุณจริงๆ ค่อยตัดออก

แน่นอนว่า… นี่อาจต้องใช้เวลาในการค้นพบ อาจเป็นวัน เป็นเดือน หรือนานหลายปี.. ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการเลือกของคุณด้วย

แต่การลองค้นหาตัวเองทีละก้าว… ยังดีกว่าให้เวลาผ่านไป… โดยไม่ได้ลองทำอะไรเลย… อาจช้ากว่าคนอื่น… แต่อย่างน้อย คุณก็ได้เริ่มก้าวออกไปแล้ว

หากคุณมีเพื่อนที่ดี พวกเขาจะมองเห็นและบอกเราเองว่า… คุณทำอะไรได้ดี ให้ลองนำข้อมูลที่เพื่อนบอกมาช่วยในการเลือกของคุณ

พอคุณเลือกและตัดสินใจแล้ว… ให้โฟกัส… ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน… ศึกษา หาข้อมูล … เรียนรู้…ใช้เวลาอยู่กับสิ่งนั้น แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง

แล้วเราหวังว่า…สักวันนึง คุณจะหาตัวเองเจอ…ทำในแบบที่เป็นตัวตนของคุณจริงๆ… เพราะเมื่อคุณหาตัวเองเจอ มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง… ก็จะไม่มีใครเรียนแบบ และนำสิ่งที่คุณเป็นไปจากคุณได้ และที่สำคัญความสำเร็จก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

เราขอเป็นกำลังใจ…ให้ผู้ที่กำลังเดินทาง…ตามหาตัวเอง…เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

รู้หรือไม่ว่า แค่โพสต์รูป ก็รู้แล้วว่า กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ( Harvard University ) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ ( University of Vermont )… ได้รวบรวมรูปทั้งหมดจำนวน 43,950 รูป จากอาสาสมัครทั้งหมดจำนวน 166 คน…จากการศึกษาพบมีผู้ป่วยที่เป็น โรคซึมเศร้า จริงอยู่ทั้งหมดจำนวน 71 คน

หลังจากที่พวกเขาได้นำรูปทั้งหมด ไปทำนายผ่านคอมพิวเตอร์ AI … ว่าคนไหน โพสต์รูปยังไง
แล้วบ่งบอกว่า…คนนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง!?

และบอกได้เลยว่าความแม่นยำของ computer AI มีมากถึง 70%

หลังจากที่พวกเขาได้อ่านแล้ว พวกเขาได้ผลการวิเคราะห์ออกมาว่า…จุดสังเกตุของคน
ที่โพสต์ภาพแล้วเป็นโรคซึมเศร้า มีอะไรบ้าง?

5 ภาพโพสต์ บอกเป็น โรคซึมเศร้า

  1. มักจะโพสต์ภาพโทนสีที่ไม่ค่อยสดใส โทนสีมืดๆ เช่น สีเทา ฯลฯ
  2. โพสต์ภาพที่เป็นสีโทนขาวดำเป็นส่วนใหญ่
  3. โพสต์ภาพที่อยู่คนเดียว ไม่ค่อยมีคนรอบข้าง ไม่มีสังคมอะไรมากมาย
  4. โพสต์ภาพที่สื่ออารมณ์เศร้าหรือเสียใจอยู่
  5. ภาพที่โพสต์จะมียอด Like น้อยกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกนะ…ว่าคนที่โพสต์ภาพแบบนี้ทั้งหมด จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อย่างที่บอกความแม่นยำของ computer AI มีมากถึง 70%

แล้วคุณเคยสังเกตุตัวเอง หรือคนรอบข้างบ้างหรือไม่? เพราะเมื่อไหร่ที่เราสังเกตุพบความผิดปกติ ที่อาจบ่งบอกถึงการป่วยได้เร็ว… เท่ากับว่าเราจะได้หาวิธีรักษาและป้องกันสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดได้รวดเร็วขึ้น

จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการพัฒนาทางด้านสมอง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โรคซึมเศร้านั้น ยังคงอยู่กับคนกลุ่มที่มีความเครียดเสมอๆ ฉะนั้น ควรต้องหมั่นตรวจสอบ และดูแลสุขภพาจิตให้เป็นปกติ มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดอันตรายกับคนรอบข้าง และตัวของเราเอง