นี่คือเหตุผล ที่คุณควรกิน กิมจิ

กิมจิ เป็นอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมที่ทำจากผักดองเค็ม หมักเพียงไม่กี่วัน ไปจนถึง 3 สัปดาห์ หรือจะทานสดก็ได้ ส่วนใหญ่จะมีกะหล่ำปลี และเครื่องปรุงรส เช่น น้ำตาล พริก ขิง หัวหอม เกลือ และกระเทียม และอาจมีผักชีฝรั่ง แตงกวา แครอท ผักโขม หน่อไม้ หัวไชเท้า และมะเขือยาวผสมอยู่ด้วย

ไม่เพียงแต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากนี่เอง จึงทำให้กิมจิได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

นี่คือเหตุผล ที่คุณควรกิน กิมจิ ?



กิมจิ
กิมจิ
  • อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี แร่ธาตุมากกว่า 10 ชนิด และกรดอะมิโนที่มากกว่า 34 ชนิด
  • มีแคลอรี่ต่ำ ซึ่งอาจช่วยลดน้ำหนักได้
  • ช่วยชะลอกระบวนการชรา
  • ช่วยในเรื่องระบบการเผาผลาญ
  • ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง
  • ช่วยให้ผิวมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง
  • ช่วยลดระดับเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
  • แบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสในกิมจิ อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
  • ป้องกันการเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคท้องผูก โรคหัวใจ และโรคไข้หวัด ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากิมจิจะมีความเสี่ยงน้อยมาก แต่เนื่องจากกิมจิเป็นอาหารหมักดองมันยังคงมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ดังนั้นผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรระมัดระวังในการรับประทาน

14 สัญญาณ อาการขาด ธาตุเหล็ก เสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดสูง

ภาวะขาด ธาตุเหล็ก พบได้บ่อยที่สุดทั่วโลก และมีความรุนแรงอย่างมากโดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับการกระตุ้นการเจริญเติบโตของผู้หญิงแรกรุ่น หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงหญิงสูงอายุ นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังมีคุณสมบัติที่ช่วยต่อสู้กับมะเร็ง

14 สัญญาณอาการขาด ธาตุเหล็ก ?

ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็ก
  • เส้นผมอ่อนแอ ผมแห้ง แตกหัก และหลุดร่วงได้ง่าย
  • เล็บอ่อนแอ เปราะบาง
  • ชีพจรเต้นเร็ว ใจสั่น หายใจถี่
  • ผิวหมองคล้ำ ซีด ผิวอ่อนแอ เกิดบาดแผล และรอยฟกช้ำได้ง่าย
  • กล้ามเนื้อและกระดูกอ่อนแอ
  • ผิวใต้ตาคล้ำ
  • นอนไม่หลับ หลับยาก
  • รู้สึกเมื่อยล้า
  • รู้สึกปวดศีรษะ มึนงง
  • มือและเท้าเย็น
  • ลิ้นมีแผลได้ง่าย
  • เจ็บหน้าออกขณะออกกำลังกาย
  • มีอาการโรคขาอยู่ไม่เป็นสุข
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย เช่น เสี่ยงป่วยเป็นหวัด และไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย

ขาดธาตุเหล็ก อันตรายอย่างไร ?



  • สำหรับเด็กผู้หญิงวัยแรกรุ่น อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ฮอร์โมน ที่มีผลต่อการมาของประจำเดือนโดยตรง
  • ผู้หญิงอายุมาก เสี่ยงทำให้ไทรอยด์ทำงานไม่สมดุล
  • หญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงเป็นโรคโลหิตจาง เสี่ยงแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และเสี่ยงกระทบต่อการพัฒนาสมองของทารก รวมถึงเสี่ยงกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
  • เสี่ยงพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้อักเสบ กรดในกระเพาะอาหาร ฯลฯ

อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก

  • เช่น ผักชีฝรั่ง ผักโขม ผักกาดขาว ถั่ว ธัญพืชต่างๆ พริก ตับ กระเทียม ผักสีเขียวเข้ม ปลา ไข่แดง อาหารทะเล และสาหร่ายทะเล ฯลฯ

แล้วอาการเหล่านี้ เคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือไม่ ? เพราะธาตุเหล็กนั้นสำคัญต่อร่างกายมาก ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ต้องการ แต่ทุกเพศทุกวัยจำเป็นต้องได้รับอย่างครบถ้วน เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นตัวการในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รู้แบบนี้แล้ว… อย่าลืมหาอาหารเสริมธาตุเหล็กมาทานกันด้วยนะคะ

หากคุณกิน อาหารโปรตีนสูง มากเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น

แน่นอนว่า อาหารโปรตีนสูง นั้นดีต่อสุขภาพ เพราะมันช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมมวลกล้ามเนื้อ และกระดูกที่ดี รวมถึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง อีกทั้งยังมีส่วนที่ช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ แต่ในขณะเดียวกันหากร่างกาย ได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ร่างกายเสียความสมดุล และทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกให้คุณกินโปรตีนมากขึ้นก็จริง แต่โปรตีนที่คุณกินนั้นมากเกินไปหรือไม่? สิ่งที่มากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากโปรตีนที่คุณกินนั้น เป็นโปรตีนที่มาจากพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว ฯลฯ แต่เรากำลังจะบอกว่า ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อคุณบริโภคโปรตีนจากสัตว์มากเกินไป เช่น ไก่ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อแดง ฯลฯ

รู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายคุณ ได้รับโปรตีนมากเกินไป ?

อาหารโปรตีนสูง
อาหารโปรตีนสูง

จริงๆ แล้วมีอาการเพียงไม่กี่อย่างที่บ่งบอกได้ว่า ร่างกายของคุณมีโปรตีนมากเกินไป โดยมักจะแสดงอาการดังต่อไปนี้

  • รู้สึกไม่สบายท้อง อาหารไม่ย่อย
  • รู้สึกอ่อนเพลีย
  • มีอาการคลื่นไส้
  • ปวดศีรษะ
  • หงุดหงิดง่าย
  • มีอาการท้องผูก
  • หายใจเร็ว

อาหารโปรตีนสูง อันตรายอย่างไร !



น้ำหนักเพิ่มขึ้น

ในตอนแรกอาหารที่มีโปรตีนสูง อาจทำให้น้ำหนักลดลง แต่น่าเสียดายเมื่อเวลาผ่านไปโปรตีนส่วนเกินนั้นมักจะถูกเก็บเป็นไขมัน ในขณะที่กรดอะมิโนส่วนเกินจะถูกขับออกมา

เสี่ยงเป็นมะเร็งสูงขึ้น

สำหรับผู้ที่ทานโปรตีนสูงจากเนื้อแดง พบว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงยังเสี่ยงพบปัญหาอื่นๆ ทางด้านสุขภาพด้วย

ร่างกายขาดน้ำ

ในการศึกษาโดยนักกีฬา ในปี 2545 พบว่า…เมื่อปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น ระดับความชุ่มชื้นลดลง สิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายของคุณล้างไนโตรเจนส่วนเกินออกด้วยของเหลวและน้ำ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำ แม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม

กำหนดการบริโภคโปรตีน สำหรับผู้ชาย 56 กรัมต่อวัน และผู้หญิง 46 กรัมต่อวัน ทั้งนี้ร่างกายมนุษย์ทุกคนแตกต่างกัน ตั้งแต่อายุ น้ำหนัก การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร รวมถึงสรีรวิทยา

การเลือกทานโปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์ ในปริมาณที่เหมาะสม นี่อาจเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพร่างกายคุณมากกว่า (แหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ข้าวโอ๊ต ควินัว และพืชตระกูลถั่ว ฯลฯ)

ผวา การระบาดของ ไวรัสโคโรนา ยอดพุ่งไม่หยุด

รายงานล่าสุดจากจีนยืนยันยอดผู้เสียชีวิต จากโรคปอดอักเสบเพิ่มขึ้น จากการระบาดของ ไวรัสโคโรนา ( Coronavirus )โดยระบุว่า…

  • มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 170 ราย
  • และมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นจำนวน 7,816 ราย
  • มีผู้ป่วย 47 รายที่รักษาหายและออกจากโรงพยาบาลแล้ว

นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้ ( ไวรัสโคโรนา ) !!



  • ไวรัสส่งผ่านจากคนสู่คนได้รับการยืนยันแล้ว
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า ไวรัสมีศักยภาพในการกลายพันธุ์
  • พบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากในประเทศจีน และดินแดนต่างๆ ทั่วโลก
  • พบผู้ติดเชื้อรายแรกในเยอรมณี และกัมพูชา
  • ล่าสุดมีจำนวนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 15 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ปากีสถาน เนปาล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย เยอรมณี สหรัฐ แคนาดา และฝรั่งเศส

ขณะนี้รัฐบาลจีนได้ประกาศขยายวันหยุดเทศกาลตรุษจีนออกไป จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้สั่งการบริษัทต่างๆ ทั้งรัฐบาลและเอกชนในเซี่ยงไฮ้ปิดทำการไปจนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ แต่ไม่ได้บังคับใช้กับบริษัทที่ดำเนินการด้านสาธารณูปโภค และบริษัทบางประเภท เช่น บริษัทยา และบริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์

สาหร่ายเกลียวทอง ดีต่อสมอง ช่วยป้องกันมะเร็งช่องปาก

สาหร่ายเกลียวทอง ( Spirulina ) เป็นแหล่งอาหารที่สามารถช่วยเสริมอาหาร สำหรับผู้ที่ขาดสารอาหาร ซึ่งจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะมันเต็มไปสารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารหลายชนิด เช่น โปรตีน วิตามินบี แมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก ฯลฯ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสมองของคุณ รวมถึงมันยังได้รับชื่อว่าเป็นอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก

สาหร่ายเกลียวทองเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำจืด และน้ำเค็ม มันเป็นไซยาโนแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นตระกูลของจุลินทรีย์เซลล์เดียว ที่มักถูกเรียกว่า ” สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว “

ไซยาโนแบคทีเรียสามารถผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น เดียวกับพืช “

สาหร่ายเกลียวทองถูกใช้มาตั้งแต่โบราณ แต่กลับได้รับความนิยมอีกครั้งเมื่อ NASA เสนอว่าจะสามารถนำไปปลูกในอวกาศ เพื่อใช้งานโดยนักบินอวกาศ



สาหร่ายเกลียวทอง ดีอย่างไร ?

สาหร่ายเกลียวทอง
สาหร่ายเกลียวทอง

การที่คุณกินสาหร่ายเพียง 7 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะ คุณจะได้รับไขมัน และแคลอรี่เพียงเล็กน้อย นอกจากนั้นคุณจะยังได้รับสารอาหารที่เต็มไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในสาหร่าย และนี่อาจเป็นข่าวดีของผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่

มันมีโปรตีนที่ดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับไข่ มันให้กรดอะมิโนที่จำเป็นทั้งหมดที่คุณต้องการ ที่สำคัญสารต้านอนุมูลอิสระในสาหร่ายมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ป้องกันความเสียหาย ที่อาจเป็นอันตรายต่อ DNA และเซลล์ของคุณ

มันสามารถลดระดับไขมันชนิดไม่ดี LDL และระดับไตรกลีเซอไรด์ ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก

หลักฐานบางอย่างชี้ให้เห็นว่า มันมีคุณสมบัติที่อาจช่วยต้านมะเร็ง จากการวิจัยในสัตว์ระบุว่า สามารถลดการเกิดมะเร็ง และขนาดของเนื้องอก โดยเฉพาะมะเร็งในช่องปาก

และที่สำคัญมันช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่ง เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ จึงเหมาะอย่างมากสำหรับนักกีฬา เพราะสารต้านอนุมูลอิสระอาจช่วยให้นักกีฬาฟื้นตัวจากความเครียด จากการออกกำลังกาย ซึ่งก่อให้เกิดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ

หลักฐานบางอย่างชี้ให้เห็นว่า มันอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประภท 2 โดยสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

และเนื่องจากสาหร่ายเกลียวทองถูกใช้มายาวนาน คิดว่ามีความปลอดภัย แต่อาจมีอันตรายจากการปนเปื้อนด้วยโลหะที่เป็นพิษ แบคทีเรียที่เป็นอันตราย และสารพิษที่ผลิตจากสาหร่ายบางชนิด ถ้าหากมันเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย

สาหร่ายเกลียวทองที่ปนเปื้อน “อาจทำให้ตับถูกทำลาย และเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว และอาจทำให้เสียชีวิต” โดยเฉพาะสำหรับเด็ก หรือผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานผิดปกติ ควรต้องระวังอย่างมาก

ไวรัสอู่ฮั่น จากจีนระบาดรุนแรง เสียชีวิตแล้ว 17 ราย ชี้อาจกลายพันธุ์ จนควบคุมไม่อยู่

เชื้อไวรัสตัวใหม่จากจีนที่แพร่ระบาดรุนแรง ไปยังหลายประเทศทั่วโลก ขณะนี้มีรายงานพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 17 ราย และมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 540 รายในประเทศจีน และในประเทศไทยได้รับการยืนยัน 4 ราย แต่เชื่อว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่าที่รายงานหลายเท่าตัว และอาจระบาดจนควบคุมไม่อยู่ ซึ่งเชื่อว่าเชื้อ ” ไวรัสอู่ฮั่น ” มีต้นกำเนิดเริ่มแพร่มาจากสัตว์ป่าที่ซื้อขายกันโดยผิดกฎหมายมาสู่คน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าไวรัสดังกล่าวอาจกลายพันธุ์ได้

ไวรัสอู่ฮั่น
ไวรัสอู่ฮั่น

ก่อนหน้านี้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นจากใจกลางเมืองอู่ฮั่น และเชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปหลายประเทศ ขณะนี้มีรายงานตรวจพบที่ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเก๊า และญี่ปุ่น ลามไกลไปถึงสหรัฐอเมริกา



เชื้อไวรัสแพร่กระจายโดยผ่านการหายใจ ไปยังคนสู่คน ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคปอดบวม โดยอาการเบื้องต้นอาจมีไข้ขึ้นรวดเร็ว เริ่มไอ ปวดศีรษะ และหายใจลำบาก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการรักษา

เพื่อความปลอดภัย ควรป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกไปยังที่สาธารณะ และหลีกเลี่ยงสถานที่คนหนาแน่น

หากกิน ถั่วลิสง 25 กรัมต่อวัน จะเกิดอะไรขึ้น

ในขณะที่ถั่วพิสตาชิโอเป็นเหมือนอัญมณีสีเขียวเล็กๆ อัลมอนด์เป็นที่ชื่นชอบ และวอลนัทถูกมองว่าเป็นแหล่งมหัศจรรย์ของสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ แล้ว… ถั่วลิสง หล่ะ? ผู้คนส่วนใหญ่มักมองด้วยความคลุมเครือ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า นี่เป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับคุณนะ

ถั่วลิสง จะดีจริงเหรอ? มาหาคำตอบกัน

ถั่วลิสง
ถั่วลิสง

ถั่วโดยทั่วไปนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการที่คล้ายกัน แม้หลายคนอาจมองว่าอัลมอนด์ดีกว่าถั่วลิสงก็ตาม แต่นั่นไม่เป็นความจริงเลย



ดร. จอห์น เดย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่ศูนย์การแพทย์ Intermountain Medical Center Heart (Salt Lake City, Utah) เขียนไว้ในบล็อก ในหัวข้อ “อัลมอนและถั่วลิสงช่วยป้องกันปัญหา ทางการแพทย์เรื้อรัง…”

ถั่วลิสงมีโปรตีน 7 กรัมต่อออนซ์ ซึ่งมากกว่าอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และวอลนัท เป็นที่รู้จักกันดีว่า โปรตีน มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และโปรตีนสูงจากธรรมชาติของถั่วลิสง สามารถช่วยระงับความอยากอาหารได้ด้วย

ถั่วลิสงมีเส้นใยประมาณ 2.4 กรัมต่อออนซ์ ซึ่งน้อยกว่าอัลมอนด์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหากร่างกายของคุณได้รับใยอาหารที่เพียงพอ มันจะสามารถช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือด รวมถึงยังช่วยคุณลดน้ำหนักได้อย่างดีอีกด้วย

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในจดหมายเหตุของอายุรศาสตร์พบว่า การบริโภคเส้นใยอาหารมากขึ้นนั้น เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของการเสียชีวิต ผู้ที่บริโภคไฟเบอร์มากที่สุดประมาณ 25-30 กรัมต่อวัน มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า ผู้ที่กินไฟเบอร์น้อยที่สุด (10-13 กรัมต่อวัน) มากถึง 22%

ถั่วลิสงอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมาย เช่น วิตามินบี1, วิตามินบี3, โฟเลต, ทองแดง, แมงกานีส, ไบโอติน, ฟอสฟอรัส และวิตามินอี ฯลฯ รวมถึงยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง…

ไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่พบในถั่วลิสง สามารถช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดีขึ้น และใช้โปรตีนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไขมันไม่อิ่มตัวสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

การบริโภคถั่วลิสงเป็นประจำ นอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันการสูญเสียความจำ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว และดีต่อสุขภาพสูงแล้ว ที่สำคัญถั่วลิสงยังมีราคาที่ต่ำ สามารถหาทานได้ง่าย

แน่นอนว่าการบริโภคถั่วในปริมาณที่มากเกินพอดีต่อวัน อาจมีผลกระทบต่อร่างกายได้ ดังนั้นการบริโภคประมาณ 1 กำมือต่อวัน นี่อาจให้ประโยชน์ที่มากกว่า

เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ตาบอดจากไวรัส ไข้หวัดใหญ่

เด็กหญิง อายุ 4 ขวบ ตาบอด และไม่แน่ชัดว่าเธอจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหรือไม่? หลังจากที่ครอบครัวของเธอล้มเหลวจากการฉีดวัคซีนป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ ในฤดูกาลนี้

อแมนดา ฟิลลิปป์ กล่าวว่า ” เธอพาลูกสาวของเธอ ที่มีอาการไข้สูง ที่อาจเป็นอันตรายตามรายงานของ NBC ไปที่โรงพยาบาลในวันคริสต์มาสอีฟ ” เธอบอกว่าลูกสาวของเธอ ได้รับวัคซีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกในฤดูกาลนี้ โดยหวังว่าการฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้จะเพียงพอ



ไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่

ลูกสาวของเธอ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนานกว่าสองสัปดาห์ ในช่วงเวลานั้นอาการไม่ดีขึ้น โดยเกิดโรคไข้สมองอักเสบ และสูญเสียการมองเห็น ส่วนอาการของสมองบวมเป็นภาวะที่หายากมาก พบได้ 1 ใน 5 ล้านคน

ฟิลลิปป์ กล่าวว่า ” แพทย์บอกกับเธอว่าพวกเขายังไม่ทราบแน่ชัดว่า ตาบอดของลูกสาวเธอถาวรหรือไม่ก็ประมาณ 6 เดือน “

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกล่าวว่า ” ไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ส่งผลกระทบมาก โดยเฉพาะกับเด็ก “

หน่วยงานประมาณการว่า มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 9.7 ล้านคน ในฤดูกาลนี้ โดยป่วย 87,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,800 ราย

ฟิลิปป์ กล่าวว่า เธอหวังว่าเรื่องราวของลูกสาวเธอ จะไปถึงผู้ปกครองคนอื่นๆ เธอกล่าว ” คุณควรทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกๆ ของคุณ “

อาหารไขมันต่ำ ส่งผลให้ฮอร์โมนผู้ชายลดลง

สำหรับผู้ชายที่ได้รับการวินิจฉัยว่า มีการขาดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) การลดน้ำหนักสามารถช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนได้ แต่อาหารบางอย่าง โดยเฉพาะ อาหารไขมันต่ำ อาจเกี่ยวข้องกับการลดลงของระดับเทสโทสเตอโรน

อาหารไขมันต่ำ ส่งผลฮอร์โมนผู้ชายลดลง ?

อาหารไขมันต่ำ
อาหารไขมันต่ำ

ตามรายงานของ Jake Fantus, MD, แผนกระบบทางเดินปัสสาวะภาควิชาศัลยศาสตร์มหาวิทยาลัยชิคาโกแพทย์ศาสตร์และเพื่อนร่วมงาน จากภาควิชาระบบปัสสาวะ, Northwestern University Feinberg School of Medicine, และภาควิชาศัลยศาสตร์, ระบบสุขภาพ NorthShore University ระบุว่า ” เราพบว่าผู้ชายที่รับประทานอาหารที่มีไขมันจำกัด มีฮอร์โมนโมนเทสโทสเตอโรนต่ำกว่า ผู้ชายที่ทานอาหารที่ไม่จำกัด “

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศชาย รวมถึงอายุ ดัชนีมวลกาย การออกกำลังกาย และเงื่อนไขทางการแพทย์



โดยรวมแล้วผู้ชาย 26.8 เปอร์เซ็นต์ มีระดับเทสโทสเตอโรนน้อยกว่า 300 ng / dL  ฮอร์โมนโทสเตอรโรนต่ำ นำไปสู่ปัญหาพลังงานลดลง การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา รวมถึงไขมันในร่างกายที่เพิ่มขึ้น และความหนาแน่นของกระดูกลดลง

อย่างไรก็ตามผลของอาหารต่อระดับเทสโทนเตอโรนยังไม่ชัดเจน เนื่องจากฮอร์โมนเทสโทนเตอโรนเป็นฮอร์โมนสเตียรอยด์ ที่ได้มาจากคอเลสเตอรอล การเปลี่ยนแปลงปริมาณไขมัน จึงสามารถเปลี่ยนระดับเทสโทสเตอโรนได้

การวิเคราะห์ใหม่พบว่า อาหารมีผลต่อฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือด แสดงให้เห็นว่า อาหารไขมันต่ำ มีความสัมพันธ์กับระดับเทสโทสเตอโรนต่ำกว่า เมื่อเทียบกับอาหารที่ไม่ได้จำกัด

ดังนั้นข้อมูลดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าอาหารที่มีไขมันต่ำ อาจมีผลต่อฮอร์โมนเทสโทสเตอรโรนในเพศชาย อย่างไรก็ตามผู้เขียนคิดว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน แล้วคุณหล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ? โดยคุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ตรงช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

การดื่ม ชา เป็นประจำ ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

ชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีการบริโภคในรูปแบบที่หลากหลาย แต่สำหรับในเอเชียโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และจีน นิยมมากกว่าในประเทศตะวันตก นอกจากนี้ยังเป็นที่สนใจอย่างมากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตับ

ชา ดีต่อร่างกายอย่างไร ?

ชา
ชา

ข้อมูลในวารสารโรคหัวใจแห่งยุโรประบุว่า การบริโภคชา มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โดยเฉพาะชาเขียว ซึ่งเป็น แหล่งของฟลาโวนอยด์ ที่ออกฤทธิ์สามารถช่วยลดความเครียดออกซิเดชั่น และบรรเทาอาการอักเสบ เพิ่มการทำงานของเซลล์เนื้อเยื่อบุโพรง และ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ



ดร. ซินหวาง นักวิจัยคนแรกในภาควิชาระบาดวิทยา ของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน และวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งกล่าวว่า ” การบริโภคชาตามนิสัย มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง ของโรคหัวใจและหลอดเลือด “

การบริโภคชาตามนิสัยนั้น สัมพันธ์กับอายุขัยที่ยาวนานขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ดื่มชาเป็นนิสัย มีความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองลดลง 56 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต 29 เปอร์เซ็นต์

นักวิทยาศาสตร์สรุป “การบริโภคชาแบบปกติ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และการเสียชีวิตจากสาเหตุทั้งหมด”

แล้วคุณหล่ะ เคยดื่มชาบ้างหรือไม่ และจากข้อมูลดังกล่าว คุณคิดว่าการดื่มชา จะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของคุณมากน้อยเพียงใด ?