หาเงินออนไลน์ 5 วิธี หาเงินง่ายๆ แนวทางทำเงินได้จริงๆ คุณก็ทำเองได้

อาชีพที่ยอดเยี่ยมที่สุด อีกอย่างหนึ่ง คือการ หาเงินออนไลน์ โดยอาศัยอินเทอร์เน็ต ที่ใครก็สามารถทำงาน และสร้างธุรกิจ ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมไปถึง เป็นธุรกิจ ที่มีต้นทุนไม่มาก แต่สามารถสร้างรายได้ที่มหาศาล การทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ต้องเช่าหน้าร้าน ไม่ต้องจ้างคนมาช่วยเป็นจำนวนมาก เพียงแค่คุณมี คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และความขยัน อดทน อาชีพนี้ สามารถสร้างเม็ดเงิน ให้คุณได้มากเกินคาดเลยทีเดียว ที่สำคัญคุณยังมีเวลาว่าง เหลือพอสำหรับ การอยู่กับครอบครัว และทำงานอดิเรกที่คุณรัก ได้ตามใจชอบ อย่างมีความสุข

ในฐานะที่ดิฉัน เป็นคนหนึ่งที่สร้างธุรกิจ บนโลกออนไลน์ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปี กล้าที่จะยืนยันได้ว่า การสร้างเม็ดเงิน บนโลกออนไลน์นั้น ไม่ได้เป็นแค่คำพูดลอยๆ หรือเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ โกหกหลอกลวง แต่มันคือเรื่องจริง ที่สามารถสร้างเงินได้จริงๆ ที่สำคัญสามารถ มันอาจสามารถ สร้างเม็ดเงินให้คุณ ได้อย่างมหาศาล

5 วิธี หาเงินออนไลน์

1. นำสินค้าขายในร้านค้าออนไลน์ ขนาดใหญ่

การขายสินค้าออนไลน์ ในยุคนี้ เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมันสามารถ สร้างเม็ดเงินมหาศาล ให้กับเหล่าบรรดา พ่อค้าแม่ค้า แต่การสร้างรายได้ ที่สามารถทำเงินได้มาก ก็ต้องรู้จักตลาด เลือกวางขายสินค้า ในตลาดที่มีคนเข้าถึง จำนวนมาก และเป็นตลาดที่โด่งดัง จะทำให้ยอดขาย และการสร้างฐานลูกค้า ของคุณ เพิ่มมากขึ้น โดยการนำสินค้าของคุณ เข้าไปวางขาย ในตลาดอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ เช่น eBay Etsy และ Amazon หากคุณเริ่มขายสินค้า ในตลาดออนไลน์ใหญ่ๆ ก็จะเป็นจุดเริ่มนำธุรกิจของคุณ ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ด้วยเม็ดเงินมหาศาล โดยที่คุณไม่ต้องมีเว็บไซต์ เป็นของตนเองเลยด้วยซ้ำ

2. สร้างช่อง Youtube ของตนเอง

สังเกตุเห็นได้ชัดว่า Youtube เป็นสื่อออนไลน์ ที่ได้รับความนิยม และรู้จักแพร่หลายทั่วโลก และเป็นแหล่งรายได้ อีกช่องทางหนึ่ง ที่สามารถทำรายได้ หลายล้านต่อปีได้ เพียงแค่คุณ ขยัน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มานำเสนอ สร้างความสนใจ ให้ผู้คนติดตาม และอยากเข้ามาชมเรื่องราว ที่คุณนำเสนอ เช่น แนะนำการท่องเที่ยว ทำอาหาร ฯลฯ

3. eBooks

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่รักการนำเสนอเรื่องราวดีๆ ผ่านทางตัวหนังสือ แนะนำให้สร้างเรื่องราวเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นว่า ต้องมีหลายเรื่อง เพียงมีแค่ 2 – 3 เรื่อง แต่เป็นเรื่องราวที่มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจ เพราะมีนักเขียนหลายคน ที่สามารถทำเงิน โดยผ่านงานเขียนมาแล้ว หลักล้านต่อปีเลยทีเดียว



4. สร้าง Application

การพัฒนา Apps ขึ้นมาวางขายในตลาด เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการหาเงินเข้ากระเป๋าของพวกคุณ โดยการสร้าง Apps ตามความถนัด และความสามารถของตน ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iOS แต่สำหรับใคร ที่บอกว่าทำไม่ได้ เพราะตนเองไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ เลิกคิดแบบนั้นไปก่อนนะคะ เพราะมีหลายคน ที่ไม่มีความรู้ทางด้าน การเขียนโปรแกรมเลย แต่พวกเขา สามารถหาเงินจากการขาย Apps ได้ โดยการจ้างโปรแกรมเมอร์ หรือผู้ที่มีความสามารถสร้างได้ มาทำงานแทนคุณ เพียงเท่านี้ ก็ทำให้คุณมีทางเลือก การสร้างธุรกิจออนไลน์ ได้อีกรูปแบบหนึ่ง

5. ที่ปรึกษาออนไลน์

หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีความสามารถ ทางด้านใดด้านหนึ่ง เช่น การตลาดออนไลน์ ด้านการเงิน ฯลฯ นี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่คุณสามารถสร้างคอร์ดออนไลน์ เพื่อแนะนำและสอนเทคนิคต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง โดยใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นสื่อกลาง โดยที่ให้คำปรึกษาหรือสอน ทางออนไลน์ หรืออาจนัดพบตามสถานที่ก็ได้ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ที่สามารถสร้างรายได้ หลายหมื่นบาท ต่อชั่วโมงมาแล้ว

หาเงินออนไลน์
หาเงินออนไลน์

นี่คือข่าวดีของใครหลายคน ที่มีความฝัน และความหวัง กับการสร้างรายได้ออนไลน์ ที่สามารถทำเงินได้จริง กับชีวิตจริงๆของคุณ ขอเพียงแค่คุณขยัน อดทน สร้างไอเดียใหม่ๆ และอย่าหยุดการพัฒนา เพียงเท่านี้ ก็ทำให้คุณสร้างโอกาส และกำไร ในชีวิตของคุณ ได้มากอีกหนึ่งช่องทาง และนี้เป็นเพียงตัวอย่าง การหาเงินออนไลน์บางส่วนเท่านั้น เราสัญญาว่า จะนำเทคนิค และวิธีหาเงินออนไลน์ ใหม่ๆมานำเสนอ ให้กับผู้ที่สนใจ ไปพร้อมๆกันค่ะ

อาหารลดน้ำหนัก สูตรสลัดผักเตอรกี น้ำสลัด พิชิตคอเลสเตอรอล

อาหารลดน้ำหนัก ประเภทสลัด ที่มีชื่อว่า สลัดผักเตอรกี เป็นสูตรที่นิยมบริโภค กันมาแล้วช้านาน ซึ่งเป็นสลัดของคนตุรกี ที่ปรุงด้วยผักสดล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ปนอยู่เลย ซึ่งเป็นเมนูที่ช่วย พิชิตคอเลเตอรอล ได้เป็นอย่างดี ช่่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อีกทั้งยังมากไปด้วยคุณค่า ทางสารอาหาร และวิตามิน ที่ดีต่อระบบ การทำงานของร่างกาย ที่ช่วยให้คุณได้อร่อย ด้วยสุขภาพที่ดี ปราศจากไขมันส่วนเกิน

อาหารลดน้ำหนัก ประเภทสลัด ที่มีชื่อว่า สลัดผักเตอรกี เป็นสูตรที่นิยมบริโภค กันมาแล้วช้านาน ซึ่งเป็นสลัดของคนตุรกี ที่ปรุงด้วยผักสดล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ปนอยู่เลย ซึ่งเป็นเมนูที่ช่วย พิชิตคอเลเตอรอล ได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อีกทั้งยังมากไปด้วยคุณค่า ทางสารอาหาร และวิตามิน ที่ดีต่อระบบ การทำงานของร่างกาย ที่ช่วยให้คุณได้อร่อย ด้วยสุขภาพที่ดี ปราศจากไขมันส่วนเกิน

สูตรสลัดผักเตอรกี อาหารลดน้ำหนัก

ส่วนผสม

1. กะหล่ำปลีสีม่วง 1 ถ้วยตวง

2. หัวไชเท้า 1 ถ้วยตวง

3. ผักชี 1/3 ถ้วยตวง

4. มะเขือเทศ 1 ถ้วยตวง

5. แตงกวา 1 ถ้วยตวง

6. น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วยตวง

7. เกลือป่น 1 ช้อนชา

8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

อาหารลดน้ำหนัก
อาหารลดน้ำหนัก

วิธีทำ

1. เตรียมสูตรน้ำสลัดไขมันต่ำ

– โดยนำน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และเกลือป่น ผสมคนให้เข้ากัน (รสมีรสเปรี้ยว ออกเค็มนิดๆ)

2. เตรียมผัก

– โดยนำผักทั้งหมด มาล้างน้ำให้สะอาดก่อน โดยอาจแช่น้ำเกลือ หรือน้ำส้มสายชู เพื่อล้างสารพิษออก

– จากนั้นนำกะหล่ำปลีสีม่วง และผักชี มาหั่นเป็นฝอย

– นำหัวไชเท้า มาหั่นเป็นลูกเต๋า

– นำมะเขือเทศ และแตงกวา มาหั่นเป็นชิ้น หรือตามชอบ



3. จากนั้นนำกะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงกวา และหัวไชเท้าจัดลงใส่จาน

4. แล้วโรยด้วยผักชี

5. นำน้ำสลัดไขมันต่ำ ที่เตรียมไว้ ราดบนผักให้ทั่ว

6. พร้อมเสิร์ฟรับประทาน

สูตรนี้ สามารถรับประทานได้ 4 – 5 คน เป็นสูตรที่เหมาะกับผู้ที่ รักสุขภาพ และต้องการลดน้ำหนัก และอาจใส่ผักชนิดอื่นเพิ่มได้ เช่น แครอท ผักสลัด ฯลฯ หรืออาจใส่เนื้ออกไก่ เพื่อช่วยให้มีรสอร่อยเพิ่มยิ่งขึ้น และที่สำคัญ หากต้องการ ลดน้ำหนัก และมีสุขภาพที่ดี ควรออกกำลังกาย ควบคู่ไปด้วยนะคะ

มะเร็งลำไส้ 11 ปัจจัยเสี่ยงอันตราย โรคร้ายลุกลาม

อาการผิดปกติ ในเรื่องของการขับถ่าย เช่น มีอาการท้องผูก ถ่ายเป็นเลือด ท้องเสีย ฯลฯ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน ของการเกิด มะเร็งลำไส้ เพราะถ้าหากยิ่งคุณ มีพฤติกรรมที่เสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ก็ไม่แน่ว่า นั่นอาจเป็นสิ่งที่กำลังกระตุ้น ให้คุณอย่าเพิกเฉย เพียงเพราะอาการ ที่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ

อาการผิดปกติ ในเรื่องของการขับถ่าย เช่น มีอาการท้องผูก ถ่ายเป็นเลือด ท้องเสีย ฯลฯ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน ของการเกิด มะเร็งลำไส้ เพราะถ้าหากยิ่งคุณ มีพฤติกรรมที่เสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ก็ไม่แน่ว่า นั่นอาจเป็นสิ่งที่กำลังกระตุ้น ให้คุณอย่าเพิกเฉย เพียงเพราะอาการ ที่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ลำไส้ เป็นทางเดินอาหารส่วนหนึ่ง ที่ต่อจากกระเพาะอาหาร แล้วไปสู่ทวารหนัก มีหน้าที่สำคัญ ที่ช่วยในการย่อยอาหาร และดูดซึมน้ำ สารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน ฯลฯ เข้าสู่กระแสเลือด และ ขับของเสียออกจากร่างกาย ทางทวารหนัก

โรคมะเร็งลำไส้ คือ การที่ภายในลำไส้ มีติ่งเนื้อเกิดขึ้น ภายในทุกส่วนของลำไส้ ซึ่งเป็นความผิดปกติของเซลล์ ที่พัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งลำไส้

ใครเสี่ยงเป็น มะเร็งลำไส้ ?

1. ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเกิดขึ้น กับผู้ที่มีอายุน้อย ได้เช่นกัน

2. ผู้ที่ไม่ชอบ รับประทาน ผักและผลไม้

3. ผู้ที่ครอบครัว เคยมีประวัติ การเป็นโรคมะเร็งลำไส้

4. ผู้ที่รับประทานอาหาร จำพวกที่มีไขมันสูง อาหารทอด ปิ้ง ย่าง อาหารหมักดอง และเนื้อแดง

5. ผู้ที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน

6. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์

7. ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ

8. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก โรคอ้วน โรคเบาหวาน ฯลฯ

9. เพศชาย มีความเสี่ยงสูง มากกว่าเพศหญิง

10. ผู้ที่ลำไส้อักเสบ หรือมีแผลเรื้อรัง

11. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ นอนน้อย



อาการของ มะเร็งลำไส้

1. มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นน้ำ

2. มีอาการท้องผูก หรือ ขับถ่ายปนเลือด

3. มีอาการปวดท้อง หรือ ท้องอืด

4. รู้สึกเบื่ออาหาร น้ำหนักลด

5. มีอาการไข้

6. รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน ไม่สบายท้อง ปวดเกร็ง

7. อุจจาระมีขนาดเล็กเรียว

อันตรายของมะเร็งลำไส้

– ซึ่งหากถึงขั้นร้ายแรง สามารถลุกลามไปยัง อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ โดยสามารถแพร่ผ่านทาง ท่อน้ำเหลือง และ ทางกระแสเลือด

การรักษามะเร็งลำไส้

การรักษาในผู้ป่วย แต่ละราย อาจจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้วินิจฉัย ก่อนทำการรักษา อย่างละเอียดแล้ว เช่น การผ่าตัด การใช้รังสี การให้ยาเคมีบำบัด การให้ยารักษาตรงเป้า ฯลฯ

เพื่อป้องกัน การเกิดเป็นมะเร็งลำไส้ ควรเลิกพฤติกรรมเสี่ยง และควรหันมา ออกกำลังกาย และเลือกรับประทาน ผักและผลไม้ ให้มากขึ้น และหากพบว่าตนเอง มีอาการที่น่าสงสัย คล้ายกับอาการมะเร็งลำไส้ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยทันที เพื่อจะได้รักษาได้ทันเวลา เพราะถ้าหากรักษาได้เร็ว ในอาการเริ่มแรก ก็จะสามารถรักษา ให้หายขาดได้

ตั้งครรภ์ ตอนอายุมาก ช่วยให้อายุยืน กระตุ้นให้สุขภาพดี

ยุคปัจจุบัน ด้วยวิถีการดำรงชีวิต ส่งผลทำให้ ชีวิตการแต่งงาน และการมีบุตร ค่อยๆลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่คนส่วนใหญ่ มักยุ่งอยู่กับชีวิต การทำงาน ต้องการเตรียมความพร้อม ทางด้านฐานะการเงิน ก่อนที่แต่งงาน หรือก่อนมีบุตร จึงส่งผลทำให้ ผู้หญิงมีลูกช้าลงและ ตั้งครรภ์ อยู่ในช่วงที่อายุมากแล้ว

ยุคปัจจุบัน ด้วยวิถีการดำรงชีวิต ส่งผลทำให้ ชีวิตการแต่งงาน และการมีบุตร ค่อยๆลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่คนส่วนใหญ่ มักยุ่งอยู่กับชีวิต การทำงาน ต้องการเตรียมความพร้อม ทางด้านฐานะการเงิน ก่อนที่แต่งงาน หรือก่อนมีบุตร จึงส่งผลทำให้ ผู้หญิงมีลูกช้าลงและ ตั้งครรภ์ อยู่ในช่วงที่อายุมากแล้ว

การแต่งงาน และพร้อมมีบุตร ถือเป็นเรื่องที่ดีของสังคมไทย แต่เนื่องจากปัญหาคือ ผู้หญิงไทยแต่งงานน้อยลง ต้องการครองโสด หรือแม้แต่แต่งงานแล้ว ก็ไม่ยอมมีบุตร เนื่องจากผู้หญิง โดยส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญ กับการทำงาน และการศึกษาที่สูงขึ้น รวมไปถึง ความไม่พร้อม ทางด้านการดำรงชีวิตรอบตัว เกือบทุกด้าน ที่คิดว่ายังมีความเสี่ยงมาก จึงทำให้ความสำคัญ ทางด้านการมีบุตร ลดลงเป็นอย่างมาก และส่งผลทำให้ ปัญหาผู้สูงอายุ เพิ่มสูงขึ้นมากเรื่อยๆ ในขณะที่ไม่มี ประชากรวัยเด็กเพิ่มเลย หรือเพิ่มแต่ในจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ

ถึงแม้ว่า จะมีผลการวิจัย ออกมาว่า การมีบุตรช้า ในช่วงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี จะส่งผลเสียต่อทั้งแม่และเด็ก ในระยะยาว แต่ดูเหมือนว่า คำเตือนนี้ จะไม่ได้ทำให้ ผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ วิตกกังวลเลย เพราะเชื่อมั่น ในความทันสมัยทางการแพทย์ ที่สามารถช่วยให้ ทั้งแม่และลูกปลอดภัยได้

ตั้งครรภ์ ช่วยอายุยืน ได้อย่างไร ?



ซึ่งก็มีผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ตอนอายุมาก จะมีอายุยืนกว่า ผู้หญิงที่มีบุตร ตอนอายุยังน้อย เนื่องจากผู้หญิง ที่มีบุตรตอนอายุมาก จะมีการพัฒนาชีวิตตนเอง ในทุกด้าน ให้มีคุณภาพและดี ทั้งต่อตนเองและครอบครัว เพื่อต้องการให้มีชีวิต อยู่ต่อไป จนกว่าลูกของพวกเขา จะเติบโต สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงส่งผลให้ผู้หญิง ที่มีบุตรตอนอายุมาก หรือ หญิงที่มีบุตรคนสุดท้าย ตอนอายุมาก มีชีวิตที่ยืนยาว มากกว่าหญิงที่มีลูก คนสุดท้ายตอนอายุยังน้อย

ตั้งครรภ์

แต่อย่างไรก็ตาม การตั้งครรภ์ หรือมีบุตร ผู้หญิงทุกคน ควรต้องมีความพร้อม และเตรียมความพร้อม สำหรับการมีบุตร ที่สามารถเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ให้เป็นผู้ใหญ่ ที่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ สร้างประโยชน์ ต่อสังคมและบ้านเมือง มากกว่าการมีบุตรจำนวนมาก ที่ไร้ประสิทธิภาพ สร้างปัญหา ให้กับสังคมและบ้านเมือง ไม่เว้นแต่ละวัน

มีผลวิจัยพบว่า ความสุข ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้

ความสุข คำนี้เป็นคำที่ใครหลายคน ให้คำนิยามไว้ ที่แตกต่างและหลากหลาย ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะเลือกมองแบบไหน แล้วคุณหล่ะ เลือกที่จะมองด้วยตัวเอง หรือให้คนอื่นมอง เพราะการมีชีวิต ที่ไม่รู้จักพอดี หรือไม่พอใจกับชีวิต ของตัวเองนั้น โดยการนำชีวิต ของผู้อื่นมาเป็นมาตรฐาน เปรียบเทียบกับตนเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า ไร้ซึ่งความสุข

ความสุข คำนี้เป็นคำที่ใครหลายคน ให้คำนิยามไว้ ที่แตกต่างและหลากหลาย ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะเลือกมองแบบไหน แล้วคุณหล่ะ เลือกที่จะมองด้วยตัวเอง หรือให้คนอื่นมอง เพราะการมีชีวิต ที่ไม่รู้จักพอดี หรือไม่พอใจกับชีวิต ของตัวเองนั้น โดยการนำชีวิต ของผู้อื่นมาเป็นมาตรฐาน เปรียบเทียบกับตนเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า ไร้ซึ่งความสุข

และได้มีการวิจัย ออกมาว่า การที่ไม่มีความสุข เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำอายุเฉลี่ยของมนุษย์สั้นลง เมื่อเปรียบเทียบชีวิต ของผู้ที่มีความสุข จะมีชีวิตและทัศนคติ ในแง่บวก มักทำในสิ่งที่ดีและสร้างสรรค์ ทำในสิ่งที่เกิดแต่ประโยชน์ เช่น ใช้เวลาว่างในการผ่อนคลายพักผ่อน ออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่ดี และมีความสุขไปกับเพื่อน พี่น้อง และญาติ

ส่วนผู้ที่ไม่มีความสุข มักมองทุกอย่างเป็นทุกข์ จะยิ่งทำให้ร่างกาย เกิดอาการบาดเจ็บ และเจ็บป่วยได้ง่าย เป็นสาเหตุหลักของความเครียด ที่นำไปสู่ภาวะ การเกิดโรคแทรกซ้อน ได้หลายอย่าง และในที่สุด อาจทำให้ร่างกาย เสียสมดุล และใช้งานได้ อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ความสุข
ความสุข

ความสุข ทำลายเซลล์มะเร็งได้ ?

มีการวิจัย ค้นพบว่า การมีความสุข โดยเริ่มจากภายในจิตใจ จะส่งผลที่ดีออกมาทางร่างกาย และช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น โดยความสุข อาจจะช่วยกระตุ้น การเพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้นกัน ให้กับร่างกายมากขึ้น และเตรียมพร้อม สำหรับต่อต้าน กับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้



โดยมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ไม่มีความสุข หรือมีความสุขน้อย มีโอกาสสูง ที่จะมีอาการเจ็บป่วย และกระตุ้นให้ฮอร์โมน ความเครียดเพิ่มขึ้น มากกว่าคนที่มีความสุข และยังพบอีกว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ที่มีอารมณ์ดี และมีความสุข จะกระตุ้นให้เซลล์บางชนิด ในร่างกาย ช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง ได้ดีเพิ่มมากขึ้น จึงช่วยยืดอายุของผู้ป่วยมะเร็งได้

ถึงแม้ว่า อาจจะยังไม่มีการ ระบุไว้อย่างชัดเจน ทางวิทยาศาสตร์ ว่าความสุข อาจจะช่วยทำลาย เซลล์มะเร็งได้ แต่ก็มีผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลายราย ที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข และมีทัศนคติ ในแง่บวก ช่วยให้พวกเขา มีอายุที่ยืนยาวขึ้น และใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติ ที่สำคัญ ช่วยให้พวกเขา สามารถมีชีวิต อยู่ได้ยาวนานหลายปี

ฉะนั้น การไม่มีความสุข อาจเป็นสาเหตุหลัก ของการเกิดโรคร้ายได้หลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ที่อาจถูกกระตุ้น จากพฤติกรรม และความคิดของมนุษย์เอง

หากว่า อยากห่างไกลจากโรคร้าย ควรหันมาสร้าง วิธีที่ช่วยทำให้มีความสุข เพิ่มมากขึ้นดีกว่า โดยเริ่มจาก การรักและยินดี กับสิ่งที่ตนเองมี และเป็นอยู่

ถังเช่า 8 ประโยชน์ ช่วยป้องกันโรคร้าย ป้องกันอัลไซเมอร์

ถังเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ที่มีมานานหลายศตวรรษ พบได้ในบนภูเขาสูง ระดับ 10,000 ฟุตขึ้นไป จากน้ำทะเล ของประเทศจีน (ธิเบต, มณฑลยูนาน, ซิงไห่) อินเดีย ภูฏาน เนปาล ซึ่งถังเช่า เป็นเห็ดราชนิดหนึ่ง ที่งอกออกมาจาก ตัวหนอน ในช่วงฤดูร้อน หรือเรียกว่า หญ้าหนอน ซึ่งเป็นสมุนไพร ที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมสูง

ถังเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ที่มีมานานหลายศตวรรษ พบได้ในบนภูเขาสูง ระดับ 10,000 ฟุตขึ้นไป จากน้ำทะเล ของประเทศจีน (ธิเบต, มณฑลยูนาน, ซิงไห่) อินเดีย ภูฏาน เนปาล ซึ่งถังเช่า เป็นเห็ดราชนิดหนึ่ง ที่งอกออกมาจาก ตัวหนอน ในช่วงฤดูร้อน หรือเรียกว่า หญ้าหนอน ซึ่งเป็นสมุนไพร ที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมสูง

และพบว่าถังเช่า มีหลายสายพันธุ์ เช่น ถังเช่าทิเบต ถังเช่าสีทอง ถังเช่าหิมะ และถังเช่าจักจั่น อีกทั้งยังพบสารอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิด ที่มีประโยชน์ในถังเช่า เช่น วิตามิน โปรตีน กรดอะมิโน สังกะสี แมงกานิส คอร์ไดเซปิน สเตียรอยด์ ฯลฯ

ประโยชน์ของ ถังเช่า ช่วยป้องกันโรคร้าย

1. โรคอ้วน

เนื่องจากในถังเช่า มีสรรพคุณ ที่ช่วยในด้าน ระบบการเผาผลาญ ได้เป็นอย่างดี

2. โรคไต

ถังเช่ามีสารอาหาร ที่ช่วยบำรุงไต ฟื้นฟูการทำงานของไต ทำให้ไตทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดภาวะไตวายเรื้อรังได้

3. โรคเครียด

มีส่วนช่วยในการ บรรเทาอาการเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย จึงช่วยลดความตึงเครียดลงได้

ถังเช่า
ถังเช่า

4. โรคมะเร็ง

มีส่วนช่วยในการต่อต้าน โดยช่วยกระตุ้นการทำงาน ของเม็ดเลือดขาว จึงช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งได้

5. โรคเบาหวาน

มีการศึกษาพบว่า หากกินถังเช่าเป็นประจำ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

6. โรคตา

มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงสายตา ให้มีสุขภาพดี ป้องกันการต้อหินได้

7. โรคอัลไซเมอร์

มีส่วนช่วยป้องกัน การเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ช่วยให้ความจำดี



8. โรคภูมิแพ้

วิจัยพบว่าถังเช่า ช่วยแก้โรคภูมิแพ้ หรือไซนักอักเสบได้

ประโยชน์ของถังเช่า ในด้านอื่นๆ

1. ช่วยบำรุงร่างกาย

2. ช่วยชะลอวัย ทำให้อ่อนเยาว์

3. ช่วยปรับสมดุลในช่วงวัยทอง

4. ช่วยบรรเทาอาการปวด ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

5. ช่วยลดอาการอักเสบ

6. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด

7. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

แม้ว่าถังเช่า จะมีสรรพคุณ ที่มีประโยชน์ ต่อสุขภาพร่างกายมาก แต่สำหรับ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนการรับประทาน เพื่อป้องกันผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้น และในปัจจุบัน ถังเช่าในตลาด มีทั้งแบบธรรมชาติ และเพาะเลี้ยงเอง ฉะนั้นหากต้องการบริโภคถังเช่า ควรเลือกซื้อจากแหล่ง ที่น่าเชื่อถือได้ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน และถูกต้อง

ประกันสุขภาพ 7 กลุ่มเสี่ยง ควรเช็คและตรวจสอบ ก่อนตัดสินใจ

ประกันสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่มีไว้รับประกันว่า คุณจะไม่ลำบากแน่นอน หากต้องเกิดเหตุ ที่ไม่คาดคิดขึ้น กับตัวเองและครอบครัว จึงทำให้ประกันสุขภาพ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สำหรับยุคนี้ เนื่องจากหลายบริษัท มีทางเลือก ที่คุ้มค่ากับการจ่าย ที่ให้ประโยชน์มากกว่า ให้กับลูกค้า ได้เลือกอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ประกันสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่มีไว้รับประกันว่า คุณจะไม่ลำบากแน่นอน หากต้องเกิดเหตุ ที่ไม่คาดคิดขึ้น กับตัวเองและครอบครัว จึงทำให้ประกันสุขภาพ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สำหรับยุคนี้ เนื่องจากหลายบริษัท มีทางเลือก ที่คุ้มค่ากับการจ่าย ที่ให้ประโยชน์มากกว่า ให้กับลูกค้า ได้เลือกอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

บางกลุ่มย่อมมีความเห็นต่าง ว่าการมีประกันสุขภาพ ดีจริงเหรอ แล้วทำไมต้องมี เพราะแต่ละคน ก็มีสวัสดิการของรัฐอยู่แล้ว หรือแม้แต่คนวัยทำงาน ก็จะมีสวัสดิการจากบริษัท ให้อยู่แล้ว แล้วทำไมต้องทำประกันสุขภาพ เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย โดยไม่จำเป็น อีกทำไม

แต่ก็มีกรณีศึกษา ทำให้เห็นได้ว่า การทำประกันสุขภาพ ไว้นั้น ดีอย่างไร คุ้มจริงหรือ เพราะความแน่นอน ก็คือความไม่แน่นอน การเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่คาดคิดขึ้น มันเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ชีวิต เกิดการเปลี่ยนแปลง มากเลยทีเดียว แน่นอนว่า เราเคยเจอประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง เหตุการณ์เกิดขึ้นกระทันหัน รวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัว เธอป่วยเป็นมะเร็ง โดยที่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน ทั้งๆที่อายุยังน้อย เมื่อทราบเรื่อง เธอต้องทำการรักษา ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ในการรักษา แต่นอนว่าเธอจ่ายเองไม่ไหว แต่โชคดี ที่ก่อนหน้านี้ เธอได้ทำประกันสุขภาพไว้ ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ไปยังโรคที่เธอป่วยอยู่ จึงทำให้เธอ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายไป แล้วมันทำให้เธอ ย้อนกลับมาคิดว่า ถ้าหากตอนนั้น ไม่ตัดสินใจ ทำประกันสุขภาพ เธอคงไม่มีทางออกจริงๆ เพราะสวัสดิการที่มีอยู่ ครอบคลุมไม่เพียงพอ สำหรับการจ่าย ค่ารักษาพยาบาลให้เธอ ได้รับการบริการและรักษาที่ดี ได้อย่างแน่นอน

แล้วใครเสี่ยงควรทำ ประกันสุขภาพ

1. ผู้ที่ครอบครัว มีประวัติการป่วย ที่เป็นโรคร้ายแรง และอาจสืบทอดมาทางพันธุกรรมได้

2. ผู้ที่ใช้ชีวิต ที่มีความเสี่ยง ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ทำงานในแหล่งสารเคมี ฯลฯ

3. ผู้ที่ไม่อยากแบกรับ ภาระความเสี่ยง ของค่ารักษาพยาบาล

4. ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เพื่อลดความเสี่ยง ในด้านค่าใช้จ่าย

5. ผู้ที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ ในด้านค่ารักษาพยาบาล



6. ผู้ที่มีอาชีพอิสระ และเป็นเจ้าของกิจการ ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง เรื่องค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาล

7. ผู้ที่คิดว่า สวัสดิการ ที่ตนมีอยู่ ไม่สามารถครอบคลุมรักษา ไปยังโรคบางชนิดได้ หรือมีการจ่ายที่จำกัด

ประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพ

สิ่งที่ต้องระวัง ก่อนทำประกันสุขภาพ

– ควรเช็คว่า หลังจากทำประกัน เซ็นต์เอกสารครบถ้วนแล้ว ประกันจะเริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่

– ควรเช็คว่า โรคชนิดไหน ที่ประกันจะไม่คุ้มครอง แล้วคุ้มครองโรคไหนบ้าง

– ควรให้ข้อมูลที่เป็นจริง ของตนเอง ให้บริษัทประกัน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา ในภายหลังได้

หากเช็คแล้ว ว่าตนเอง มีความเสี่ยง และควรที่จะต้องมีประกันสุขภาพ ไว้อุ่นใจ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ก็ลองพิจารณา เลือกบริษัทประกันสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ และมีความน่าเชื่อถือ คุ้มค่าสำหรับการจ่าย และควรตรวจสอบ ดูเงื่อนไขการประกันสุขภาพ ผลประโยชน์ ที่พึงควรจะได้รับ หรือไม่ได้รับ ให้ดีก่อนทำการตัดสินใจ ซื้อประกันสุขภาพ ก่อนทุกครั้ง

เหงือกบวม 14 สาเหตุ โรคเหงือกอักเสบ เสี่ยงโรคเบาหวาน

โรคเหงือกอักเสบ ที่เป็นสาเหตุของอาการ เหงือกบวม เป็นโรคที่พบได้บ่อย ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ได้เป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่จะทำให้เกิด อาการระคายเคือง บวมแดง และอักเสบ โดยส่วนใหญ่ เหงือกอักเสบ มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ มีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ไม่ค่อยดูแลและทำความสะอาด อย่างถูกวิธี จึงส่งผลกระตุ้น ให้เกิดคราบจุลินทรีย์(แผ่นคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน เป็นแผ่นฟิล์มบางๆเหนียว ที่มีแบคทีเรียอยู่ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) ที่ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกอักเสบ เนื่องจากคราบจุลินทรีย์ มันสามารถสร้างขึ้นได้ทุกวัน หากสะสม ไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ ก็จะส่งผล ทำให้เหงือกอักเสบ ได้ในที่สุด

โรคเหงือกอักเสบ ( gingivitis ) ที่เป็นสาเหตุของอาการ เหงือกบวม เป็นโรคที่พบได้บ่อย ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ได้เป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่จะทำให้เกิด อาการระคายเคือง บวมแดง และอักเสบ โดยส่วนใหญ่ เหงือกอักเสบ มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ มีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ไม่ค่อยดูแลและทำความสะอาด อย่างถูกวิธี จึงส่งผลกระตุ้น ให้เกิดคราบจุลินทรีย์(แผ่นคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน เป็นแผ่นฟิล์มบางๆเหนียว ที่มีแบคทีเรียอยู่ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) ที่ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกอักเสบ เนื่องจากคราบจุลินทรีย์ มันสามารถสร้างขึ้นได้ทุกวัน หากสะสม ไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ ก็จะส่งผล ทำให้เหงือกอักเสบ ได้ในที่สุด

สาเหตุของโรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม

1. ผู้ที่ไม่ชอบแปรงฟัน หลังจากรับประทานอาหาร

2. มีวิธีการแปรงฟัน ไม่ถูกวิธี

3. ใช้แปรงสีฟัน ที่ไม่เหมาะกับสุขภาพของเหงือกและฟัน

4. ไม่เปลี่ยนแปรงสีฟัน เมื่อหมดอายุการใช้งาน

5. ไม่ใช้ไหมขัดฟัน ในบริเวณที่แปรงสีฟัน เข้าไปทำความสะอาดไม่ได้

6. ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวยาสูบ

7. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

8. ผู้ที่ขาดวิตามินซี และสารอาหารบางชนิด

เหงือกบวม
เหงือกบวม

9. ผู้ที่มีปากแห้ง

10. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคกระดูกพรุน โรคเครียด โรคมะเร็ง โรคเอดส์ ฯลฯ

11. ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อราบางชนิด

12. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของหญิงตั้งครรภ์

13. ปัจจัยทางพันธุกรรม

14. การเกิดบาดแผล จากสิ่งแปลกปลอม เช่น ฟันปลอม ฯลฯ

อาการของโรคเหงือกอักเสบ

1. เหงือกมีสีแดงเข้ม หรือสีม่วงคล้ำ

2. เหงือกมีอาการบวม หรือเน่าเปื่อย

3. อาจมีหนองตามร่องเหงือก

4. เหงือกเริ่มร่น

5. มีกลิ่นปาก



6. มีเลือดออกขณะแปรงฟังได้ง่าย

7. อาจมีฟันผุ

8. ฟันโยก

วิธีป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

1. ควรแปรงฟันเป็นประจำ อย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง อย่างถูกวิธี

2. ควรเลือกใช้แปรงสีฟัน ที่มีแปรงนุ่ม

3. ควรใช้ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาด บริเวณซอกฟันที่แปรงเข้าไม่ถึง

4. ควรพบทันตแพย์ อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน

5. ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิด โรคเหงือกอักเสบ

6. ควรเลือกรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ ไม่ทำให้สุขภาพเหงือกและฟัน ถูกทำลาย เช่น งดกินขนมหวาน น้ำอัดลม ฯลฯ

ผลกระทบที่อาจเกิดอันตราย

ซึ่งอาการของโรคเหงือกอักเสบ อาจจะไม่ได้มีอันตรายโดยตรง แต่ก็อาจส่งผลกระทบ ต่อการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย หากพบว่าเกิด โรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง แล้วไม่ได้รับการรักษา ก็จะส่งผลให้เชื้อแบคทีเรีย เข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดโรคบางอย่างได้ เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบได้ ฯลฯ

ถึงแม้ว่า โรคเหงือกอักเสบ จะไม่ได้เป็นอาการ ที่มีความรุนแรงมาก หากรักษาได้ทัน แต่หากพบว่า มีอาการอักเสบเรื้อรัง แล้วไม่รีบรักษา ก็จะมีความรุนแรงที่เรียกว่า โรคปริทันต์อักเสบ และนำไปสู่การสูญเสียฟันได้ และส่งผลกระทบ ต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนได้ ฉะนั้น หากไม่อยากสูญเสียฟัน และไม่อยากเกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ก็ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นประจำและสม่ำเสมอ ที่สำคัญ หากพบว่าตนเอง มีอาการของโรคเหงือกบวม ควรรีบไปพบทันตแพทย์โดยเร็ว

เห็ดหลินจือ 12 ประโยชน์ ช่วยป้องกันโรคร้าย ช่วยลดน้ำหนัก

เห็ดหลินจือ ( Lingzhi ) เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมายาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ ผิวมันวาว สีคล้ายไม้ มีรสขม และด้วยคุณสมบัติที่มี สารพอลิแซ็กคาไรด์ ( Polysaccharide ), ไตรเทอร์พีน ( Triterpene ), เจอมาเนียม ( Gemanium ), นิวคลีโอไทด์ ( Nucleotide ) ฯลฯ ที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย และยับยั้งการเกิดอาการต่างๆ จึงทำให้เห็นหลินจือ เป็นเห็ดที่ดีที่สุด ในกลุ่มสมุนไพรจีน และมีการศึกษาพบว่า ในเห็นหลินจือ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มากกว่า 250 ชนิด ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย

เห็ดหลินจือ ( Lingzhi ) เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมายาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ ผิวมันวาว สีคล้ายไม้ มีรสขม และด้วยคุณสมบัติที่มี สารพอลิแซ็กคาไรด์ ( Polysaccharide ), ไตรเทอร์พีน ( Triterpene ), เจอมาเนียม ( Gemanium ), นิวคลีโอไทด์ ( Nucleotide ) ฯลฯ ที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย และยับยั้งการเกิดอาการต่างๆ จึงทำให้เห็นหลินจือ เป็นเห็ดที่ดีที่สุด ในกลุ่มสมุนไพรจีน และมีการศึกษาพบว่า ในเห็นหลินจือ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มากกว่า 250 ชนิด ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย

ประโยขน์ของ เห็ดหลินจือ ป้องกันโรคร้าย

1. โรคมะเร็ง

มีการวิจัยพบว่า เห็นหลินจือมีส่วนช่วย ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ฯลฯ

2. โรคหัวใจ

มีการศึกษาพบว่า เห็นหลินจือช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งยังช่วยบำรุงหัวใจ ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

3. โรคสมองเสื่อม

เห็นหลินจือช่วยให้ความจำดี ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

4. โรคความดันโลหิตสูง

ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิต มีความสมดุล ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้

5. โรคเบาหวาน

เห็ดหลินจือมีสรรพคุณ ช่วยลดอาการ ของเบาหวานได้ดี

6. โรคตับ

ช่วยป้องกัน บำรุงและรักษา อาการเกี่ยวกับตับได้ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ

7. โรคกระเพาะอาหาร

ช่วยบำรุง และรักษาแผล ที่เกิดในกระเพาะอาหาร

เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ

8. โรคไต

มีส่วนช่วยรักษา อาการของผู้ที่ป่วย เป็นโรคไตเรื้อรัง ช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น

9. โรคภูมิแพ้

เห็นหลินจือมีสรรพคุณ ที่ช่วยรักษา ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรังได้

10. โรคเครียด

มีสารช่วยปรับสมดุล ช่วยลดความตึงเครียดได้ดี

11. โรคอ้วน

เนื่องจากเห็นหลินจือ มีส่วนช่วยกระตุ้น ระบบการเผาผลาญ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถช่วย ป้องกันการเกิด โรคอ้วนได้

12. โรคอัลไซเมอร์

สามารถช่วยต่อต้าน อาการอักเสบของเซลล์สมองได้ ช่วยป้องกันการลืมได้ดี



ประโยชน์ด้านอื่นๆ

1. ช่วยให้อายุยืนยาว เชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

2. ช่วยให้อ่อนเยาว์ ชะลอความขรา

3. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ในเพศหญิง

4. ช่วยขับปัสสาวะ

5. ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรีย

6. ช่วยบรรเทา อาการปวดเมื่อย ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

7. ช่วยบำรุงสายตา

8. ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่นอนหลับยาก

9. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส

ผลข้างเคียงจากการบริโภคเห็นหลินจือ

1. อาจมีอาการ ท้องร่วง หรือ ท้องผูก

2. อาจมีอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องไส้ปั่นป่วน

3. อาจมีอาการ ถ่ายเป็นเลือด

4. อาจมีเลือดกำเดาไหล

5. อาจมีอาการผื่นคันขึ้น

6. อาจมีอันตรายต่อตับ หากบริโภคติดต่อกัน นานมากกว่า 1 เดือน

7. อาจส่งผลทำให้ ความดันโลหิตต่ำลง

8. อาจมีอาการง่วงนอน

9. อาจมีอาการ ปวดเมื่อยตามข้อ และตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

10. อาจมีไข้ และรู้สึกวูบวาบ

แม้ว่าเห็ดหลินจือ จะมีประโยชน์มากมาย ต่อสุขภาพร่างกาย แต่ก็ยังไม่ได้มีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ ที่เพียงพอ ถึงคุณสมบัติเหล่านั้น หากต้องการบริโภคเห็ดหลินจือ ก็ควรศึกษาข้อมูล และควรปรึกษาแพทย์ ก่อนบริโภคจึงจะดีที่สุด และที่สำคัญ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เพราะอาจมีผลกระทบ ข้างเคียงเกิดขึ้นได้

คอนแทคเลนส์ 12 ข้อควรระวัง ใครเสี่ยง อันตราย ตาบอดจริงหรือไม่

ทราบหรือไม่ว่า การใช้คอนแทคเลนส์ เป็นประจำ จนเกิดความเคยชิน มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ที่อาจส่งผลกระทบ เสี่ยงต่อผลข้างเคียง ในระยะยาว มากน้อยเพียงใด นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ พึงควรต้องรู้ และระมัดระวัง อย่างเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ดวงตา เป็นหน้าต่างหลัก ของการรับรู้ผ่านการมองเห็น และเมื่อใดก็ตาม ที่มีปัญหา เกิดขึ้นกับดวงตา นั่นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อันดับต้นๆ ที่ใครหลายคน ต้องให้การใส่ใจ และดูแลอย่างเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า คอนแทคเลนส์ เป็นตัวช่วยพิเศษ และสำคัญมาก สำหรับผู้ที่มีปัญหา ทางด้านสายตา จึงทำให้การใช้คอนแทคเลนส์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตประจำวัน ของใครหลายคน

แต่ทราบหรือไม่ว่า การใช้คอนแทคเลนส์ เป็นประจำ จนเกิดความเคยชิน มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ที่อาจส่งผลกระทบ เสี่ยงต่อผลข้างเคียง ในระยะยาว มากน้อยเพียงใด นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ พึงควรต้องรู้ และระมัดระวัง อย่างเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

คอนแทคเลนส์( Contact Lens ) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยแก้ปัญหา สำหรับผู้ที่มี ความผิดปกติ เกิดขึ้นทางสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ฯลฯ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้การมองเห็น มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงสำหรับผู้ที่ ใช้คอนแทคเลนส์ เพื่อความงาม ซึ่งในปัจจุบัน ได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก

คอนแทคเลนส์มีด้วยกัน 3 ชนิด ดังนี้

1. คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม

มีลักษณะนิ่ม ใส่แล้วสบายตา ออกซิเจนผ่านเข้ากระจกตาได้ เนื่องจากผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษ

2. คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง

เป็นคอนแทคเลนส์ ที่ช่วยให้มองเห็นได้ชัด กว่าแบบอื่น ทำความสะอาดได้ง่าย และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ น้อยกว่าชนิดอื่น เนื่องจากผลิตจาก พลาสติกชนิดพิเศษ ที่ออกซิเจนผ่านเข้า กระจกตาได้มาก ใช้ได้นาน ทนต่อรอยขูดขีด แต่อาจจะไม่สบายตา เท่ากับแบบนิ่ม

3. คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ

ที่ผลิตขึ้นมา เฉพาะเจาะจง เช่น สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น เอียง ยาว ในคนเดียวกัน หรือสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงเพื่อความงาม มีทั้งชนิดแข็ง และชนิดนิ่ม

ข้อดี

ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวัน สะดวก และทำให้บุคลิกดูดี เมื่อเทียบกับกันใส่แว่นตา

ข้อเสีย

เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ที่เป็นสาเหตุหลัก ของการสูญเสีย การมองเห็นถาวรได้

ควรระวังเมื่อใช้ คอนแทคเลนส์

1. ความสะอาด เป็นเรื่องที่ต้องดูแล เป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นต้อง เกิดผลข้างเคียงแน่นอน ควรทำความสะอาดด้วยการ แช่ด้วยน้ำยา เฉพาะโดยตรง ที่ได้มาตรฐาน

2. ไม่ควรใช้น้ำยาซ้ำ ควรใช้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

3. ห้ามใช้คอนแทคเลนส์ ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว

4. ควรเก็บคอนแทคเลนส์ ให้พ้นจากแสงแดด

5. ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ ขณะว่ายน้ำ เนื่องจากอาจทำให้เกิด การติดเชื้อได้ง่าย



6. ควรเปลี่ยนตลับ สำหรับใส่คอนแทคเลนส์ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

7. ควรเลือกใช้คอนแทคเลนส์ ที่เหมาะกับสภาพดวงตา ของตนเอง

8. ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์ ร่วมกับผู้อื่น

9. ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียม เพื่อป้องกันอาการตาแห้ง

10. เมื่อรู้สึกระคายเคืองดวงตา ควรถอดคอนแทคเลนส์ ออกโดยทันที

11. ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ นานกว่า 8 ชั่วโมง/วัน

12. ก่อนนอน ควรต้องถอดคอนแทคเลนส์ ออกทุกครั้งเสมอ ไม่ควรใส่นอน เพราะจะทำให้กระจกตา ขาดออกซิเจน ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่าย

คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์

ใครควรหลีกเลี่ยงการใช้คอนแทคเลนส์

1. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคผิวหนัง และโรคภูมิแพ้ ฯลฯ

2. ผู้ที่มีอาการตาแห้งมาก

3. ผู้ที่มีกระจกตา เกิดความผิดปกติ

4. ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่

อัตรายจากคอนแทคเลนส์

1. ตาบอด

เนื่องจากการใช้คอนแทคเลนส์ เป็นสิ่งที่ต้องคอยระวัง เป็นพิเศษ ในเรื่องของการติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบ โดยตรง ต่อการเกิดตาบอดถาวรได้

2. ตาแห้ง

เนื่องจาก การใช้คอนแทคเลนส์ ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน ก็จะส่งให้ การไหลเวียนของน้ำตา บริเวณกระจกตาลดลง

3. ตาอักเสบ

โดยส่วนใหญ่แล้ว มักเกิดจากผลข้างเคียง ของการใช้คอนแทคเลนส์ เป็นระยะเวลานาน ติดต่อกัน จึงทำให้เกิดแผลอักเสบ เป็นจุดเล็กๆ ตรงบริเวณ เยื่อบุผิวกระจกตา เยื่อบุตา และกระจกตา ซึ่งอันตรายต่อการติดเชื้อมาก

4. ตาแดง

เป็นผลข้างเคียง ที่บริเวณเปลือกตาด้านใน ที่เกิดมีอาการระคายเคือง ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ มีน้ำตาไหล มองไม่ชัด ส่งผลให้เจ็บตา ตาบวมแดงได้

สิ่งสำคัญสำหรับ ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ ควรเลือกซื้อคอนแทคเลนส์ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานรับรอง และควรปรึกษาจักษุแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น และตัวผู้ใช้เอง ก็ควรต้องศึกษาดูข้อมูล ที่ควรปฎิบัติ เมื่อใช้คอนแทคเลนส์ อย่างถูกวิธีและถูกต้อง เพื่อป้องกันผลเสีย ที่จะตามมาภายหลัง