ขายของ online 8 เทคนิคขายของบน Facebook ให้ขายดี

กระแสมาแรง แซงทางโค้ง ของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ที่กำลังฮอตฮิตกันอย่างมาก ในการขายของ บนโซเชียล (Social) อย่าง Facebook ที่ไม่ว่าใครก็สามารถ นำสินค้ามาวางขายได้ง่าย และฟรีอีกด้วย แต่ก็ใช่ว่าทุกคน จะประสบความสำเร็จ ในการขายสินค้าบน Facebook กันหมดทุกคน

กระแสมาแรง แซงทางโค้ง ของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ที่กำลังฮอตฮิตกันอย่างมาก ในการ ขายของ บนโซเชียล (Social) อย่าง Facebook ที่ไม่ว่าใครก็สามารถ นำสินค้ามาวางขายได้ง่าย และฟรีอีกด้วย แต่ก็ใช่ว่าทุกคน จะประสบความสำเร็จ ในการขายสินค้าบน Facebook กันหมดทุกคน

ผู้ที่ล้มเหลว ต่อการ ขายสินค้าออนไลน์ อย่างบน facebook ก็มีไม่น้อย ที่ต้องยอมแพ้ กับคู่แข่งไปอย่างง่ายดาย ทำให้เหล่าบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ที่มีความสามารถ และมีความพยายาม มักประสบความสำเร็จ ไปล่วงหน้า อย่างมีรอยยิ้ม พร้อมกับจำนวนเงินอย่างมาก ในกระเป๋า

แล้วคุณหล่ะ!  เลือกที่จะเป็น ผู้ค้าแบบไหน จะรีบถอยหนีไปตั้งหลัก แล้วหายไปเลย หรือ จะสู้ต่อไปเพื่อไปสู่ความสำเร็จ แน่นอนว่าคงมีหลายคน ที่อยากเดินหน้าต่อ เพื่อให้ตัวเองมีชีวิต ทางการเงินที่ดีขึ้น ใช่ หรือ ไม่ ?

ขายของ

ขายของ บน Facebook ยังไงให้ขายดี?

1. ภาพถ่าย ( Photo )

หากใครคิดว่า รูปภาพสินค้า ไม่สำคัญ ไม่ได้นะคะ รู้หรือไม่ว่า รูปภาพนี่แหละ เป็นสิ่งสำคัญ อันดับแรกที่ลูกค้า มองเห็นได้ชัดเจน และใช้ในการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อสินค้าของคุณ หากภาพสินค้าดูแย่ ก็ไม่มีใครอยากจะเข้ามาดู

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • อันดับแรก เริ่มจากการถ่ายภาพสินค้า Background ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนั่นหมายถึง การจะทำให้สินค้าดูโดดเด่น หรือ Drop ลงไปได้
  • การถ่ายภาพสินค้า ควรมีหลายภาพ ต่อ 1 สินค้า อย่างน้อยควร 2 ภาพขึ้นไป เพื่อให้ลูกค้าได้เห็น สินค้าได้หลายมุมมอง
  • ความสว่างของภาพ คุณควรหามุมที่ดี ให้กับการถ่ายภาพสินค้าของคุณ ควรเลือกที่มีแสงพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้ การถ่ายภาพสินค้าออกมาแล้ว ทำให้ภาพสินค้ามืด มองเห็นได้ไม่ชัดเจน

2. สร้างเพจ ( FanPage )

ตัวช่วยสำคัญ ของการขายสินค้าบนเฟสบุค ที่ดี และ ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ การสร้างเพจ ในการขายสินค้า เพราะ Page ใน Facebook เหมือนเป็นหน้าร้านค้าของคุณ ที่สามารถระบุสถานที่ ที่อยู่ การติดต่อ เพื่อให้ลูกค้าสามารถ ติดต่อได้ง่าย

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • การสร้าง Fanpage ที่มีความน่าสนใจ สามารถดึงดูดลูกค้าได้ โดยการสร้างภาพ Cover Page ที่น่าสนใจ และมีความน่าเชื่อถือ
  • ต้องระบุที่อยู่ สถานที่จริงให้ชัดเจน มีเบอร์โทรศัพท์ E – mail หรือ การติดต่อด้วยวิธีอื่น อย่างชัดเจน และเป็นข้อมูลจริง

3. วีดีโอสด ( Facebook live video )

การใช้ Facebook live video เป็นตัวช่วยในการขายสินค้า ที่ดีมากที่สุด อีกวิธีหนึ่ง เพราะมีพ่อค้า แม่ค้าหลายคน ที่ใช้วิธีนี้แล้ว ประสบความสำเร็จ ในการขายสินค้าที่สูง ทีเดียว มียอดขายต่อการ นำเสนอต่อครั้ง มากกว่าการขาย ด้วยการใช้วิธีอื่น

สิ่งที่ควรปฏิบัติ



  • นำสินค้ามาแสดง หรือ ทดสอบ วิธีการใช้ แบบสดๆ
  • นำสินค้ามาแสดงสด เพื่อทำการขาย แบบประมูล วิธีนี้เป็นวิธี ที่ได้รับการตอบรับ มากที่สุดเหมือนกัน

4. การโพสต์ ( Post )

การนำเสนอข้อมูล หรือ ข้อความ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ไม่ใช่น้อย ในการบอกถึงคุณลักษณะ ของสินค้าของคุณ ในการ ขายของออนไลน์

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • ควรโพสต์ข้อมูลที่เป็นจริง ตรงตามความจริง ไม่อวดอ้างสรรพคุณ ของสินค้าเกินความเป็นจริง
  • การโพตส์ข้อความ ที่มีความน่าสนใจ ดึงดูดให้ลูกค้า เข้าชมสินค้า ในฐานของความเป็นจริง

5. โฆษณา ( Ads )

การทำธุรกิจ หรือ การค้าใดๆ ก็ย่อมต้องมีการลงทุน หากคุณต้องการให้สินค้าของคุณ เผยแพร่ไปได้มากกว่า ผู้ชมที่เป็นเพื่อนใน facebook ของคุณ จำเป็นอย่างยิ่ง กับการทำโฆษณาผ่าน facebook เป็นตัวช่วยในการนำเสนอ

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • ควรเลือกเริ่มต้นลงทุน ทำโฆษณากับ facebook เพื่อนำเสนอสินค้า ให้กับกลุ่มลูกค้า ที่คุณต้องการ
  • เลือกโปรโมทสินค้า และร้านค้า โดยการจ้างทำโฆษณา ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น การทำ SEO ฯลฯ

6. สร้างความน่าเชื่อถือ ( Reliability )

การทำให้หน้าร้านบน Facebook หรือ สินค้าของคุณ มีความน่าเชื่อถือ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณต้องสร้างสิ่งนี้ ขึ้นมาเอง อย่างเช่น การมีคนเป็นจำนวนมาก Like page ก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับลูกค้าได้ ว่าร้านของเรา มีผู้ติดตาม และชื่นชอบ เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อการ ตัดสินใจซื้อสินค้า ของลูกค้าได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • ควรมีรูปโลโก้หน้าแฟนเฟจ เป็นรูปของตราสัญลักษณ์ ที่เป็นของบริษัท หรือ ห้างร้านของคุณ ที่เป็นจริง หรือ รูปจริงของตัวพ่อค้า แม่ค้าเอง
  • การทำการโปรโมท ด้วยการเพิ่มยอดการ Like page ให้มากขึ้น
  • การสร้างเว็บไซต์ ขายสินค้าหลัก ที่มีอยู่จริง เชื่อมต่อผ่าน Facebook

7. กลยุทธ์การตลาด ( Marketing Strategy )

ใน ตลาดออนไลน์ ปัจจุบัน มีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณต้องสร้างกลยุทธ์ ทางการตลาด เข้ามาเป็นตัวช่วย ไม่อย่างนั้น จะทำให้คุณไม่สามารถ แข่งกับคู่แข่งขัน ทางการตลาดได้ เพราะลูกค้าออนไลน์ ส่วนใหญ่ หากจะซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง ต้องเข้าไปชมเว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์ หลายๆร้าน เพื่อเปรียบเทียบ คุณภาพและราคา ก่อนการตัดสินใจ ซื้อสินค้า

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • จัดโปรโมชั่นให้กับสินค้า เช่น ลด แลก แจก แถม หรือ มีการชิงโชครางวัล ด้วยการสะสมแต้ม
  • การมีลูกเล่น ให้กับตัวสินค้า ที่แปลกใหม่ ไปจากสินค้าที่มีอยู่ทั่วไป

8. ความหลากหลายของสินค้า

การ ขายสินค้าออนไลน์ ที่หลากหลาย ย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะดีที่สุด เพราะนั่นอาจจะทำให้ ได้ขายสินค้า ได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะไม่ได้เป็นการ ระบุกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจน

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • ควรเลือกขายสินค้า อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเจาะจง ไม่ควรเลือกขายสินค้า ที่มีความแตกต่างกันมากเกินไป ในร้านค้าหนึ่งร้านของคุณ เช่น รองเท้า ขายรวมกับ อาหาร ซึ่งไม่ควรทำ
  • หากคุณต้องการขายสินค้า มากกว่าหนึ่งอย่าง ก็ควรเลือกขายสินค้า ให้อยู่ในกลุ่ม หรือ ประเภทเดียวกัน เช่น กลุ่มของสินค้าแฟชั่น ก็มีเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ เป็นต้น

” เทคนิคการขายของ ให้ขายดี ยอดขายทะลุ ง่ายๆ แบบนี้ พ่อค้า แม่ค้าทั้งหลาย ลองนำเทคนิคดีๆ แบบนี้ไปลองใช้ เป็นตัวช่วยเพิ่มยอดขาย เพื่อให้ร้านค้าใน Facebook มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเป็นการรักษา ยอดของลูกค้ารายเดิม และทำให้เพิ่มยอด ของลูกค้ารายใหม่ ได้ดีที่สุดสำหรับ ร้านค้าออนไลน์ของคุณ “

โฟเลต 7 ประโยชน์ของโฟเลต ไม่ตั้งครรภ์ ก็ต้องการโฟเลต

โฟเลต เป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์อย่างมาก และ จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ มีข้อสงสัยว่าแล้วทำไมมนุษย์…? จะต้องการทานอาหาร ที่มีสารอาหารโฟเลต นั่นก็เป็นเพราะว่าโฟเลต เป็นสารอาหาร ที่ร่างกายของมนุษย์ ไม่สามารถสร้างขึ้นเอง ตามธรรมชาติได้ แต่ว่าโฟเลตเป็นสารอาหาร ที่มีความจำเป็น ต่อร่างกาย อย่างมาก

โฟเลต เป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์อย่างมาก และ จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ มีข้อสงสัยว่าแล้วทำไมมนุษย์…? จะต้องการทานอาหาร ที่มีสารอาหารโฟเลต นั่นก็เป็นเพราะว่าโฟเลต เป็นสารอาหาร ที่ร่างกายของมนุษย์ ไม่สามารถสร้างขึ้นเอง ตามธรรมชาติได้ แต่ว่าโฟเลตเป็นสารอาหาร ที่มีความจำเป็น ต่อร่างกาย อย่างมาก

ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์…? ถึงต้องการบริโภคอาหาร ที่มีสารอาหารของโฟเลตสูง นั่นเป็นเพราะ ” ในสารอาหารโฟเลต สามารถช่วยป้องกัน การเกิดข้อบกพร่อง ทางสมอง และ เส้นประสาทไขสันหลัง ของทารกได้ดีที่สุด

สรุปแล้วโฟเลต คือ วิตามินบี ที่มีส่วนสำคัญในการ ผลิตเซล์เม็ดเลือดแดง และ ช่วยพัฒนาระบบประสาท และสมอง สารอาหารโฟเลต มักพบในผลไม้ และผักสีเขียว ซึ่งจำเป็นอย่างมาก ต่อร่างกายของมนุษย์ทุกคน ที่ต้องบริโภคอาหาร ที่มีสารอาหารโฟเลต ในปริมาณที่เพียงพอ ประมาณ 400 ไมโครกรัม ต่อวัน

โฟเลต
โฟเลต

ประโยชน์ของ โฟเลต

1. การตั้งครรภ์

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการคลอดทารก ก่อนกำหนด และช่วยในการพัฒนาระบบประสาท และ สมองของทารก

2. การมีบุตร

สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่บริโภคสารอาหารโฟเลต เป็นประจำ จะช่วยทำให้ สเปิร์มแข็งแรง มีผู้ที่ได้รับสารอาหารจากโฟเลต แล้วประสบความสำเร็จ ในการมีบุตรเพิ่มมากขึ้น

3. สุขภาพหัวใจ

มีส่วนช่วยในการ บำรุงหัวใจ ทำให้สุขภาพของ หัวใจ และ หลอดเลือดมีสุขภาพที่ดี ป้องกันความเสี่ยง ของการเป็นโรคหัวใจได้

4. โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า มีการศึกษาว่า ผู้ที่บริโภคสารอาหาร ที่มีโฟเลตเป็นประจำ ในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิด อาการซึมเศร้า ได้ดี

5. สุขภาพประสาท และสมอง

ช่วยบำรุงระบบประสาท และสมอง ผู้ที่ได้รับสารอาหารโฟเลต อย่างเพียงพอ จะทำให้สุขภาพของ ระบบประสาทดี ทำให้ไม่เสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์ ได้ อีกทั้งยังช่วย ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ได้ดีอีกด้วย


6. สุขภาพตับ

ผู้ที่รับประทานอาหาร ที่มีสารอาหารโฟเลต จะช่วยป้องกันความเสี่ยง ของการเกิดโรคเกี่ยวกับตับได้ดี เนื่องจากโฟเลต ช่วยทำให้การทำงานของตับ มีระบบการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพ

7. โรคมะเร็ง

มีการศึกษาพบว่า การบริโภคโฟเลต ในปริมาณที่เพียงพอ จะสามารถช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยง ของการเกิด โรคมะเร็ง ได้ เนื่องจากโฟเลต สามารถช่วยยับยั้ง เซลล์มะเร็งได้

อาหารที่มีโฟเลต

อาหารที่มีสารอาหารโฟเลต ปัจจุบันหาทานได้ง่าย เพราะได้มีการนำอาหาร ที่มีสารอาหารของโฟเลต มาแปรรูป หรือ สังเคราะห์ ให้อยู่ในรูปแแบบของ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อย่างมากมาย แต่สำหรับใคร ถ้าหากต้องการ สารอาหารที่มีโฟเลต ได้จากอาหารตามธรรมชาติ ก็สามารถหาทานได้ง่าย เช่นกัน

ผลไม้ เช่น ลิ้นจี่, ทุเรียน, ส้ม, สับปะรด, ฝรั่ง, มะละกอ, ขนุน, กล้วย, อะโวคาโด, มะม่วง และ ทับทิม ฯลฯ เป็นต้น

ผัก เช่น  ผักคะน้า, หน่อไม้ฝรั่ง, บล็อคโคลี่, ผักโขม, เห็ด และ กะหล่ำปลี ฯลฯ เป็นต้น

เนื้อสัตว์ เช่น ตับสัตว์, เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่ และ เนื้อปลา ฯลฯ เป็นต้น

ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง, ถั่วแดง, ข้าวโพด, ถั่วลันเตา และ ถั่วดำ ฯลฯ เป็นต้น

สูตรอาหาร ที่มีโฟเลต

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. หน่อไม้ฝรั่ง 160 กรัม

2. เบคอน 80 กรับ

3. เกลือ 1/4 ช้อนชา

4. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

5. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา

6. โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ

7. มะเขือเทศ 1 ลูก

8. ผักสลัด เล็กน้อย

9. น้ำเปล่า สำหรับลวก

วิธีทำ

1. นำหน่อไม้ฝรั่ง มาตัดเอาส่วนโคน ที่แข็งออก หลังจากนั้น นำมาล้างทำความสะอาด ให้เรียบร้อย แล้วพักไว้

2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟพอเดือด เติมเกลือลงไป หลังจากนั้นให้เตรียมน้ำ แช่น้ำแข็งไว้

3. แล้วให้นำหน่อไม้ฝรั่ง ที่เตรียมไว้ ลงไปลวกประมาณ 1 – 2 นาที

4. นำหน่อไม้ฝรั่ง ใส่ลงไปแช่พักไว้ ในน้ำเย็นที่แช่น้ำแข็ง ที่ได้เตรียมไว้ พักไว้ประมาณ 1 นาที

5. แล้วนำหน่อไม้ฝรั่ง ออกมาพักให้สะเด็ดน้ำ

6. นำแป้งข้าวโพดที่เตรียมไว้ ผสมน้ำเล็กน้อย ให้มีความเหนียวนิดๆ

7. นำเบคอนที่เตรียมไว้ พันหน่อไม้ฝรั่ง แล้วนำแป้งข้าวโพดที่เตรียมไว้ แตะลงบนเบคอน เพื่อใช้ยึดเบคอนไว้ ป้องกันไม่ให้หลุด

8. พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดเตาย่างทิ้งไว้ ทา น้ำมันมะกอก ลงไปบนเตา

9. แล้วน้ำหน่อไม้ฝรั่ง พันเบคอน ลงมาย่าง

10. พอย่างสุกได้ที่แล้ว ก็นำมาใส่จาน แล้วราดด้วยซอสโชยุ พร้อมตกแต่งด้วย มะเขือเทศ และผักสลัด ที่ได้เตรียมไว้

11. พร้อมเสิร์ฟ รับประทานได้

ถึงแม้ว่าโฟเลต จะมีประโยชน์ที่ดี ต่อสุขภาพมากเท่าไหร่ แต่สำหรับผู้สูงอายุ ไม่สามารถ รับประทานอาหาร ที่มีสารโฟเลต ได้เท่ากับบุคคลทั่วไป หากต้องการรับประทาน ก็ควรปรึกษาษาแพทย์ หรือ ขอคำแนะนำจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญก่อน จึงจะดีกว่า

ว่ายน้ำ ประโยชน์และโทษ ที่ควรรู้จากการว่ายน้ำ

กีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่ใครๆ ก็สามารถเล่นได้ ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ เป็นกีฬาที่สนุกสนาน รื่นเริง คนส่วนมากมักชอบ ออกกำลังกาย ด้วยการว่ายน้ำ เพราะไม่ยุ่งยาก แถมยังเย็นสบาย เหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบ ออกกำลังกาย แล้วไม่ต้องการมีเหงื่อเต็มตัว ได้กลิ่นเหม็นของเหงื่อ

กีฬา ว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่ใครๆ ก็สามารถเล่นได้ ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ เป็นกีฬาที่สนุกสนาน รื่นเริง คนส่วนมากมักชอบ ออกกำลังกาย ด้วยการว่ายน้ำ เพราะไม่ยุ่งยาก แถมยังเย็นสบาย เหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบ ออกกำลังกาย แล้วไม่ต้องการมีเหงื่อเต็มตัว ได้กลิ่นเหม็นของเหงื่อ

การเลือกออกกำลังกาย ด้วยวิธีการว่ายน้ำ ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถทำให้ ทุกส่วนของร่างกาย ได้รับประโยชน์ จากการว่ายน้ำไปเต็ม และ ยังเป็นกีฬาที่สามารถช่วย ในเรื่องของการ ลดน้ำหนัก ได้ดีทีเดียว สำหรับใครที่ชอบว่ายน้ำ คุณรู้หรือไม่ว่า การว่ายน้ำให้ประโยชน์ มากกว่าที่คุณคิด

ประโยชน์ของการ ว่ายน้ำ

1. ช่วยลดน้ำหนัก

การว่ายน้ำสามารถช่วยให้ การเผาผลาญของร่างกาย เพิ่มมากขึ้น เป็นกีฬสที่ทำให้ผู้ว่ายน้ำ สามารถว่ายน้ำได้นานกว่า การออกกำลังกาย ด้วยวิธีอื่น เพราะการว่ายน้ำ ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ จึงสามารถใช้เวลา ในการออกกำลังกาย ด้วยการว่ายน้ำ ได้นาน จึงช่วยลดน้ำหนัก ได้ดี

2. ลดความเครียด

หากคุณรู้สึกเครียด อารมณ์ไม่ดี ลองลงสระ ไปว่ายน้ำ เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะสามารถช่วยบรรเทา อาการตึงเครียด ทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ทำให้หายเครียดได้

3. ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง สดใส

การว่ายน้ำ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้ดี จึงส่งผลทำให้ สุขภาพร่างกายดี จากภายใน สู่ภายนอก ทำให้ผิวพรรณ ดูสดชื่น มีสุขภาพที่ดี

4. พัฒนาสมอง

การว่ายน้ำ ด้วยการฝึกใช้ท่าต่างๆ เป็นการเรียนรู้ และฝึกทักษะที่ดี ให้กับสมอง โดยเฉพาะเด็กๆ การฝึกว่ายน้ำ จะช่วยในเรื่องของ การพัฒนาการที่ดี ให้กับระบบประสาท และสมอง ของเด็กได้ดี

5. ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง

การว่ายน้ำ จะช่วยทำให้ส่วนของ กล้ามเนื้อ และ ข้อต่อ ได้รับการพัฒนา และ เคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้น

6. ทำให้มีสมาธิ

การว่ายน้ำ ช่วยในเรื่องของการฝึกสมาธิ เพราะการว่ายน้ำ ทำให้ผู้ว่ายน้ำ จดจ่ออยู่กับท่าเคลื่อนไหว ในการว่ายน้ำ จึงช่วยฝึกสมาธิได้ดี



สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนว่ายน้ำ

1. ความพร้อมทางด้านร่างกาย

ควรสำรวจตัวเองว่า ร่างกายมีความพร้อม มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าหากคุณไม่สบาย มีไข้ หรือ มีโรคประจำตัว ที่ไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ ถ้าหากร่างกายไม่พร้อม แล้วลงไปว่ายน้ำ อาจจะทำให้เกิดอันตราย ถึงชีวิตได้

2. ความพร้อมทางด้านอุปกรณ์

แน่นอนว่าการไปว่ายน้ำ คุณต้องเตรียมชุดว่ายน้ำ เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก หมวกคลุมศีรษะ แว่นกันน้ำ และ ถ้าหากคุณยังว่ายน้ำ ไม่แข็งแรง ก็ควรเตรียมอุปกรณ์ ที่เป็นตัวช่วย ในการฝึกว่ายน้ำด้วย เช่น บอร์ดว่ายน้ำ ฯลฯ เป็นต้น

การเตรียมตัวไปว่ายน้ำ ไม่ต้องเตรียมอะไรให้ยุ่งยาก เพียงแค่เตรียมร่างกาย และ อุปกรณ์ให้พร้อม เพียงเท่านี้คุณก็สามารถ ไปว่ายน้ำได้แล้ว เพื่อประโยชน์ที่ดี ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ

อันตรายของการว่ายน้ำ

การเข้าไปใช้บริการ สระว่ายน้ำ เพื่อการว่ายน้ำ ในสถานที่สาธารณะ เช่น โรงแรม คลับเฮาส์ และ สถานที่ ฟิตเนส ต่างๆ มักมีผู้ใช้ร่วมกัน หลายคน จึงทำให้มีความเสี่ยง ที่อาจจะได้รับอันตราย จากการว่ายน้ำได้

1. เสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

เนื่องจากในสระว่ายน้ำ จะมีเหงื่อ เซล์ผิวหนัง และ ปัสสาวะ จากผู้ที่ลงไปเล่นน้ำ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ ที่มีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าจะเป็นแหล่ง รวมของเชื้อโรค และ จุลินทรีย์ มากมายหลายชนิด ที่อาจก่อให้เกิด ความเสี่ยงของการ เกิดโรค มะเร็ง ในกระเพาะปัสสาวะ ได้

2. ยีนส์ถูกทำลาย

เพราะในสระว่ายน้ำสาธารณะ มักมีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถทราบได้ว่า ใครจะนำเชื้อโรคชนิดไหน ลงมาสู่สระว่ายได้ จึงทำให้ผู้ดูแลสระว่ายน้ำ ต้องดูแลสระว่ายน้ำ เป็นพิเศษ โดยการผสมสารคลอรีน เพื่อใช้สำหรับ ฆ่าเชื้อโรค เป็นจำนวนมาก ที่อาจเป็นพิษต่อเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และ อาจมีผลต่อ การทำลาย ของยีนส์จากร่างกายได้

3. อาการท้องร่วง

เนื่องจากในสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ ของสถานที่สาธารณะ ที่อาจจะมีเชื้อโรค และจุลินทรีย์ อยู่จำนวนมาก หลากหลายชนิด สำหรับผู้ที่ว่ายน้ำ ขณะว่ายน้ำอยู่นั้น มีโอกาสสูงมาก ที่จะกลืนน้ำเข้าไป ขณะกำลังว่ายน้ำอยู่ หากกลืนน้ำเข้าไป ในปริมาณที่มาก ก็อาจทำให้ เกิดอาการท้องร่าง ได้เช่นกัน

4. ผิวหนัง ตา จมูก และหู ติดเชื้อ

เพราะในสระว่ายน้ำสาธารณะ อาจจะมีเชื้อโรค และจุลินทรีย์ ที่สามารถทำให้ ผิวหนัง ตา และหู ติดเชื้อโรคได้ อาจทำให้ตาแดง หูอักเสบ จมูกอักเสบ หรือ ติดเชื้อในทางเดินหายใจ และอาจเป็นโรคผิวหนัง ได้ และถ้าหากคุณมีแผล ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แผลบริเวณผิวหนัง ก็ควรหลีกเลี่ยง การลงสระว่ายน้ำ สาธารณะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงจะดีกว่า

มักสังเกตุเห็นได้ว่า ตามสถานที่ให้บริการ สระว่ายน้ำ มักจะให้ผู้ลงสระ ทำความสะอาดตัวก่อน และ หลัง ว่ายน้ำทุกครั้งเสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรค และ จุลินทรีย์ ต่างๆ ฉะนั้นก่อนลง หรือ ขึ้น จากสระว่ายน้ำ ทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือ ในการอาบน้ำก่อน และหลัง การว่ายน้ำทุกครั้ง

แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่า จะช่วยป้องกันเชื้อโรค และ จุลินทรีย์ ได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทางที่ดี หากคุณมีทางเลือก ก็ควรหาใช้บริการ สระว่ายน้ำ ที่มีจำนวนผู้เล่นไม่มาก และ หลีกเลี่ยงสระน้ำที่มี สารคลอรีนผสมอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการ แพ้สารคลอรีน

ก็ควรจะระวัง อย่างลงสระที่มีสารคลอรีน ผสมอยู่ ควรเลือกว่ายน้ำ ในสระที่เป็นน้ำชนิดอื่นแทน ที่ไม่มีสารคลอรีนอยู่ เช่น สระน้ำเกลือ แต่ทางที่จะป้องกัน การติดเชื้อโรค หรือ จุลินทรีย์ จากสระว่ายน้ำ ได้ดีที่สุด คือ การว่ายน้ำ ในสระว่ายน้ำส่วนตัว เพราะถ้าหากคุณ รักการว่ายน้ำ เป็นชีวิตจิตใจ หรือ ต้องว่ายน้ำทุกวัน ก็อาจจะสร้าง สระว่ายน้ำไว้ใช้เองที่บ้าน จึงจะดีที่สุด

ประโยชน์ของนม 8 ประโยชน์ที่ควรดื่ม ช่วยป้องกันโรคร้าย

ประโยชน์ของนม ที่ได้มาจากธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์ในน้ำนมมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์มากมายต่อร่างกายการดื่มนมเป็นประจำจึงเหมาะแก่ทุกเพศทุกวัย

นม ที่ได้มาจากธรรมชาติของ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์ ในน้ำนมมีสารอาหาร ที่ให้ประโยชน์มากมายต่อร่างกาย การดื่มนมเป็นประจำ จึงเหมาะแก่ทุกเพศทุกวัย เพราะ ประโยชน์ของนม มีมากมาย โดยเฉพาะเด็ก ที่ต้องดื่มนมมากกว่า เป็นพิเศษเพื่อเสริมสร้าง การเจริญเติบโต และบำรุงระบบต่างๆ ภายในร่างกาย

การดื่มนมมีมา คู่กันกับมนุษย์ อย่างช้านานแล้ว น้ำนมสามารถดื่มได้แบบสดๆ หรือ สามารถนำมาแปรรูป ปรุงแต่ง ในอาหารเพื่อรับประทานได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากการแปรรูปจากนม อย่างมากมายหลายชนิด เช่น นมอัดเม็ด โยเกิร์ต ชีส อาหารเสริม หรือ แม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผม ฯลฯ เพื่อให้ผู้อุปโภค บริโภค ได้เลือกกิน เลือกใช้อย่างหลากหลาย มากขึ้น

นม ไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กเท่านั้น แต่วัยผู้ใหญ่ก็จำเป็น มีหลายคนคิดว่าเมื่ออายุมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องดื่มนมอีกต่อไป ซึ่งอันที่จริงแล้ว เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะนมมีสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน วิตามิน ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ฯลฯ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงจำเป็นต่อระบบประสาท และสมอง ของทุกเพศทุกวัย

ประโยชน์ของนม

ประโยชน์ของนม

1. ป้องกันโรคเครียด

ปัญหาความเครียด และ การซึมเศร้า ในสังคมปัจจุบัน มีมากขึ้นเรื่อยๆ คุณควรหาวิธีป้องกัน หรือ บรรเทาอาการเครียด ด้วยการดื่มนมเป็นตัวช่วย เนื่องจากในน้ำนม มีวิตามิน และแร่ธาตุ

ที่มีประโยชน์ที่สำคัญ ต่อการบรรเทาอาการเครียด และอาการซึมเศร้า ถ้าหากคุณดื่มนมอุ่นๆ เพียง 1 แก้ว ก็จะสามารถช่วย ลดความเครียด บรรเทาอาการเครียด จากระบบประสาท และสมองได้ดี

2. ช่วยลดน้ำหนัก

มีบางคนสงสัยว่า การดื่มนมจะช่วย ลดน้ำหนักได้ยังไง แต่มีการศึกษา และพิสูจน์พบว่า ผู้ที่ดื่มนมเป็นประจำทุกวัน มีแนวโน้มทำให้น้ำหนัก ลดลงได้ดีกว่า ผู้ที่ไม่ดื่มนมเลย หากใครที่เข้าใจผิด ว่าการดื่มนมแล้วทำให้อ้วน ควรคิดใหม่ได้เลยค่ะ เพราะในน้ำนมถึงแม้จะมีไขมันอยู่ แต่ถ้าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ กับอาหารประเภทอื่นๆ แล้ว มีไขมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

3. บำรุง และ เสริมสร้างกระดูก

การดื่มนมเป็นประจำ โดยเฉพาะวัยเด็ก จะช่วยให้กระดูก มีการเจริญเติบโตที่ดี และแข็งแรง ทำให้กระดูกยืดยาวขึ้น เพราะในน้ำนมมีแคลเซียม ที่ดีต่อระบบกระดูก แต่สำหรับผู้ใหญ่ มีการพบว่าผู้ใหญ่ ที่ชอบดื่มนมเป็นประจำ จะทำให้กระดูกแข็งแรง และ ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็น โรคกระดูกพรุน และโรคกระดูกเปราะ ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม

4. ป้องกันฟันผุ

ฟันผุ เป็นปัญหาที่สามารถพบได้ กับทุกเพศทุกวัย นอกจากจะป้องกันฟันผุ จากวิธีอื่นๆ แล้ว ควรดื่มนมเป็นตัวช่วย เพื่อป้องกันฟันผุ เพราะว่าในน้ำนม เป็นแหล่งของสารอาหาร ที่มีแคลเซียมที่ดีที่สุด ที่มีประโยชน์ในการบำรุง และ ดูแลสุขภาพของฟันได้ดี จึงช่วยให้สามารถ ป้องกันฟันผุ ได้ดี หากคุณดื่มนมเป็นประจำ ในปริมาณที่พอดี

5. ป้องกันโรคมะเร็ง

ถึงแม่ว่าการดื่มนม อาจทำให้มีความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด แต่ถ้าหากคุณดื่มนม ในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคมะเร็ง บางชนิดได้เช่นกัน เพราะมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ดื่มนม 2 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงน้อยมากกว่า ผู้ที่ไม่ดื่มนม ที่มีโอกาสเสี่ยง ของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม และ มะเร็ง ในทางเดินอาหาร

6. บำรุงกล้ามเนื้อ

การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ ร่างกายของมนุษย์ นอกจากจะ ออกกำลังกาย เพื่อช่วยเสริมสร้าง กล้ามเนื้อให้แข็งแรงแล้ว การดื่มนมเป็นประจำ จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อ มีการเจริญเติบโตมากขึ้น และ ช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อย ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ เนื่องจากในนมมีโปรตีน ที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงเป็นที่นิยมดื่มของ นักกีฬา เป็นจำนวนมาก



7. ป้องกันโรคหัวใจ

ความเสี่ยงของการ เกิดโรคหัวใจ ทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นได้ ซึ่งการรับประทานอาหาร ก็เป็นปัจจัยสำคัญ ของการเกิดโรคหัวใจได้ ในน้ำนมถึงแม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันชนิดดี หากผู้ที่ดื่มนมเป็นประจำ ในปริมาณที่พอดี จะทำให้ได้รับแคลเซียม อย่างเพียงพอต่อร่างกาย จึงช่วยทำให้สามารถ ลดระดับไขมันเลว ในเลือดได้ดี ที่เป็นสาเหตุของการเกิด โรคหัวใจ และ หัวใจวายเฉียบพลัน ได้

8. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

อาการต่างๆ ของช่วงมีประจำเดือน มักเป็นปัญหา ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคน รู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่ มีอารมณ์หงุดหงิด และ ทุกครั้งที่มีประจำเดือน จะมีอาการปวดท้อง และ ปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่สำหรับผู้หญิง ที่ดื่มนมเป็นประจำ จะสามารถช่วยบรรเทา อาการปวด และ ช่วยผ่อนคลาย ผลกระทบต่างๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือน ได้ดี

ใครที่ไม่ควรดื่มนมวัว

1. ผู้ที่แพ้แลคโตส

มักมีหลายคนสงสัยว่า เวลาดื่มนมวัว ทำไมถึงท้องเสีย และ นั่นอาจเป็นสาเหตุ มาจากการแพ้แลโตสได้ เพราะเนื่องจากในนมวัว มีน้ำตาลแลคโตสอยู่ ซึ่งถ้าหากผู้ที่มีอาการแพ้ หากดื่มนมวัวเข้าไปแล้ว จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีแก๊สในกระเพาะอาหาร และ ทำให้ท้องเสียได้ ฉะนั้นหากคุณพบว่า คุณมีอาการแพ้แลคโตส ก็ไม่ควรดื่มนมวัวจึงจะดีกว่า

2. ผู้ที่เป็นสิว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่อง สิว ไม่ควรดื่มนมวัว เพราะมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ดื่มนมวัวเป็นประจำ จะทำให้เกิดการ มีสิวมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มนมวัว เนื่องจากอาจเป็นเพราะ ฮอร์โมนต่างๆ ที่ถูกฉีดเข้าไปในวัว ที่ได้ผลิตน้ำนมออกมา

แต่สำหรับทารก แนะนำว่า ควรดื่มนมจากเต้าของแม่ มากกว่าการดื่มนม จากนมของวัว เพราะนมแม่เป็นแหล่ง ของสารอาหาร ที่ดีที่สุดสำหรับทารก และ มีสารอาหารเป็นจำนวนมาก ที่เพียงพอและสำคัญ ต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย มากกว่านมวัวหลายเท่า หากทารกที่ดื่มนมแม่ จะทำให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีภูมิต้านทานมากกว่า และทำให้ทารก มีไอคิวสูง

การดื่มนมถึงแม้ว่าจะมีการพิสูจน์ ว่ามีประโยชน์มากมายเพียงใด แต่โดยเฉลี่ยแล้วสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ควรดื่มนมมากเกินกว่าปกติ หรือ ไม่ควรดื่มมากกว่า 2 แก้วต่อวัน เพราะถ้าหากดื่มมากเกินไป อาจจะทำให้ได้รับผลเสียได้ และ เพื่อการดื่มนมให้ได้ประโยชน์ ไม่ควรดื่มนม ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลที่มากเกินไป และสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว ควรเลือกดื่มน้ำนม จากนมชนิดอื่น เช่น

อาหารเช้า กินแล้วสมองพัง อันตรายต่อร่างกาย

อาหารที่สำคัญที่สุดของวัน ก็คืออาหารเช้า เป็นมื้ออาหารที่ใครหลายคน ไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะส่วนมากโดยปกติ ในเวลาตอนเช้าทุกคนจะยัง ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่

อาหารที่สำคัญที่สุดของวัน ก็คือ อาหารเช้า เป็นมื้ออาหารที่ใครหลายคน ไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะส่วนมากโดยปกติ ในเวลาตอนเช้าทุกคนจะยัง ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ และบางคนไม่มีเวลาในการ รับประทานอาหารเช้า เพราะต้องเร่งรีบเพื่อไปทำาน โดยเฉพาะสังคมเมือง ในปัจจุบันที่ส่วนมาก ไม่ค่อยมีใครได้รับประทานอาหารเช้า

แต่สำหรับใครที่อดอาหารเช้า เพื่อต้องการ ลดน้ำหนัก ให้เปลี่ยนความคิดใหม่ทันที เพราะการอดอาหารเช้า ยิ่งจะทำให้มีน้ำหนัก เพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะการอดอาหารเช้า จะทำให้รู้สึกหิว เลือดขาดน้ำตาล ทำให้อยากกินของหวานมากขึ้น และทำให้กินมื้อถัดไป ในปริมาณที่มาก

รู้หรือไม่ว่า…? การอดอาหารเช้า ทำให้คุณต้องประสบพบเจอ กับโรคร้ายหลายโรค เลยทีเดียว เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน และ ความดันโลหิตสูง ฯลฯ และ ยังทำให้สมองไม่ได้รับการพัฒนา จึงทำให้สมองฝ่อ ความจำเสื่อม ที่สำคัญ จะทำให้ผิวพรรณดูไม่สดใส มีสุขภาพที่ไม่ดี

สิ่งที่คุณควรทำ เพื่อไม่ให้พลาดอาหารในมื้อเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อพิเศษของร่างกาย ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซะใหม่ แล้วหาวิธี เลือกรับประทานอาหารเช้า ที่มีประโยชน์ และดีต่อสุขภาพร่างกาย ให้เป็นประจำทุกเช้าของวัน แต่ถ้าหากคุณเลือก ทานอาหารเช้าที่ไม่ถูกต้อง จากประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นโทษได้

อาหารเช้า

อาหารเช้า ทำลายสุขภาพ

1. ข้าวเหนียว + หมูปิ้ง

แน่นอนว่าการรับประทาน อาหารเช้าเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า หมูปิ้ง ที่ทานแล้วอิ่มอร่อย มีสารก่อ มะเร็ง อยู่ เพราะหมูปิ้งได้มาจากการปิ้ง สังเกตุเห็นได้ว่า จะมีส่วนที่ไหม้ เป็นสีดำติดอยู่ ซึ่งนั่นเป็นสารก่อมะเร็งชั้นดีเลย

และที่สำคัญหากเป็นหมูปิ้ง ที่ขายอยู่ตามข้างทาง ที่มีรถสัญจรไปมา ยิ่งมีเชื้อโรคชนิดอื่น ปนเปื้อนอยู่อย่างแน่นอน เพราะมีทั้งฝุ่น และควันรถ ที่สามารถปลิวไปติดหมูปิ้งได้ ส่วนข้าวเหนียว เป็นข้าวที่มีน้ำตาลสูง จึงไม่ควรทานมากเกินไป และ ไม่เหมาะกับผู้ป่วย โรคเบาหวาน



2. นม + ขนมปัง

การทานขนมปังในมื้อเช้า แค่ทำให้รู้สึกอิ่ม และ ได้รับพลังงานเท่านั้น แต่หากคุณทานขนมปัง เป็นอาหารเช้าประจำทุกวัน จะทำให้คุณไม่ได้รับ สารอาหารที่เพียงพอ และ ยังทำลายสุขภาพอีกด้วย เพราะในขนมปังมีส่วนประกอบของ น้ำตาล ไขมัน และแป้งขาว ถ้าหากทานมาก จะมีผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วนได้

และการดื่มนมในมื้อเช้า จะทำให้มีปัญหากับระบบ การทำงานของกระเพาะ และลำไส้ เนื่องจากนมย่อยยาก หากทานในมื้อเช้า เพราะในตอนเช้า ร่างกายต้องการเพียงแค่ อาหารที่ย่อยง่าย ในปริมาณที่พอดี เท่านั้น

3. ปาท่องโก๋ + น้ำเต้าหู้

อาหารเช้าที่หาทานได้ง่าย และ สะดวกอย่างปาท่องโก๋ สำหรับผู้ที่เร่งรีบ ต้องการความรวดเร็ว จึงเลือกทานแค่ ปาท่องโก๋ในมื้อเช้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ในปาท่องโก๋ มีแต่น้ำมัน และน้ำตาล ที่เป็นสาเหตุของการทำลาย สุขภาพร่างกายได้ โดยเฉพาะน้ำมัน หากคุณซื้อปาท่องโก๋ ที่ทอดจากน้ำมัน ที่ผ่านการใช้มาหลายครั้งแล้ว ยิ่งจะทำให้คุณได้รับ สารก่อมะเร็ง เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

ส่วนการทานน้ำเต้าหู้ แน่นอนว่าน้ำเต้าหู้ มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ ต่อสุขภาพร่างกาย อย่างมากมาย แต่หากคุณทานน้ำเต้าหู้ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ในปริมาณที่มาก ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ย่อมทำให้คุณได้รับผลเสีย อย่างแน่นอน หากต้องการทานน้ำเต้าหู้ ควรทานแบบไม่มีน้ำตาล หรือ ให้มีน้ำตาลได้น้อยที่สุด

4. อาหารสำเร็จรูป

ปัจจุบันเนื่องจากการเร่งรีบ จึงทำให้อาหารกล่อง แบบสำเร็จรูป มีอิทธิพลต่อมื้อเร่งด่วน เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมื้อเช้า หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ชอบทานข้าวกล่องสำเร็จรูป ควรรีบเปลี่ยนพฤติกรรมทันที รู้หรือไม่ว่าอาหารสำเร็จรูป มีผลเสียต่อร่างกายยังไง…

ในข้าวกล่อง หรือ อาหารแบบสำเร็จรูป ไม่ได้ถูกปรุงขึ้นมาใหม่ ในแต่ละวัน มักถูกปรุงมาหลายวัน ก่อนคุณจะรับประทานแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ในอาหารสำเร็จรูป ต้องมีสารกันบูด หรือ วัตถุกันเสีย ปนเปื้อนอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำลายสุขภาพ และ ร่างกายอย่างแน่นอน

5. ไส้กรอก

ไส้กรอก เป็นอาหารเช้าที่ง่ายที่สุด แถมยังอร่อยอีกด้วย แต่ไม่ควรทานสะสม เป็นเวลานาน เพราะในไส้กรอก มีสารกันบูด และวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด เพื่อทำให้ไส้กรอกอยู่ได้นาน และมีความเหนียว มีเนื้อนุ่ม หากสะสมในร่างกายแล้ว จะเป็นเหตุทำให้ เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร, เนื้องอกในสมอง ฯลฯ

6. Corn flakes

การทานคอร์นเฟลก เป็นอาหารมื้อเช้า แน่นอนว่าทำให้อิ่มท้อง และ ได้รับพลังงาน แต่ก็ไม่ควรทานบ่อย หรือ ทานเป็นประจำทุกวัน เพราะในคอร์นเฟลก ไม่ได้มีสารอาหาร ที่จะสามารถบำรุงสมอง และให้สารอาหารที่ครบถ้วน แก่ร่างกายได้ เพราะในคอร์นเฟลก มีแต่แป้ง และน้ำตาล ที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ ได้

7. แฮมเบอร์เกอร์

การทานแฮมเบอร์เกอร์ เป็นอาหารในมื้อเช้า ถึงแม้ว่าจะทำให้สะดวก ง่าย ในเวลาเร่งรีบ แต่ว่าหากคุณต้องการ แต่ความสะดวก มันเป็นการทำลาย สุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะแฮมเบอร์เกอร์ เป็นอาหารที่ได้ชื่อว่า เป็นอาหารขยะชนิดหนึ่ง ที่มีสารอาหารไม่ครบถ้วน และในแฮมเบอร์เกอร์ ยังประกอบไปด้วยน้ำมัน และชีส ที่สามารถทำให้ น้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการ เกิดโรคร้ายได้ เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน และ โรคเบาหวาน ฯลฯ

8. การดื่มกาแฟ

กาแฟ มีทั้งโทษ และประโยชน์ แต่การดื่ม กาแฟ แทนอาหารในมื้อเช้า ขณะที่ท้องว่าง จะทำให้ได้รับโทษ มากว่าได้รับประโยชน์ เพราะในกาแฟมีคาเฟอีน หากคุณทานเข้าไปขณะที่ท้องว่าง จะทำให้ตกอยู่ในภาวะ ของการติดคาเฟอีน ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย และจิตใจเป็นอย่างมาก เช่น อาจทำให้เกิดแผล ในกระเพาะอาหาร ทำให้วิตกกังวล ใจสั่น กระสับกระส่าย ฯลฯ แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณจะทานกาแฟในมื้อเช้าไม่ได้ หากต้องการทาน ควรทานหลังอาหารเช้า จึงจะดีกว่า

การเลือกรับประทานอาหารในมื้อเช้า เป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับสมอง และร่างกายของคุณ แต่ถ้าหากคุณยังไม่เลิก รับประทานอาหารเช้า ที่ทำลายสุขภาพ ก็ยิ่งจะทำให้ทุกอย่าง แย่ไปกว่าเดิม คุณควรเลือกรับประทานอาหารเช้า ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และ ควรเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาจจะเสียเวลาหน่อย แต่ถ้าหากคุณเตรียมพร้อม ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะในมื้อเช้า ร่างกายต้องการอาหารที่ย่อยง่าย รสอ่อน อย่างเช่น ข้าวต้ม จึงจะดีต่อร่างกายค่ะ

ลดต้นขา 6 วิธีลดต้นขาเร่งด่วน เห็นผลรวดเร็ว แบบไม่ต้องเจ็บตัว

ต้นขาใหญ่ ก็เป็นปัญหาใหญ่ ของใครหลายคนเช่นกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่พยายาม ลดต้นขา แล้ว พยามลดอีกเพื่อต้องการให้ ต้นขาเล็กลง แต่ความพยายามนั้น ก็ไม่เคยสำเร็จซักที

ต้นขาใหญ่ ก็เป็นปัญหาใหญ่ ของใครหลายคนเช่นกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่พยายาม ลดต้นขา แล้ว พยามลดอีกเพื่อต้องการให้ ต้นขาเล็กลง แต่ความพยายามนั้น ก็ไม่เคยสำเร็จซักที การมีต้นขาใหญ่ทำให้อึดอัด ใส่กางเกงรัดรูปก็ไม่สวย ใส่กางเกงขาสั้นก็จะเห็นเซลลูไลท์ สรุปก็คือหากมีต้นขาใหญ่ ไม่ว่าจะใส่กางเกงแบบไหน ก็ไม่สวยทั้งนั้น

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนช่วงบนเล็ก แต่ทำไมต้นขา หรือ สะโพก ทำไมถึงมีขนาดใหญ่ ไม่ได้สัดส่วน ที่จริงแล้วสาเหตุของการ มีต้นขาใหญ่นั้น ก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน บางสาเหตุก็สามารถป้องกัน และแก้ไขได้ด้วยวิธีที่ง่าย แต่บางสาเหตุก็ยากที่จะแก้ไข ถึงแม้ว่าสาเหตุที่ทำให้ ลดต้นขาได้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่สามารถแก้ไขได้

สาเหตุของต้นขาใหญ่

1. เกิดจากกรรมพันธุ์

เพราะถ้าหากคุณมีพ่อ แม่ หรือ ญาติ ที่มีลักษณะของรูปร่าง และต้นขาใหญ่ คุณก็เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มของกรรมพันธุ์ ซึ่งได้รับยีนส์นั้นมาเต็มๆ ที่เป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ หลีกเลี่ยงได้ยาก ถึงแม้จะยากในการป้องกัน ไม่ให้ต้นขาใหญ่ แต่ก็ไม่ยากที่จะแก้ไข ปัญหาของการมีต้นขาใหญ่ได้

2. เกิดจากการบริโภคอาหาร

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม หรือ ชอบกินขนม เบเกอรี่ แน่นอนว่าทำให้คุณ มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะบริเวณต้นขา ต้นแขน สะโพก และ หน้าท้อง

3. เกิดจากการใส่กระโปรงสั้น หรือ กางเกงขาสั้น

รู้หรือไม่ว่า การใส่กระโปรงสั้น หรือ กางเกงขาสั้น เป็นประจำ แล้วอยู่ในห้องแอร์ จะทำให้คุณมีต้นขาใหญ่ขึ้นได้ เพราะการอยู่ในห้องแอร์ อากาศภายในห้อง จะมีอุณภูมิที่เย็น ที่ทำให้ร่างกายต้องสร้างไขมันขึ้นมา ซึ่งเป็นธรรมชาติของร่างกาย ที่มีระบบการทำงานอย่างอัตโนมัติ ในการช่วยปกป้อง และรักษาร่างกายให้มีความสมดุล เพื่อให้ร่างกายปลอดภัย และแข็งแรง

4. เกิดจากการไม่ออกกำลังกาย

สังเกตุเห็นได้ชัดว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ จะมีรูปร่างที่ได้สัดส่วนกระชับ รวมถึงมีขา และน่องที่กระชับ ได้สัดส่วนไม่มีไขมันสะสมอยู่ เพราะการออกกำลังกาย จะช่วยให้ไขมันไม่ไปสะสม ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และช่วยนำไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ออกมาใช้เป็นพลังงาน และเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ ที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

วิธี ลดต้นขา

แต่การทำให้ต้นขา น่อง และสะโพก มีขนาดเล็กลง และกระชับ ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ที่ มีความตั้งใจจริง ที่จะต้องการลดไขมัน บริเวณต้นขา น่อง และ สะโพก อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคน ปราถนาที่อยากจะมี ขาและน่องที่เรียวเล็ก มีสะโพกที่กระชับ ฉะนั้นสาวๆ ก็ควรหยุดพฤติกรรม ที่เป็นสาเหตุของการมีต้นขาใหญ่ และ หันมาสนใจ วิธีการทำให้ต้นขาเล็ก กันดีกว่า

1. การวิ่ง

การลดต้นขาด้วยวิธีการวิ่ง ถือว่าเป็นวิธีที่ทำให้ เห็นผลได้เร็วที่สุด เพราะการวิ่งเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ไขมันที่ขา ถูกนำออกมาใช้เป็นพลังงาน และเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ จึงทำให้คุณมีขา น่อง และสะโพก ที่เล็กลง และกระชับได้อย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญการวิ่งเป็น การออกกำลังกาย ที่สามารถช่วยให้ทุกส่วนของร่างกาย กระชับ รูปร่างได้สัดส่วน และทำให้ร่างกาย มีสุขภาพที่ดี และ แข็งแรงอีกด้วย



2. การปั่นจักรยานกลางอากาศ

การใช้วิธีนี้ เป็นวิธีที่ใครหลายคน คงเคยลองมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำติดต่อกัน จึงทำให้ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน แต่ถ้าหากคุณใช้วิธี ปั่นจักรยานกลางอากาศ เป็นประจำทุกวัน โดยการนอนลงบนพื้นราบ แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น ยกให้ตั้งฉากกับพื้น แล้วปั่นอย่างน้อย 70 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน รับรองว่าวิธีนี้ เห็นผลอย่างแน่นอนค่ะ

3. การบริหารขา

โดยการใช้วิธี นอนราบกับพื้น แล้วยกขาทั้งสองข้าง ให้ตั้งฉาก แล้วให้อ้าขาออก และหุบขาเข้า ทำให้ครบ 15 ครั้งติดต่อกัน ใน 1 รอบ แล้วพักขาลงได้ประมาณ 1 นาที หลังจากนั้นให้ทำแบบเดิมอีก ในรอบที่ 2 อีก 15 ครั้ง ให้ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้คุณก็จะมี ต้นขา และน่อง ที่เรียงเล็กลง แถมยังกระชับอีกด้วย

4. การกระโดดตบ

การใช้วิธีนี้รับรองว่าได้ผล โดยการกระโดยตบ ให้ครบ 100 ครั้งติดต่อกันใน 1 รอบ หลังจากนั้นให้พัก 1 นาที แล้วทำการกระโดดตบ อีก 100 ครั้งติดต่อกันในรอบที่ 2 ให้ทำแบบนี้ติดต่อกัน เป็นประจำทุกวัน รับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอน

5. การนั่งโดยไม่ใช้เก้าอี้

การใช้วิธีนี้ ถือว่าเป็นวิธีที่ทำได้ยากมาก หากไม่ใช้ความอดทนที่สูง แต่ว่าเป็นวิธีที่ ทำให้ได้ผลเร็วเช่นกัน โดยการยืนพิงผนัง เพื่อให้ตัวตรง หลังจากนั้นให้ย่อตัวลงมา ขนานกับพื้น เหมือนการนั่งบนเก้าอี้ ให้ทิ้งน้ำหนักลงไปที่ขา จะรู้สึกว่าเรากำลัง รับน้ำหนักด้วยขา จะรู้สึกเกร็งขาอย่างมาก

แล้วให้อยู่ในท่านี้ค้างไว้  25 วินาที ต้องอดทนให้ครบ 25 วินาทีนะคะ แล้วหลังจากนั้นก็ลุกขึ้นได้ พักไป 1 นาที แล้วทำแบบเดิมซ้ำอีก 2 รอบ ควรทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แล้วทำให้ครบทั้งหมด 3 รอบ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณ มีต้นขาที่เล็ก และกระชับได้

6. การเดินขึ้นลงบรรได

สำหรับผู้ที่จะใช้กิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยลดต้นขาแล้ว เป็นวิธีที่ง่ายเลยทีเดียว เพียงแค่คุณใช้วิธี การเดินขึ้นลงบรรได วันละ 5 รอบ โดยขณะขึ้นต้องเกร็งต้นขาไปด้วย แต่ขณะลงก็ให้ผ่อนคลาย โดยทำแบบนี้เป็นประจำ ให้ทำทุกวัน ก็จะช่วยทำให้ต้นขาเล็กลงได้

ที่สำคัญยังมีผลพลอยได้ ทำให้น้ำหนักลดลงได้ด้วย แต่การใช้วิธีนี้ ควรต้องระวังในเรื่อง ของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เพราะการขึ้นลงบรรได หากเกิดอาการหน้ามืด พลัดตกลงมา ก็จะทำให้ได้รับอันตรายต่อร่างกาย

การเลือกใช้วิธีต่างๆ ในการช่วยลดต้นขา เป็นวิธีที่ต้องใช้ความอดทน พยายามทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าหากคุณท้อ หรือ ปฏิบัติอย่างไม่จริงจัง ก็อาจจะทำให้ไม่ได้ผลที่รวดเร็ว หากคุณต้องการให้ ต้นขาเล็กลง จะต้องเตรียมตัว เตรียมใจ ให้พร้อมแล้วทำอย่างจริงจัง ทำติดต่อกัน จนกว่าจะเห็นผล

เพราะวิธีการลดต้นขา ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง เป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่อาจจะได้ผลช้ากว่า วิธีการทางด้านเทคโนโลยี ทางการแพทย์สมัยใหม่ เช่น การฉีดลดต้นขา การใช้วิธีการของ Carboxy เพื่อช่วยลดต้นขา หรือ วิธีอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ต้นขาเล็กลง อย่างรวดเร็วได้

แต่ผู้หญิงมักจะพบกับปัญหา การมีต้นขาใหญ่มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศ ที่มีระบบสืบพันธุ์ ที่ต้องได้รับการปกป้อง และรักษาเป็นพิเศษ จึงทำให้ร่างกาย สร้างสิ่งที่จะช่วยปกป้อง บริเวณของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง มากเป็นพิเศษ จึงทำให้ช่วงตรงสะโพก และต้นขาของผู้หญิง ใหญ่กว่าผู้ชาย

ล้างมือ 5 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อใช้ ห้องน้ำสาธารณะ

การเข้าห้องน้ำสาธารณะ เป็นส่ิงที่ใครหลายคน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากเรายังต้องอยู่ในสังคม หรือ อยู่ร่วมกับคนอื่น และแน่นอนว่าการใช้ห้องน้ำ ร่วมกับคนอื่นย่อมเสี่ยงต่อการ ติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องพึงให้ความสนใจ และใส่ใจเป็นอย่างมาก ในการป้องกันเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย เหล่านั้น

การเข้าห้องน้ำสาธารณะ เป็นส่ิงที่ใครหลายคน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากเรายังต้องอยู่ในสังคม หรือ อยู่ร่วมกับคนอื่น และแน่นอนว่าการใช้ห้องน้ำ ร่วมกับคนอื่นย่อมเสี่ยงต่อการ ติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องพึงให้ความสนใจ และใส่ใจเป็นอย่างมาก ในการป้องกันเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย เหล่านั้นด้วยการ ล้างมือ

ขณะเข้าห้องน้ำสาธารณะ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะสังเกตุเห็นได้ว่า มักมีคราบสกปรก มีกลิ่นเหม็น หากดูรวมๆ แล้ว ไม่น่าจะสะอาด และคงมีแบคทีเรีย เชื้อโรค อยู่เต็มไปหมด เพียงแต่เราไม่สามารถ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันไม่ได้เป็นเพียงเพราะความรู้สึก ว่ามันสกปรก แต่ว่าห้องน้ำสาธารณะ มักจะมีเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ปนเปื้อนอยู่อย่างแน่นอน

เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เมื่อเราเข้าห้องน้ำสาธารณะ แล้วได้สัมผัสกับวัตถุต่างๆ แล้วจะมีเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ติดมือมาหรือไม่ สิ่งที่ดีที่สุด เมื่อเราเข้าห้องน้ำสาธารณะ หรือ มีความจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำ ร่วมกับผู้อื่น ในบางครั้งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยที่เราไม่สามารถทราบได้ว่า เราจะติดเชื้อโรค หรือ แบคทีเรียอะไร ที่สามารถแพร่กระจายมาสู่มือ และร่างกายเราได้ เราควรเลือกที่จะ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า จะมาหาทางแก้ในภายหลัง

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ตามสถานที่สาธารณะบางแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ก็ได้มีการพัฒนา ให้มีระบบการทำงานของห้องน้ำ แบบอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการให้บริการ เช่น ก๊อกน้ำแบบเซ็นเซอร์ ที่สามารถช่วยป้องกันเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย มาสู่มือและร่างกายเราได้ แต่ก็ยังมีสถานที่สาธารณะ หลายแห่งที่ยังไม่ได้มี ระบบอัตโนมัติ แบบครบวงจร เพื่อให้บริการ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ควรคำนึง ที่จะป้องกันเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ไม่ให้มาสู่มือ และร่างกาย ด้วยตัวเราเอง จึงจะเป็นวิธีที่ช่วยได้ดีที่สุด

แน่นอนว่ามือเป็นสิ่งที่ จะสัมผัสกับวัตถุต่างๆ ภายในห้องน้ำสาธารณะ  มากที่สุด และเพื่อป้องกันเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย เราควรต้องมีวิธีในการ ทำความสะอาดมือ เช่น การทำความสะอาดมือให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันให้ห่างจากโรคร้าย ที่อาจได้มาจาก การใช้ห้องน้ำสาธารณะได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ เมื่อใช้ห้องน้ำสาธารณะ (ล้างมือ)

1. การทำความสะอาดมือด้วยน้ำเปล่า

การทำความสะอาดมือไม่ใช่เพียงแค่ล้าง แล้วจะทำให้เชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย หลุดออกไปได้ การทำความสะอาดมือที่ไม่ถูกต้อง และผิดวิธี ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย หากการทำความสะอาดเพียงแค่เอามือ ไปสัมผัสโดนน้ำ เพียงแค่แปปเดียว ไม่ถึง 5 วินาที ก็ไม่ได้ทำให้มือสะอาดได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

การทำความสะอาดมือที่ดีที่สุด ด้วยการทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า ควรใช้เวลาในการล้าง ประมาณ 25 วินาที จึงจะช่วยให้มือสะอาด ห่างจากเชื้อโรค และ แบคทีเรีย ได้

2. การทำความสะอาดมือด้วยสบู่

การทำความสะอาดด้วยสบู่ก้อน แน่นอนว่าไม่สะอาดอย่างแน่นอน เพราะสบู่ก้อนที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ในที่สาธารณะ ย่อมมีเชื้อโรค และ แบคทีเรีย เกาะอยู่เต็มไปหมด ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยง การทำความสะอาดมือในที่สาธารณะ ด้วยสบู่ก้อนจึงจะดีที่สุด

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

ควรเลือกทำความสะอาดมือในที่สาธารณะ ด้วยสบู่เจล จึงจะดีกว่า เพราะจะมีเชื้อโรคปนเปื้อน อยู่น้อยกว่าสบู่ก้อน แต่ถึงแม้เนื้อเจลสบู่จะสะอาดก็จริง แต่ตรงปุ่มกดสบู่เจล แน่นอนว่ามีผู้ใช้ร่วมกันหลายคน เลยทีเดียว คงมีเชื้อโรค และ แบคทีเรีย ปนเปื้ออยู่ไม่ใช่น้อย ทางที่ดีควรใช้กระดาษทิชชู เป็นตัวช่วยในการกดปุ่ม สบู่เจลจะดีกว่า ที่สำคัญหากมีแอลกอฮอล์ ก็ควรเลือกใช้แอลกอฮอล์ ในการทำความสะอาดมือจึงจะดีที่สุด



3. การใช้เครื่องเป่าอากาศร้อน

เมื่อเราทำความสะอาดมือเสร็จ และแน่นอนว่ามือของเรา จะต้องเปียก ถ้าหากมือเปียก ยิ่งจะทำให้เชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ติดมือได้ง่ายขึ้น และ ตัวช่วยในการทำให้มือแห้ง ส่วนมากในสถานที่ สาธารณะมักจะมี เครื่องเป่าอากาศร้อน สำหรับเป่ามือให้แห้งอยู่ แน่นอนว่ามันช่วยให้มือของเรา แห้งสนิทอย่างแน่นอน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เครื่องเป่าอากาศร้อนนี่แหละ เป็นตัวแหล่งรวมของเชื้อโรค และ แบคทีเรีย บางชนิดอยู่ เมื่อเราใช้บริการเครื่องเป่านี้ เชื้อโรค และ แบคทีเรีย ก็จะกระเด็นใส่มือเรา ยิ่งทำให้มือได้รับการติดเชื้อโรค และ แบคทีเรีย มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

ทางที่ดีที่สุด ที่เราควรปฏิบัติ คือ ควรเลือกใช้กระดาษทิชชู หรือ ผ้า ในการเช็ดมือให้แห้ง จึงจะดีกว่า

4. การใช้อุณภูมิของน้ำ

สถานที่สาธารณะ หลายแห่งย่อมมีความแตกต่างกันไป โดยเฉพาะการให้บริการ ในการทำความสะอาดมือ เมื่อต้องเข้าใช้บริการ ทำความสะอาดมือ ในห้องน้ำสาธารณะ บางแห่งจะมีน้ำร้อน หรือ น้ำอุ่นให้บริการ สำหรับการทำความสะอาดในห้องน้ำ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี สำหรับการทำความสะอาดมือเลยทีเดียว เพื่อจะได้กำจัด เชื้อโรค และ แบคทีเรีย ให้หมดไป

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

หากมีทางเลือก เมื่อเราต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะ ก็ควรเลือกใช้น้ำร้อน หรือ อุ่น ทำความสะอาดมือแทนการใช้น้ำเย็น เพราะจะช่วยปกป้องมือ จากเชื้อแบคทีเรีย และ เชื้อโรค ได้มากกว่า

5. การใช้มือสัมผัส

เมื่อเราเข้าไปใช้ห้องน้ำสาธารณะ สิ่งที่เราใช้สัมผัสมากที่สุด ก็คือ ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ที่กดชักโครก ซึ่งนั่นก็หมายความว่า มือของเราจะต้องสัมผัส กับเชื้อโรค และ แบคทีเรียเข้าไปเต็มๆ เพราะเราไม่สามารถ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ว่าจะมีเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ชนิดไหนเกาะอยู่บนวัตถุ ที่เราได้สัมผัสไปนั้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

สิ่งที่เราจะสามารถป้องกัน ได้ดีที่สุดคือ การใช้กระดาษทิชชู ในการจับ หรือ สัมผัส ทุกสิ่งในห้องน้ำสาธารณะ ทุกครั้งเมื่อจะสัมผัส หรือ โดนวัตถุนั้นๆ ก็ควรใช้ทิชชูรองมือทุกครั้ง จึงจะช่วยป้องกันเชื้อโรค และ แบคทีเรียได้ดี

การใช้ห้องน้ำสาธารณะทุกครั้ง เราจำเป็นต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะขณะเข้าทำธุระส่วนตัว ต้องนั่งบนฝารองชักโครก รู้หรือไม่ว่าอาจมีเชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย เกาะอยู่บนนั้น จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก สำหรับเรา ที่จะต้องป้องกัน ไม่ให้เชื้อโรค หรือ แบคทีเรีย ติดต่อมายังเราได้

โดยเราจะต้องใช้ทิชชูเช็ด หรือ ถ้าหากมีแอลกอฮอล์ ก็ควรใช้แอลกอฮอล์ เช็ดเพื่อทำความสะอาด ฝารองนั่งบนชักโครกก่อน แล้วควรใช้ทิชชู รองนั่งบนฝารองชักโครกทุกครั้ง เพื่อจะได้ให้มั่นใจว่า เชื้อโรค และ แบคทีเรีย ไม่สามารถแพร่กระจาย มายังเราได้

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กลัวการติดเชื้อแบคทีเรีย และ เชื้อโรค จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากคุณจะปฏิบัติ ตามด้วยวิธีต่างๆ ที่เราได้บอกไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้การันตี ว่าเมื่อปฏิบัติตามนี้แล้ว จะสามารถช่วยให้คุณ ไม่ติดเชื้อโรค และแบคทีเรีย หรือ ป้องกันให้ห่างจากเชื้อโรค และแบคทีเรีย ได้ 100%

ทางที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน ปกป้องให้ห่างจากเชื้อโรค และแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้ คุณควร ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ที่ดีขึ้นได้

นอนดึก 5 โทษของการนอนดึก เวลานอนที่คุณเข้าใจผิด

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ และวิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสังคมคนในเมือง ที่ต้องเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้ได้รับการพักผ่อนน้อย ออกบ้านแต่เช้า เข้านอนก็ดึก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการนอนดึก ส่งผลเสียมากมายเพียงใด ต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย บางคนคิดว่าไม่เป็นไร แต่รู้หรือไม่ว่าคุณเริ่มได้รับ ผลจากการนอนดึก โดยไม่รู้ตัว ที่เป็นอันตรายต่อระบบ การทำงานของร่างกายเข้าแล้ว

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ และวิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสังคมคนในเมือง ที่ต้องเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้ได้รับการพักผ่อนน้อย ออกบ้านแต่เช้า เข้านอนก็ดึก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการ นอนดึก ส่งผลเสียมากมายเพียงใด ต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย บางคนคิดว่าไม่เป็นไร แต่รู้หรือไม่ว่าคุณเริ่มได้รับ ผลจากการนอนดึก โดยไม่รู้ตัว ที่เป็นอันตรายต่อระบบ การทำงานของร่างกายเข้าแล้ว

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า คนเราควรนอนหลับวันละกี่ชั่วโมง ควรนอน 6 – 8 ชั่วโมง จริงเหรอ…?  อันที่จริงแล้ว มนุษย์ทุกคนย่อมต้องการเวลานอน ที่แตกต่างกัน

เวลานอนของแต่ละช่วงอายุ

เด็กแรกเกิด ( 0 – 2 เดือน ) =12 – 18 ชั่วโมง

เด็กทารก ( 3 – 11 เดือน ) =14 – 15 ชั่วโมง

เด็ก ( 1 – 3  ขวบ )=12 – 14 ชั่วโมง

เด็ก ( 4 – 5 ขวบ ) =11 – 13 ชั่วโมง

เด็กวัยเรียน ( 6 – 10 ปี )= 10 – 11 ชั่วโมง

วัยรุ่น ( 11 – 17 ปี ) = 8.5 – 9.25 ชั่วโมง

ผู้ใหญ่ จนถึง วัยสูงอายุ  =7 – 9 ชั่วโมง

สตรีมีครรภ์= 8 ชั่วโมงขึ้นไป

โทษของการ นอนดึก

1. โรคอัลไซเมอร์ หรือ สมองเสื่อม

การนอนดึก หรือ การนอนน้อย ทำให้ร่างกายไม่ได้รับ การพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาท และสมอง ทำให้มีผลต่อระบบของความจำ

2. โรคหัวใจ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ การนอนดึก ส่งผลโดยตรงต่อระบบไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของ โรคหัวใจ

3. โรคอ้วน

การนอนดึก หรือ นอนน้อย ทำให้ระบบการเผาผลาญ ของร่างกายเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ร่างกายหลั่งสารบางชนิดออกมา ที่ทำให้มีความอยากอาหารมากขึ้น จึงทำให้ น้ำหนัก เพิ่มขึ้นได้

4. อายุลดลง

เพราะขณะนอนหลับ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นช่วงที่ร่างกายสร้างการเจริญเติบโต ของเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และช่วยซ่อมเแซมส่วนที่สึกเหรอ หากร่างกายไม่ได้รับการ การนอน พักผ่อนที่เพียงพอ หรือ นอนดึก ก็จะทำให้อายุสั้นลงได้



5. ภูมิคุ้มกันต่ำ

การนอนน้อย หรือ การนอนดึก ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย และสามารถติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรค ได้ง่าย เพราะระบบการทำงานของร่างกาย เปลี่ยนไป และแปรปรวน จึงทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่างๆ ลดลง

อาการบ่งบอกของคนนอนดึก / นอนน้อย

1. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์

2. รู้สึกมึนงง เฉื่อยชา

3. ทำให้มีอาการปวดหัว

4. ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน

5. ไม่รับรู้สิ่งรอบตัว การประมวลผลของสมองช้า ทำให้ไม่มีสมาธิ

6. หน้าตา ผิวพรรณ ไม่สดใส ซูบโทรม

การนอนดึก หรือ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ย่อมทำให้ร่างกาย และจิตใจเกิดความอ่อนล้า  และยังส่งผลเสียทางด้านต่างๆ ของร่างกายอย่างมากมาย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังมี พฤติกรรมการนอนน้อย หรือ การเข้านอนดึก ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซะใหม่ เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายปกติ ที่ช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง พร้อมในทุกสถานการณ์

โรคไต 5 อาหารบำรุงไต ป้องกันไตเสื่อมสภาพ

ไต เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายอย่างหนึ่ง ไตมีลักษณะเหมือนรูปถั่ว ไตมีหน้าที่ในการช่วยขับของเสีย ออกจากร่างกาย และเป็นอวัยวะที่สำคัญของระบบปัสสาวะ แต่หากใครที่บำรุง และป้องกันไต ได้ไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดโรคร้าย ขึ้นกับไตได้ เช่น โรคไตอักเสบ, โรคไตเรื้อรัง, โรคนิ่วในไต, โรคมะเร็งถุงน้ำ และโรคไตวายเรื้อรัง ฯลฯ

ไต เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายอย่างหนึ่ง ไตมีลักษณะเหมือนรูปถั่ว ไตมีหน้าที่ในการช่วยขับของเสีย ออกจากร่างกาย และเป็นอวัยวะที่สำคัญของระบบปัสสาวะ  แต่หากใครที่บำรุง และป้องกันไต ได้ไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดโรคร้าย ขึ้นกับไตได้ เช่น โรคไต อักเสบ, โรคไตเรื้อรัง, โรคนิ่วในไต, โรคมะเร็งถุงน้ำ และโรคไตวายเรื้อรัง ฯลฯ

การเกิดโรคไต ส่วนมากมักเกิดกับผู้ที่ มีไตข้างเดียว, เกิดจาก โรคเบาหวาน, โรคเกาต์, โรคความดันโลหิตสูง และ เกิดจากการอุดตันของนิ่ว หรือ เกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าหากใครไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่ง ของโรคไต ก็ควรที่จะเลือกรับประทานอาหาร ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยง ป้องกัน และบำรุงสุขภาพของไตได้

อาหารบำรุงสุขภาพไต

1. แครนเบอร์รี่

รู้หรือไม่ว่าแครนเบอร์รี่ ไม่ได้แค่มีรสอร่อยเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ได้ดีเลยทีเดียว

2. แตงโม

เพราะ แตงโม มีโพแทสเซียมต่ำ ที่สามารถช่วยรักษา สภาวะของน้ำในร่างกายให้ปกติ ช่วยลดอาการบวมน้ำได้


3. กะหล่ำปลี

การรับประทาน กะหล่ำปลี จะช่วยลดภาระการทำงานของไต ที่สำคัญยังสามารถช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงของการเกิด โรคความดันโลหิตสูง ได้อีกด้วย

4. งาดำ

ในงาดำ มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงไต หากคุณนำงาดำ มาเป็นส่วนประกอบในอาหาร จะสามารถช่วยบำรุงไต ให้มีสุขภาพดี และแข็งแรง

5. ปลาทูน่า

เนื่องจากในปลาทูน่า มีโอเมกา 3 ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็น โรคความดันโลหิต ที่เป็นสาเหตุของการ ทำให้ไตเสื่อมสภาพลงได้

อาการของ โรคไต

1. ปัสสาวะลำบาก มีอาการเจ็บเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และปัสาวะเป็นเลือด

2. มักมีอาการปวดเอว ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และปวดตามข้อ

3. มีความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่บ่งบอก ของการเป็นโรคไตเรื้อรังได้

4. มีอาการบวมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อกดลงไปจะมีรอยบุ๋ม

ที่สำคัญควรงดทานอาหารรสจัด  เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป ที่จะสามารพช่วยป้องกันไม่ให้ไตเสื่อมสภาพลง และเกิดโรคไตขึ้นได้ และหากพบอาการผิดปกติ คล้ายกับอาการของโรคไต ก็ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจ และรักษาอย่างถูกวิธี และควร ออกกำลังกาย แบบเบาๆ เช่น การฝึกโยคะ จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา เกี่ยวกับการทำงานของไตได้

ตลาด ขายของ 5 ข้อน่าสนใจ พรีออเดอร์ Online

ตลาดขายสินค้าพรีออเดอร์ ได้รับความนิยมที่สูงมาก ในการขายสินค้าทางออนไลน์ ของเหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ออนไลน์ทั้งหลาย แต่ยังมีหลายคนสงสัยว่า พรีออเดอร์ คืออะไร? กันแน่ แล้วมันดียังไง ทำไมถึงได้รับความสนใจ ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตลาดขายสินค้าพรีออเดอร์ ได้รับความนิยมที่สูงมาก ในการ ตลาด ขายสินค้าทางออนไลน์ ของเหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ออนไลน์ทั้งหลาย แต่ยังมีหลายคนสงสัยว่า พรีออเดอร์ คืออะไร? กันแน่ แล้วมันดียังไง ทำไมถึงได้รับความสนใจ ไม่น้อยเลยทีเดียว

พรีออเดอร์ ( Preorder ) คือ การขายสินค้าที่นิยมบนสื่อออนไลน์ ที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้า โดยการนำรูปสินค้ามาโพสต์ หรือ โฆษณา ขายในเว็บไซต์ หรือ ช่องทางการขายสินค้าทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพสินค้า และเลือกซื้อสินค้าโดยดูจากรูปภาพ และคุณสมบัติที่เหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ได้อธิบายไว้ แต่ว่าสินค้าชิ้นนั้นๆ ยังไม่ได้มีอยู่ในมือของ พ่อค้า แม่ค้า

ตลาด

ขายของพรีออเดอร์ ตลาดออนไลน์ดีอย่างไร?

1.ไม่ต้องซื้อสินค้า มาเก็บสต๊อกไว้ เพื่อรอขาย เพราะสินค้าที่พ่อค้า แม่ค้า สั่งซื้อมาขายนั้น เป็นสินค้าที่มีลูกค้าสั่งซื้อจริง เรียบร้อยแล้ว จึงช่วยลดความเสี่ยง ในการขาดทุนได้

2. ไม่ต้องลงทุน หรือ มีการลงทุนที่น้อย เพียงแค่สมัครสมาชิก เป็นตัวแทนจำหน่าย ก็สามารถขายสินค้าได้แล้ว

3. ไม่ต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าเอง กรณีที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ขายสินค้าจากผู้ค้าต้นทางในประเทศ

4. หากสั่งซื้อสินค้า จากต่างประเทศมาขายเอง จะทำให้ได้กำไรที่สูง

5. ไม่ต้องมีหน้าร้านขายสินค้าจริง เพราะการขายของพรีออเดอร์ เป็นการขายของผ่าน ร้านค้าออนไลน์

ตลาด



ข้อเสียเปรียบขายสินค้าพรีออเดอร์

1. ทำให้ลูกค้าต้องรอสินค้า เป็นเวลานาน

2. เสี่ยงต่อการได้รับสินค้า ไม่ตรงกับคุณภาพ ที่ได้แจ้งไว้

3. หากสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ มีความเสี่ยงต่อการไม่ได้รับสินค้า เพราะอาจสูญหายระหว่างทาง

4. ได้กำไรน้อย เพราะต้องเสียภาษีในการนำเข้า หากสินค้ามาจากต่างประเทศ

5. เสี่ยงต่อการถูกผู้ค้าต้นทาง โกงได้

การขายสินค้าพรีออเดอร์ มีทั้งข้อดี และข้อเสีย หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังตัดสินใจจะขายสินค้าพรีออเดอร์ ควรศึกษาข้อมูลของผู้จำหน่ายสินค้าต้นทาง ให้ดีก่อนตัดสินใจขายสินค้า เพราะอาจจะทำให้คุณได้รับความเสี่ยงในการถูกโกง และอาจทำให้ลูกค้าของคุณเองไม่วางใจ ให้ความเชื่อถือ อีกต่อไป