12 สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เมื่อคุณกิน รังนก เป็นประจำ

รังนก ( Edible bird’s nest ) เป็นผลผลิตที่ได้มากจากสารคัดหลั่งจากต่อมน้ำลายของนกแอ่นกินรังหรือนกอีแอ่น ( Edible-nest swiftlet ) ที่ใช้สร้างทำรังเพื่อวางไข่ มีลักษณะเป็นสีขาว เหนียว พบได้มากในถ้ำ ซอกหิน หรือหน้าผา รังนกแห้งมีคุณค่าทางสารอาหารสูง จึงได้รับความนิยมนำมารับประทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะชาวจีนที่นิยมรับประทานกันมายาวนานกว่า 1000 ปี เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย

รังนก เป็นกลุ่มโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงถึงร้อยละ 50 – 60 และมีแร่ธาตุอีกหลายชนิด การวิเคราะห์รังนก ในปี 1936 โดยบริษัทไทยรังนก ด้วยการส่งรังนักให้นักเคมีชาวเยอรมันวิเคราะห์ พบว่า ส่วนประกอบของรังนกมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก 53.69 % และมีความชื้น 10.4%

และการวิเคราะห์ในปี 2000 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนประกอบของรังนกประกอบด้วยความชื้น 5.11% โปรตีน 60.9% โพแทสเซียม 0.03% และแคลเซียม 0.85%

รังนก
รังนก

12 ประโยชน์ของ รังนก ?



แพทย์แผนจีนเชื่อว่ารังนกมีสรรพคุณ ที่ดีสำหรับสุขภาพร่างกายหลายด้าน เช่น

1.ความเสี่ยงของการอุดตันในหลอดเลือดลดลง

2. ระบบทางเดินหายใจสุขภาพดี ปอดแข็งแรง

3. การไหลเวียนโลหิตดี ลดความเสี่ยงของการเป็นความดันโลหิตสูง

4. มีอายุยืนยาว

5. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้ทารกในครรภ์แข็งแรง

6. ระบบประสาทและสมองทำงานดี ส่งผลทำให้ความจำดี ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคความจำเสื่อม

7. ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เพราะรังนกมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง

8. สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย เพราะรังนกมีสรรพคุณช่วยต่อต้านและยังยั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส ที่อาจเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

9. ผิวพรรณมีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์กว่าวัย ผิวไม่เหี่ยวย่นง่าย

10. ร่างกายสดชื่น มีเรี่ยวแรง กระปรี้กระเปร่า

11. ไม่ป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่าย เพราะรังนกมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการหวัด และยับยั้งการติดเชื้อไข้หวัด

12. มีระบบการย่อยอาหารดี ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างสมดุล จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกได้

แน่นอนว่าการเลือกรับประทานรังนก อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รังนกจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง เพราะในปัจจุบันพบว่าได้มีรังนกปลอมที่ผลิตจากยางคารายาเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ออกมาวางจำหน่ายด้วย

ชวนคนไทยตรวจคัดกรอง โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ฟรี 79 รพ.

กรมควบคุมโรค ร่วมกับเครือข่าย รณรงค์ตับอักเสบโลก ชวนคนไทยตรวจคัดกรอง โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ได้ฟรีระหว่างวันที่ 5-9 ส.ค. 62 นี้ ใน 79 รพ.ทั่วประเทศ

คัดกรอง โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ฟรี 79 รพ. ทั่วประเทศ !

นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบ สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้ และเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังทั่วโลก ประมาณ 257 ล้านคนและผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทั่วโลก ประมาณ 71 ล้านคน 

สำหรับประเทศไทยคาดว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณ 2.2-3 ล้านคนโดยพบมากในประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการให้บริการวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ตั้งแต่ปี 2535 ทำให้การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีลดลงจากอดีตมาก

ในปี 2559 คาดว่าเด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังประมาณ 3,800 คน และคาดประมาณผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 356,670 คน ซึ่งพบมากในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

สำหรับสัปดาห์รณรงค์ตับอักเสบโลกประจำปี 2562 นี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2562 ณ โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 79 แห่ง ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ( รายชื่อ 79 รพ.ที่เข้าร่วมโครงการฯ http://bit.ly/2LHJMM9 ) สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

8 อาการไวรัสตับอักเสบบี ใครว่าไม่อันตราย

มะเขือเทศ แบบไหน ใช่ที่ร่างกายคุณต้องการ

หลายคนเชื่อว่าการรับประทานผักและผลไม้สด จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายที่สูงมากกว่า แต่ในกรณีนี้อาจใช้ไม่ได้กับการทาน มะเขือเทศ เพราะการนำมะเขือเทศสดไปผ่านกระบวนการผลิต ให้อยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์มะเขือเทศชนิดต่างๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ ฯลฯ พบว่ามีปริมาณของไลโคปีนสูงขึ้นมาก เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตทำให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจส่งผลที่ดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า

มะเขือเทศ ให้ไลโคปีนสูง ?

มะเขือเทศ
มะเขือเทศ

ไลโคปีน ( Lycopene ) เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง ที่ดีต่อสุขภาพ มีฤทธิ์ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปาก และมะเร็งทวารหนัก

และหากร่างกายได้รับไลโคปีนในปริมาณที่พอดีต่อวัน นอกจากประโยชน์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์อีกหลายด้าน เช่น



  • ช่วยให้ผิวพรรณดี สดใส เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น
  • ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย
  • ช่วยให้การมองเห็นดี
  • ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • ช่วยให้เส้นผมมีน้ำหนัก แข็งแรงสุขภาพดี
  • ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB
  • ช่วยลดอาการอักเสบ
  • มีฤทธิ์ช่วยสลายไขมันชนิดเลว ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

ชนิดมะเขือเทศ ปริมาณไลโคปีน ( มิลลิกรัม : 100 กรัม )

มะเขือเทศผง 112.63 – 126.29

ซอสพิซซ่า 12.71

ซุปมะเขือเทศเข้มข้น 7.99

ซอสมะเขือเทศ 6.20 – 13.44

ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น 5.40 – 150.0

น้ำมะเขือเทศ 5.00 – 11.60

มะเขือเทศปรุงสุก 3.70

มะเขือเทศสด 0.88 – 4.20

จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า การทานมะเขือเทศแบบสด จะทำให้ร่างกายได้รับไลโคปีนในปริมาณที่น้อยกว่ามะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการผลิต แต่การเลือกรับประทานมะเขือเทศแบบสด แม้จะทำให้ได้รับปริมาณไลโคปีนน้อยกว่าแบบโดนความร้อน แต่การทานแบบสดก็ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซีที่สูงเช่นกัน

ที่สำคัญการทานมะเขือเทศ ยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารชนิดอีกอื่นด้วย เช่น วิตามิน โปรตีน ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และน้ำ ฯลฯ

และนอกจากมะเขือเทศแล้ว เรายังพบไลโคปีน ในผักผลไม้ชนิดอื่นที่มีสีแดง และสีส้มอีกด้วย เช่น แครอท แตงโม มะละกอ และเกรปฟรุต ฯลฯ

คุณคิดว่าการเลือกทานมะเขือเทศแบบไหน ที่ดีสำหรับสุขภาพร่างกายของคุณมากกว่า ? หากคุณมีคำแนะนำหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเราและผู้อื่นได้ ในช่องแสดงความคิดเห็น ด้านล่าง

เลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก อย่างไรดี ให้ปลอดภัยเหมาะกับลูกรัก

สำหรับคุณแม่มือใหม่ การเลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก อาจเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะผิวของเด็กนั้นบอบบางและอ่อนโยน ซึ่งอาจทำให้ผิวสัมผัสเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

เลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก อย่างไรดี ?

เสื้อผ้าเด็ก
เสื้อผ้าเด็ก

เนื้อผ้า

ควรเลือกเนื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เนื้อนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิว ใส่แล้วสบายตัว เช่น ผ้าฝ้าย ( Cotton ) 100 % เพราะเป็นเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวสัมผัส ระบายความร้อนได้ดี จึงเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดมากที่สุด



และการเลือกความหนา และความบางของเนื้อผ้า ควรพิจารณาตามสภาพอากาศในแต่ละช่วง เพราะอุณหภูมิมีผลต่อสุขภาพของเด็กอย่างมาก

สีสัน

สำหรับเด็กแรกเกิด อาจเน้นเลือกเสื้อผ้าสีโทนอ่อน สบายตา ไม่ควรเน้นสีทึบ หรือมีสีสันมากเกินไป เพื่อป้องกันการมองเห็นได้ชัดเจนหากมีแมลง หรือสิ่งแปลกปลอมเกาะหรือติดอยู่

รูปแบบ

สำหรับเด็กแรกเกิด หรือเด็กเล็ก ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเชือกผูกด้านหลังหรือด้านข้าง ไม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเครื่องประดับหรือกระดุมติดอยู่ เพราะอาจเกิดการระคายเคืองผิวสัมผัส หรือกดทับอาจทำให้เด็กเจ็บตัว และเด็กอาจกลืนวัสดุเล็กๆ ซึ่งอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

ขนาด

ควรเลือกเสื้อผ้าที่เด็กใส่แล้วสบายตัว พอดีตัวไม่หลวมหรือคับเกินไป ไม่ควรเลือกซื้อตามป้ายฉลากที่ระบุอายุ เพราะขนาดตัวของเด็กในแต่ละช่วงวัยอาจแตกต่างกัน

หากว่าคุณมีคำแนะนำ ที่นอกเหนือจากที่เราได้กล่าวไว้ สามารถแบ่งปันเพื่อเป็นความรู้ ไว้กับเราได้ตรงช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ความรู้เกี่ยวกับ : แม่และเด็ก

8 พฤติกรรม ทายนิสัย บ่งบอกบุคลิกที่ซ่อนไว้ขณะอาบน้ำ

แน่นอนว่าการอาบน้ำ เป็นกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนต้องทำกันทุกเช้าหรือทุกเย็น แต่วิธีการอาบน้ำของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกัน และการเริ่มอาบน้ำจากส่วนแรกในร่างกายของคุณ มีแนวโน้มที่จะสามารถบอกเกี่ยวกับบุคลิกภาพและอาจ ทายนิสัย ของตัวคุณได้

ทายนิสัย
ทายนิสัย

1. ล้างหน้าอกก่อน

หากว่าคุณเริ่มขัดทรวงอกก่อน นั่นบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนมีความมุ่งมั่น และความสับสนแทบจะไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อคุณเลย คุณชอบความเป็นอิสระ และผู้คนต่างชื่นชมคุณในสิ่งนี้

2. สระผมก่อน



หากคุณเริ่มอาบน้ำจากศีรษะก่อน แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบวินัย เจ้าระเบียบ จัดการเวลาได้เป็นอย่างดี หากนัดหมายกับใครคุณก็จะต้องไปให้ตรงเวลาเสมอ และคุณมักฉลาดในการเลือกคบเพื่อน

3. ล้างคอและไหล่ก่อน

คนที่ทำงานหนักที่สุด มักจะล้างบริเวณคอและไหล่ก่อน ไหล่แสดงถึงภาระและคุณต้องการกำจัดมันออกไป คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนที่ชอบทะเลาะ และคาดหวังสิ่งต่างๆ จากคนอื่น คุณเป็นคนชอบการแข่งขัน และต้องการความก้าวหน้าเสมอ

4. ล้างหลังก่อน

หลังสะท้อนถึงจิตสำนึก ด้านหลังเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังและระบบประสาทของคุณ ที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานของสมอง การที่คุณล้างหลังก่อน แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนระมัดระวัง และไม่ไว้วางใจผู้คนได้ง่าย คุณมีนิสัยชอบค้นหา และตัดสินใจทุกอย่างด้วยความรอบคอบ

5. ล้างแขนหรือขาก่อน

หากคุณเริ่มอาบน้ำจากการล้างแขนหรือขาก่อน คุณสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่งสำหรับเรื่องนี้ แขนหรือขาก็เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น ดังนั้นการล้างขาและแขนก่อน แสดงว่าคุณไม่กลัวที่จะแสดงทางเลือกของคุณ คุณอาจเกลียดบางสิ่ง หรือรักบางสิ่ง

6. ล้างรักแร้ก่อน

หากคุณมักชอบล้างรักแร้ก่อนเสมอ แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ และไว้วางใจได้ และคุณยังเป็นคนไม่กลัวงานหนัก

7. ล้างหน้าก่อน

หากคุณเริ่มล้างหน้าก่อน หมายความว่าคุณมีความกังวลอย่างมาก คุณมักจะกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ และในบางครั้งจะรู้สึกหงุดหงิดหรือเครียด และอาจรู้สึกเขิน เป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะรับรู้หรือได้ยินสิ่งที่เลวร้ายเกี่ยวกับตัวเอง

8. ล้างตัวก่อน

หากคุณล้างตัวก่อน ชี้ให้เห็นว่าคุณอาจเป็นคนขี้อายมาก คุณสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยเข้าสังคม อย่างไรก็ตามคนที่รู้จักหรือใกล้ชิดกับคุณ จะพูดว่าคุณเป็นคนที่จริงใจที่สุดในโลก คุณสามารถทำให้คนใกล้ชิดรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับคุณ

คุณคิดอย่างไรกับผลการทดสอบดังกล่าว ? และโปรดทราบว่าการทดสอบนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความสนุกเท่านั้น และไม่ถือว่าเป็นความเห็นหรือข้อพิสูจน์ที่ใช้ยืนยันตัวตนของบุคคลใด

5 เรื่องจริงของร่างกาย ผู้หญิง ที่หลายคนยังไม่รู้

บรรดาเหล่าผู้ชายอาจบ่นเป็นประจำว่า ผู้หญิง เป็นเพศที่เข้าใจยาก แน่นอนว่ามันอาจเป็นแบบนั้นจริงๆ และยังมีอีกหลายเรื่องที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ เกี่ยวกับร่างกายของผู้หญิงบางอย่าง ที่แตกต่างกับผู้ชาย อย่างไม่น่าเชื่อ

ผู้หญิง
ผู้หญิง

5 เรื่องจริงของร่างกาย ผู้หญิง ?



1. ผู้หญิงมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่า

สมองเป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมต่ออยู่อย่างมาก การศึกษาพบว่า เครือข่ายในสมองของผู้หญิง มีการเชื่อต่อมากกว่าเครือข่ายในสมองของผู้ชาย

นั่นหมายถึงผู้หญิงจะสร้างการเชื่อมต่อเชิงสาเหตุได้เร็วกว่า แต่ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถชินกับกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดาย

2. ผู้หญิงมีเหตุผลมากกว่าผู้ชาย

แม้จะมีความคิดเห็นโดยทั่วไปว่า ผู้หญิงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ความเป็นจริงค่อนข้างตรงข้ามกัน เยื่อหุ้มสมองหนามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และสมองผู้หญิงนั้นมีเยื่อหุ้มสมองหนากว่าผู้ชาย

ในขณะเดียวกันผู้ชายมีปริมาณสมองที่สูงกว่า ซึ่งมีบทบาทในอารมณ์และการตัดสินใจที่มากกว่า

3. การได้ยินขณะนอนหลับละเอียดอ่อนกว่า

ผู้หญิงมีความอ่อนไหวต่อเสียงขณะที่พวกเขาหลับมากกว่าผู้ชาย แต่จะใช้ได้ในกรณีเสียงแหลมสูงเท่านั้น การพูดเสียงต่ำอาจช่วยหลีกเลี่ยงการปลุกผู้หญิงให้ตื่นได้ และสิ่งที่น่าแปลกคือผู้หญิง จะมีความไวต่อโรคนอนหลับ มากกว่าผู้ชาย

4. คอของผู้หญิง เคลื่อนไหวได้มากกว่า

หากคุณเคยสังเกตุ ขณะที่การหันมาตามเสียงเรียกของผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าผู้ชายจะหันลำตัวของเขามาด้วย และขณะที่ผู้หญิงจะหันแต่ศีรษะ เหตุผลเพราะโครงสร้างของกล้ามเนื้อ ที่ร่างกายของผู้หญิงมีความยืดหยุ่นกว่า และจากการศึกษายังพบอีกว่า ผู้หญิงมักจะมีอาการปวดคอบ่อยกว่าผู้ชาย

5. ผู้หญิงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกว่าผู้ชาย

เหตุผลที่ว่า ทำไมผู้หญิงถึงมีระดับ ออกซิโทซิน ( oxytocin ) ที่สูงกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก มันช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ และลดความเครียด

ออกซิโทซิน ยังมีหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์ของแม่ลูก และแม้กระทั่งการกระตุ้นน้ำนมแม่ในการเลี้ยงลูก

สำหรับคุณแล้ว ผู้หญิงอาจมีอะไรที่มากกว่านี้ หากคุณพบความแตกต่างเกี่ยวกับผู้หญิง คุณสามารถแบ่งปันความรู้กับเราได้ ไว้ตรงช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

10 สิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อคุณเลือกกิน แตงกวา เป็นประจำ

อย่าได้แปลกใจว่าทำไมคนอินเดียตั้งแต่สมัยโบราณ จึงได้นิยมทาน แตงกวา เพราะพวกเขาเชื่อว่าแตงกวานั้น ให้ความชุ่มชื้นและความเย็น ที่จำเป็นต่อร่างกาย และนี่อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ที่คุณอาจจำเป็นต้องเลือกทานแตงกวา เพื่อประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ

10 สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคุณกิน แตงกวา

แตงกวา
แตงกวา

1. ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นุ่มนวล

เพราะแตงกวาช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น และนอกจากนี้ยังมีวิตามินบี วิตามินซี และสังกะสี ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผิวที่ดี

อีกทั้งยังมีกรดคาเฟอิก ( Caffeic ) ซึ่งจะช่วยต่อสู้กับการระคายเคืองและการอักเสบของผิว รวมถึงช่วยในการต่อสู้กับสัญญาณริ้วรอยแห่งวัย

2. เส้นผมแข็งแรง



วิตามินบี ที่มีอยู่ในแตงกวา มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผม รวมถึง ไบโอติน ไรโบฟลาวิน ไนอาซิน และวิตามินซี B5, B6 ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นผม อีกทั้งยังช่วยป้องกันการมีเส้นผมสีเทาหรือหงอกก่อนวัย

3. ฮอร์โมนสมดุล

ฟอสฟอรัส เป็นสารอาหารที่มีส่วนสำคัญ ในการปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล โดยแตงกวามีฟอสฟอรัสประมาณ 4% ที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ในการบริโภคในแต่ละวัน

4. ลดความเสี่ยงมะเร็ง

Fisetin (ไฟเซติน) เป็นฟลาโวนอยด์ที่กระตุ้นความสนใจในหมู่นักวิจัยโรคมะเร็งอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบแล้ว ยังเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของมะเร็งบางประเภท

5. น้ำหนักลดลง

ปริมาณน้ำในแตงกวามีมาก จึงช่วยทำให้คุณอิ่มเร็ว ควบคุมการกินมากเกินไป ซึ่งสามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้

อีกทั้งแตงกวายังปราศจากไขมัน มีแคลอรี่ต่ำ และนี่อาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ยอดเยี่ยม สำหรับคุณ ที่กำลังพยายามควบคุมน้ำหนักตัว

6. ป้องกันโรคทางระบบประสาท

ไฟเซติน ที่มีอยู่ในแตงกวาได้รับการระบุว่า มีบทบาทในการช่วยทำให้สมองมีสุขภาพที่ดี และฟอสฟอรัส ที่ช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดขึ้นกับ ระบบประสาทและสมอง มันจะช่วยทำให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น

7. ระบบย่อยอาหารดีขึ้น

ใยอาหารและน้ำปริมาณมากในแตงกวา ที่ช่วยให้การย่อยอาหารดี รวมถึงวิตามินที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร

หากว่าคุณมีปัญหาท้องผูก การเลือกทานแตงกวาทุกวัน อาจสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับระบบการขับถ่ายของคุณให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

8. หัวใจสุขภาพดี

แตงกวาอุดมไปด้วยโพแทสเซียม วิตามิน และแมกนีเซียม ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด

วิตามินเค เป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด และการแข็งตัวของเลือด และโพแทสเซียมที่ต่ำกว่านั้น เชื่อมโยงกับความดันโลหิตสูง การบริโภคแตงกวาเป็นประจำ พบว่าช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้

9. กระดูกแข็งแรงขึ้น

วิตามินแคและแคลเซียมในแตงกวา มีความจำเป็นต่อกระดูก พบว่าวิตามินเคช่วยลดความเสี่ยงการแตกหักของกระดูก และยังมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมในกระดูก

10. ฟันแข็งแรง

ในแตงกวามีโมลิบดีนัม และฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่พบว่า สามารถซ่อมแซมฟันผุได้ และปริมาณแคลเซียมของแตงกวา ก็มีประโยชน์ที่ช่วยทำให้ฟันแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

คุณคิดว่าการเลือกกินแตงกวาเป็นประจำ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับสุขภาพร่างกายของคุณบ้างหรือไม่ ?

ใครกิน ผักสลัด ควรรู้ ภัยเงียบอาจเสี่ยงมะเร็ง

การเลือกทานผักและผลไม้เป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนรักสุขภาพ จึงทำให้ ผักสลัด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกเลือกให้อยู่ในเมนูอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่หารู้ไม่ว่า หากว่าคุณเลือกทานผักแบบผิดๆ ก็อาจเสี่ยงโรคได้เช่นกัน

ผักสลัด ภัยเงียบเสี่ยงมะเร็ง !

ผักสลัด
ผักสลัด

ปัจจุบันผักสลัดส่วนใหญ่ได้ถูกผลิตด้วยระบบไฮโดรโพนิกส์ ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ปลอดภัย สามารถปลูกได้ง่าย ในพื้นที่ที่จำกัด ไม่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช แต่ถึงแม้ว่าการผลิตผักในระบบไฮโดรโพนิกส์จะมีความปลอดภัย ในระบบการผลิตที่สะอาด แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผักที่ปลูกในสารละลายธาตุอาหาร

โดยเฉพาะเรื่องการสะสมของไนเตรต ซึ่งเป็นอนุมูลของไนโตรเจน ที่มีอยู่มากในสารละลายธาตุอาหาร ซึ่งพบมากในผักที่รับประทานใบ

ซึ่งถ้าหากมีการบริโภคผักที่มีไนเตรตสะสมอยู่ปริมาณที่มากเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไนเตรตจะถูกรีดิวส์เป็นไนไตรท์ ซึ่งไนไตรท์สามารถทำปฏิกิริยากับเอมีน (Amine) ในอาหาร กลายเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรง คือ ไนโตรซามีน (Nitrosamine) ที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ กระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร



ปริมาณการสะสมของไนเตรตในพืชนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช อายุพืช เวลาเก็บเกี่ยว ความเข้มแสง ฤดูกาล และชนิดของปุ๋ยไนโตรเจนที่ให้กับพืช

สภาพที่มีความเข้มแสงน้อย พืชจะมีการสะสมไนเตรตสูงกว่า ซึ่งในประเทศไทยหรือประเทศเขตร้อน จะมีความเข้มแสงสูง ดังนั้นการสะสมไนเตรตของพืชที่ปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์จึงเกิดขึ้นได้น้อยกว่า ประเทศทางแถบยุโรป

จากการทดลองวิเคราะห์ปริมาณไนเตรท ในผักไฮโดรโพนิกส์ที่ปลูกในแปลงทดลอง ของคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทำการทดสอบหลายปัจจัยด้วยกัน พบว่าปริมาณไนเตรตที่พบน้อยกว่าค่ามาตรฐานอยู่มาก

ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า ผักไฮโดรโพนิกส์ที่ปลูกในบ้านเรา ยังมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้ผลิตด้วย ว่าจะมีการจัดการในระบบการผลิตให้มีความความเหมาะสมแค่ไหน สำหรับการลดการสะสมของไนเตรตในผัก

15 ประโยชน์ของผักสลัด

ข้อมูลอ้างอิงจาก : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทำไม 8 อาหารชนิดนี้ ควรกินหลังจากการ วิ่ง

วิ่ง แบบไหนที่เป็นเป้าหมายสำหรับคุณ แต่ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก หรือวิ่งมาราธอน ก็เป็นเป้าหมายที่ดีสำหรับสุขภาพโดยรวมของคุณ และแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเน้นการกินอาหารก่อนวิ่งก็ตาม แต่การเลือกกินอาหารหลังจากการวิ่ง ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

อาหารที่ดีหลังจากการ วิ่ง ?

วิ่ง
วิ่ง

1. ข้าวโอ๊ต



ข้าวโอ๊ตเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพสูง อุดมไปด้วยเบต้ากลูแคนซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ ที่เชื่อมโยงกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ดี และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

แม้ว่าโดยทั่วไปคนส่วนใหญ่ มักนิยมทานข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้า แต่นี่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีในการเติมพลัง และบำรุงสุขภาพสำหรับการทานหลังวิ่งมาราธอน

2. ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอน ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณสมบัติที่ช่วยในการต่อต้านการอักเสบ

การศึกษายังพบอีกว่าแซลมอน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม โรคหัวใจ และการเสื่อมสภาพของจิตใจ

ที่สำคัญยังเป็นอาหาร ที่เหมาะสำหรับการรับประทานหลังจากการวิ่ง โดยเฉพาะนักวิ่งมาราธอน เพราะพวกมันเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูสภาพร่างกาย หลังการออกกำลังกาย

3. ถั่ว

โปรตีนจากถั่วเป็นทางเลือกที่ดียอดเยี่ยมสำหรับนักวิ่ง เพราะมีการวิจัยพบว่าโปรตีนจากถั่ว ช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูสภาพร่างกาย

ในการศึกษาเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ใน 15 คน ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวด 4 ครั้งต่อสัปดาห์ พบว่าการบริโภคโปรตีนถั่วก่อนหรือหลังออกกำลังกาย ให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับเวย์โปรตีน ในเรื่องความหนา และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

4. แตงโม

แตงโมอุดมไปด้วยสารประกอบไลโคปีนและซิทรูลีน โดยซิทรูลีนช่วยให้ร่างกายของคุณผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งอาจช่วยชะลอความเหนื่อยล้า จากการออกกำลังกายและช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

และในแตงโมมีน้ำ 91 % ที่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณ หลังจากการวิ่งให้ดีขึ้นได้ด้วย

5. ผักสลัด

ผักสลัดอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด มีแคลอรี่ต่ำ และมีใยอาหารที่ช่วยควบคุมความหิวได้ดี

อีกทั้งยังมีไนเตรตสูง ซึ่งเป็นสารประกอบที่ช่วยให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเลกุลที่สำคัญที่สุด สำหรับสุขภาพของหลอดเลือด

การศึกษาแสดงให้เห็นว่า ไนเตรตในจากผัก สามารถเพิ่มประสิทธิภาพที่ช่วยชะลอความเมื่อยล้า

6. นมช็อคโกแลต

การเลือกดื่มนมช็อคโกแลตหลังจากการวิ่ง มันจะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และเติมพลังงานให้กับร่างกายของคุณ เพราะนมช็อคโกแลตอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง และคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้อย่างรวดเร็ว

การศึกษาหนึ่งเป็นเวลาประมาณ 5 สัปดาห์ ในวัยรุ่น พบว่านมช็อคโกแลต ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการออกกำลังกายขึ้น 12.3 % เมื่อเทียบกับเครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น

7. กราโนล่า

การทานกราโนล่า เป็นการเพิ่มคาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุ ที่ดีต่อการเร่งการฟื้นฟูสภาพร่างกาย หลังการวิ่งมาราธอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. เวย์โปรตีน

การเลือกทานเวย์โปรตีน หลังจากการวิ่ง จึงตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อเทียบกับผงโปรตีนชนิดอื่น

และหากคุณเพิ่มผลไม้เข้าไปปั่นผสมรวมกับเวย์โปรตีน จึงจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการที่ดี สำหรับสุขภาพร่างกาย

การเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ หลังจากการวิ่งจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ในขณะที่การเลือกทานโปรตีนที่ดี จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อของคุณ

ทำไม ผู้เชี่ยวชาญถึงย้ำ แนะนำควรสวม แว่นกันแดด

แว่นกันแดด เป็นได้มากกว่าเครื่องประดับแฟชั่น ที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำ และได้กล่าวไว้ว่า ” แว่นตากันแดด เป็นครีมกันแดดที่ดีที่สุด สำหรับดวงตาของคุณ ” ซึ่งคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าดวงตาของคุณ ได้รับการป้องกันจากรังสียูวีที่มีอันตรายสูง ได้อย่างปลอดภัยและดีแล้วหรือยัง

แว่นกันแดด แบบไหนดี ?

แว่นกันแดด
แว่นกันแดด

เพราะดวงตาของเราไวต่อรังสี ที่มีอันตรายจากดวงอาทิตย์มาก การปกป้องดวงตาของคุณให้ปลอดภัยจากรังสี UVA และ UVB คุณควรเลือกสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 99% – 100% โดยการเลือกซื้อจากร้านแว่นตาที่น่าเชื่อถือ มีฉลากระบุรับรองอย่างชัดเจน

จักษุแพทย์ได้แนะนำว่า เราสามารถทดสอบประสิทธิภาพและความสามารถ ของแว่นกันแดดว่าสามารถป้องกันรังสียูวี ได้ดีแค่ไหนจากเครื่องวัดแสง UV และที่สำคัญเลนส์เข้มไม่ได้หมายความว่าพวกมัน จะป้องกันรังสี UV ได้ดีหรือมากกว่าเลนส์ที่อ่อนกว่า

และคุณอาจไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อแว่นตากันแดดราคาแพง เพราะแว่นกันแดดราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV ได้ 100% ก็มีขายในร้านค้าที่น่าเชื่อถืออยู่มาก

และอย่าลืมแว่นกันแดดสำหรับลูกๆ ของคุณ แนะนำควรฝึกให้พวกเขาสวมแว่นกันแดดตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อพวกเขาจะได้เคยชิน

อันตรายของรังสี UV ต่อดวงตา

รังสี UV สามารถทะลุผ่านกระจกตา เข้าสู่จอตาและเลนส์ตา จึงเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ มะเร็งเปลือกตา กระจกตาอักเสบ และอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น

ในแต่ละปีพบว่า มีผู้คนตาบอดจากต้อกระจกมากถึง 16 ล้านคนทั่วโลก และองค์การอนามัยโลกพบว่า 20% ของโรคต้อกระจก อาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสี UV มากเกินไป

คุณมั่นใจมากแค่ไหน ว่าดวงตาของคุณได้รับการปกป้องจากอันตรายของรังสี UV ได้อย่างปลอดภัย 100 % และนอกจากการสวมแว่นกันแดดแล้ว คุณมีคำแนะนำอื่นสำหรับเราบ้างหรือไม่ ? โดยคุณสามารถแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับเรา ไว้ที่ช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ตาพร่ามัว เกิดจากสิ่งนี้ อันตรายเสี่ยงตาบอด