7 อาหารเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ต่อสู้ไวรัสโควิด-19

การเลือกบริโภคอาหารที่สมดุลอย่างเพียงพอ จะช่วยสนับสนุนระบบ ภูมิคุ้มกัน ของร่างกายให้แข็งแรง ลิซ่าโจนส์ นักโภชนาการในฟิลาเดลเฟียกล่าว ” การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ” โดยเฉพาะช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ( COVID-19 ) การเติมสารอาหารที่ดีให้กับร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

7 อาหารช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน

ภูมิคุ้มกัน
ภูมิคุ้มกัน

1. กระเทียม

  • กระเทียมมีสารประกอบที่ทำหน้าที่ทำลายเชื้อแบคทีเรีย และการติดเชื้อ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของคุณ และจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบริโภคกระเทียม อาจช่วยลดความเสี่ยงของอาการเจ็บป่วย

2. เมล็ดฟักทอง



  • แร่ธาตุสังกะสีในเมล็ดฟักทองขนาดเล็กนี้ เป็นแร่ธาตุสำคัญสำหรับการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน การรับประทานเมล็ดฟักทองประมาณ 1.5 ออนซ์ ให้แร่ธาตุสังกะสีกับร่างกายประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน

3. อัลมอนด์

  • อัลมอนด์อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งการวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีความสำคัญต่อการรักษาระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น (การรับประทานอัลมอนด์ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งจะดีที่สุด)

4. ผักใบเขียวเข้ม

  • ผักใบเขียวเข้มเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีน ที่เกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบ และเพิ่มเซลล์ต่อสู้กับโรค ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้

5. ผลไม้รสเปรี้ยว

  • ผลไม้จำพวกส้ม มะนาว ส้มโอ ฯลฯ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคุณได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นผลไม้รสเปรี้ยวยังมีวิตามิน และแร่ธาตุมากมาย ที่ช่วยให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างถูกต้อง

6. พริกหยวก

  • พริกหยวกให้วิตามินซีแก่ร่างกายมากกว่าที่ร่างกายต้องการตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะพริกหยวกแดงมีวิตามินซีมากเป็น 2 เท่าของผลไม้รสเปรี้ยว พวกมันเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน และวิตามินซีซึ่งอุดมไปด้วยระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยบำรุงสุขภาพของดวงตาและผิวหนังของเรา

7. บล็อคโคลี่

  • บล็อคโคลี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โพแทสเซียม วิตามินA, C, E และเส้นใยที่ดี เป็นผักที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีมาก รวมถึงยังเป็นแหล่งโภชนาการที่สูงต่อร่างกาย

การเลือกรับประทานอาหารที่ดี รวมถึงการออกกำลังกาย จะสามารถช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้ ที่สำคัญอย่าลืมป้องกันตนเองจากพื้นที่เสี่ยง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งด้วยนะคะ

ทำไมต้องกิน ไข่นกกระทา ดีกว่าอย่างไร

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ ไข่นกกระทา ที่มีขนาดเล็กนี้ได้รับความนิยมทานมากขึ้น แม้ว่าจะมีขนาดเล็กว่าไข่ไก่ก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่ามันมีวิตามินบี 12 ที่สูงกว่าไข่ไก่ 1 ใน 3, ซีลีเนียม, โคลีน รวมถึงธาตุเหล็ก ที่มีประโยชน์สูงต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีแคลอรี่เพียง 14 แคลอรี่

ซีลีเนียมและไรโบฟลาวินในไข่นกกระทา เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายของคุณย่อยอาหารได้ดี รวมถึงซีลีเนียมยังช่วยให้การทำงานของต่อมไทรอยด์มีสุขภาพที่ดี

ในขณะเดียวกันวิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก ช่วยเสริมระบบประสาทให้แข็งแรง และช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง



ไข่นกกระทา
ไข่นกกระทา

สารต้านอนุมูลอิสระในไข่นกกระทาอาจช่วยลดความเสียหายของเซลล์ และรักษาอาการภูมิแพ้ และภาวะการอักเสบที่รุนแรงจากการแพ้อาหาร

นอกจากนี้โคลีนมีความสำคัญต่อการช่วยให้ร่างกายของคุณสร้าง อะซีทิลคอลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สร้างขึ้นภายในสมอง ที่ส่งข้อความจากระบบประสาท ไปยังกล้ามเนื้อของคุณ

อย่างไรก็ตามไข่นกกระทา อาจหาทานได้ยากกว่าไข่ไก่และอาจมีราคาแพงกว่า อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วจะไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรระมัดระวังในการรับประทาน