ส้ม ประโยชน์ของส้ม เพื่อสุขภาพความงาม ช่วยป้องกัน 6 โรคร้าย

ส้ม เป็นผลไม้รูปทรงกลม ลักษณะมีสีส้ม หรือ เขียว มีรสเปรี้ยว ไปจนถึงหวาน เปลือกส้มมีกลิ่นหอม แค่ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกสดชื่นได้แล้ว สามารถทานได้แบบสดๆ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ นำส้มมาคั้นทำเป็นน้ำส้มไว้สำหรับดื่ม แต่ปัจจุบันไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อส้มเป็นลูก มาคั้นทำน้ำส้มเอง เพราะมีขายสำเร็จรูปเป็นแบบกล่อง มีขายหลากหลายยี่ห้อ ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้ตามชอบเลยค่ะ

ส้ม เป็นผลไม้รูปทรงกลม ลักษณะมีสีส้ม หรือเขียว มีรสเปรี้ยว ไปจนถึงหวาน เปลือกส้มมีกลิ่นหอม แค่ได้กลิ่น ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นได้แล้ว สามารถทานได้แบบสดๆ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ นำส้มมาคั้น ทำเป็นน้ำส้ม ไว้สำหรับดื่ม แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อส้มเป็นลูก มาคั้นทำน้ำส้มเอง เพราะมีขายสำเร็จรูป เป็นแบบกล่อง มีขายหลากหลายยี่ห้อ ให้ผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อ ได้ตามชอบเลยค่ะ

ส้มแบบสดๆ มักนิยมนำมา เป็นส่วนประกอบในขนม หรือ อาหาร และยังนิยมนำมาแปรรูป เช่น ทำเป็นแยม ซึ่งหากใครต้องการทานส้ม คงหาทานได้ไม่ยาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ การรับประทานส้ม หรือ ใครที่ไม่ชอบทานเลย รู้หรือไม่ว่าส้มผลเล็กนี้ มีประโยชน์มากมายเพียงใด

เพราะในส้ม 1 ลูก ประกอบไปด้วย สารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามิน C, วิตามิน B,  ธาตุเหล็ก, เบต้าแคโรทีน, ฟอสฟอรัส, สังกะสี, และแคลเซียม ฯลฯ จึงมีส่วนช่วยในการ ป้องกันโรคร้าย ได้หลายชนิด

ประโยชน์ของ ส้ม ป้องกันโรคร้าย

1. ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากส้ม มีสารอาหารอย่าง วิตามิน C ที่ช่วยบำรุงดวงตา ให้มีสุขภาพดี และแข็งแรง

2. ช่วยป้องกัน การเกิดโรคหัวใจ ส้มมีสารอาหาร ที่ช่วยลดคลอเลสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้ดี

3. ช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบ เนื่องจากส้ม มีเส้นใยสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายได้ดี ไม่ทำให้เกิด อาการท้องผูก

4. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ส้มมีส่วนช่วย ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ฯลฯ

5. ช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต คนที่กินส้มทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยง ของการเป็น อัมพฤกษ์อัมพาตได้

6. ช่วยลดโรคเครียด เนื่องจากเปลือกของส้ม มีสารระเหย ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น ทำให้อารมณ์ดี



ส้มเพื่อสุขภาพความงาม

– ช่วยให้อ่อนเยาว์ ส้มมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ช่วยชะลอวัย และช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหี่ยว และเกิดริ้วรอยได้ง่าย

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส ไม่ทำให้ผิวแห้ง

– ช่วยบำรุงรุงเหงือก ฟัน และกระดูก ให้มีสุขภาพดี แข็งแรง ทำให้เหงือกมีสีชมพู

รู้อย่างนี้แล้ว เห็นคุณค่าของส้ม ขึ้นมาทันทีใช่ไหมค่ะ ส้มไม่เพียงแค่ให้ความอร่อย สดชื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยคุณ ไม่ต้องพบกับโรคร้าย และทำให้สุขภาพแข็งแรง อีกด้วย อย่าลืมทานส้ม เป็นประจำ และในปริมาณที่พอดี ด้วยนะคะ

ประโยชน์ แตงโม ช่วยป้องกันและรักษา 7 โรคร้าย

แตงโม ผลไม้คลายร้อน เป็นผลไม้ที่กินทีไรแล้วรู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนๆ แล้วไม่ว่าใคร ก็ต้องนึกถึงแตงโม แตงโมเป็นผลไม้ที่นิยมมาก เพราะสามารถนำมารับประทาน ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นน้ำแตงโมปั่น หรือ ขนมหวาน แยม ฯลฯ เป็นของชื่นชอบ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ที่สำคัญมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย อีกด้วย

แตงโม ผลไม้คลายร้อน เป็นผลไม้ที่กินทีไรแล้วรู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนๆ แล้วไม่ว่าใคร ก็ต้องนึกถึงแตงโม แตงโมเป็นผลไม้ที่นิยมมาก เพราะสามารถนำมารับประทาน ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นน้ำแตงโมปั่น หรือ ขนมหวาน แยม ฯลฯ เป็นของชื่นชอบ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ที่สำคัญมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย อีกด้วย

แตงโมมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น แตงโมจินตหรา แตงโมน้ำผึ้ง แตงโมกินรี ฯลฯ สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง นอกจากเนื้อแตงโม ที่สามารถทานได้แล้ว เมล็ดข้างในก็ยังสามารถทานได้อีก เมล็ดแตงโมที่ผ่านการคั่ว เรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่นิยมนำมาทาน เป็นของกินเล่น หรือ นำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร และขนม

ในแตงโม มีสารอาหารมายมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกาย เช่น วิตามิน C, วิตามิน A, แคมเซียม, ใยอาหาร, โพแทสเซียม, กรดโฟลิค,  เหล็ก ฯลฯ เป็นต้น

แตงโม
แตงโม

ประโยชน์ แตงโม ช่วยป้องกันโรคร้าย

1. ช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคมะเร็ง ในแตงโมมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ได้หลายชนิด

2. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต แตงโมมีสารอาหาร ที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของเลือดได้ดี

3. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เพราะในแตงโม มีวิตามิน C ที่ช่วยบำรุงเหงือก ให้สุขภาพดี แข็งแรง

4. ช่วยป้องกันโรคหวัด เพราะแตงโม มีวิตามิน C ที่มีส่วนช่วยป้องกัน และบรรเทา อาการของหวัดได้

5. ช่วยป้องกันโรคตับ การรับประทานเมล็ดแตงโม จะมีส่วนช่วยในการป้องกัน การเกิดโรคตับได้ดี

6. ช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหาร เพราะแตงโมสามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจนำไปสู่ปัญหา ในกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้

7. ช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคหัวใจ ในแตงโมมีสารอาหาร ที่ช่วยไม่ให้ไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ



แตงโม ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ป้องกัน และรักษาโรคร้ายเท่านั้น แต่แตงโม ยังมีสรรพคุณในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

– ช่วย ลดน้ำหนัก เพราะแตงโมมีส่วนช่วยในการ เผาผลาญแคลอรี่ ป้องกันการสะสมของไขมัน และในแตงโมมีน้ำอยู่มาก จึงทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วยิ่งขึ้น

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส ไม่แห้งกร้าน

– ช่วยบำรุงดวงตา และสายตา เพราะในแตงโมมีวิตามิน A ที่ช่วย บำรุงสายตา

– ช่วยบำรุงเส้นผม ให้แข็งแรง มีน้ำหนัก

– ช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

– ช่วยขับปัสสาวะ

รู้ถึงประโยชน์มากมาย ของแตงโมเช่นนี้แล้ว ถ้าหากคุณไม่รับประทาน คงเป็นการพลาดครั้งใหญ่ แต่ก็ควรทานในปริมาณที่พอดีเช่นกันนะ ไม่ควรทานมากเกินไป ถึงแม้ว่าแตงโม จะมีประโยชน์มากมายเพียงใด แต่สำหรับผู้ที่มีไข้ ไม่ควรทานแตงโม ควรงดทานก่อนจะดีกว่า

ประโยชน์ของไข่ ช่วยป้องกันโรคร้าย ที่พึงควรระวัง

ไข่ มีหลายชนิด เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือ ไข่นกกระทา ที่คนส่วนมากรู้จัก แต่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะไข่ไก่ ทั้งๆ ที่หาซื้อได้ง่าย แถมยัง นำมาประกอบอาหารก็แสนจะง่าย อีกด้วย แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ค่อยอยากจะทานกัน แต่สำหรับคนบางกลุ่มแล้ว คิดว่าการรับประทานไข่จะทำให้อ้วน เพราะมีคลอเลสเตอรอลสูง จึงมักหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทานไข่ไปเลย

ไข่ มีหลายชนิด เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือ ไข่นกกระทา ที่คนส่วนมากรู้จัก แต่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะไข่ไก่ ทั้งๆ ที่หาซื้อได้ง่าย แถมยัง นำมาประกอบอาหารก็แสนจะง่าย อีกด้วย แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ค่อยอยากจะทานกัน แต่สำหรับคนบางกลุ่มแล้ว คิดว่าการรับประทานไข่จะทำให้อ้วน เพราะมีคลอเลสเตอรอลสูง จึงมักหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทานไข่ไปเลย ( ประโยชน์ของไข่ )

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคลอเลสเตอรอล ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายเหมือนกัน ไม่ได้มีแต่ผลเสียอย่างเดียว เพียงแต่อย่ารับประทาน เข้าไปในปริมาณมากเท่านั้นเอง และไม่ควรเลือกทานเฉพาะไข่ขาว เพราะจะทำให้ไม่ได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน เพราะสารอาหารจะมีมากในไข่แดง หากบริโภคไข่ควรรับประทาน ทั้งไข่ขาว และไข่แดง

รู้หรือไม่ว่า หากคุณทานไข่ หรือ นำไข่มาเป็นส่วนหนึ่งในมื้ออาหารของคุณ เพียงสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้าย ได้หลายโรคเลยทีเดียว

ประโยชน์ของไข่

ไข่ป้องกันโรคร้าย

ไข่ประกอบไปด้วย สารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน วิตามิน กรดอะมิโน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ฯลฯ จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคร้ายได้

1. โรคมะเร็งเต้านม ถ้าหากคุณผู้หญิง รับประทานไข่ 6 ฟอง / สัปดาห์ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้

2. โรคต้อกระจก มีการวิจัย และศึกษาพบว่า กลุ่มคนที่บริโภคไข่ทุกวัน มีความเสี่ยงน้อยมาก ที่จะพบว่าเป็นต้อกระจก เพราะไข่อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่ช่วย บำรุงดวงตา ป้องกันการเสื่อมสภาพของดวงตา และยังช่วยป้องกันยูวี จากแสงแดด ไม่ให้ทำร้ายดวงตาอีกด้วย

3. โรคสมองเสื่อม ไข่มีสารอาหารที่จำเป็นมาก ในการทำงานของสมอง และระบบประสาท ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วย บำรุงสุขภาพสมอง และช่วยในเรื่องของความจำ ทำให้สมองทำงานได้ดี

ไข่ไม่เพียงแต่ ช่วยป้องกันโรคร้ายเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงเส้นผมบำรุงเล็บให้มีสุขภาพดี แข็งแรง และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกายของเรา อีกด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ควรบริโภคไข่ให้เป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กๆ ควรบริโภคไข่ทุกวัน และก่อนรับประทาน ควรปรุงให้สุกก่อน



เพื่อความปลอดภัยจากเชื้อโรค ที่อาจปนเปื้อนอยู่ที่ไข่ แล้วถ้าหากใครที่กลัวอ้วน หรือต้องการทานไข่เพื่อ ลดน้ำหนัก ควรทานไข่ในมือเช้า จะช่วยให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้ค่ะ

สูตรอาหารเช้า ด้วยเมนูไข่ ลดน้ำหนัก

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไข่ไก่ 1 ฟอง

2. ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น

3. เกลือ เล็กน้อย

4. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

5. น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา

6. น้ำแข็ง สำหรับแช่ไข่

วิธีทำ

1. นำไข่ไก่ล้างให้สะอาด นำไปต้มในน้ำเดือน ประมาณ 5-10 นาที

2. หลังจากนั้นให้นำไข่ ออกมาแช่ในน้ำเย็นจัดที่แช่ด้วยน้ำแข็ง เพื่อจะได้ปลอกเปลือก ได้ง่าย ( หากไม่มีน้ำแข็ง ให้แช่ในน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ หรือ น้ำแช่เย็น แทนก็ได้ )

3. นำขนมปังโฮวีต ทาด้วยน้ำมันมะกอก และน้ำผึ้ง โรยด้วยเกลือนิดหน่อย แล้วนำไป ปิ้งในเครื่องปิ้งขนมปัง

4. หากปลอกเปลือกไข่เสร็จแล้ว พร้อมกับขนมปังปิ้ง เรียบร้อยแล้ว

5. สามารถรับประทาน ไข่กับขนมปัง คู่กันเป็นอาหารมื้อเช้า ด้วยเมนูแสนง่าย พร้อมคุณค่าทางอาหาร ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้

อย่าลืมทานไข่กันด้วยนะคะ เพราะในไข่ให้ประโยชน์มากมาย ที่คุณไม่ควรพลาด แต่ควรจะทานไข่ในปริมาณที่พอดี ไม่ควรมากเกินไป สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ควรบริโภคไข่ ไม่เกินสับดาห์ละ 1 ฟอง หรือ ควรปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อขอคำแนะนำ ในการบริโภคไข่ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์แอปเปิ้ล สรรพคุณที่ช่วยป้องกัน 7 โรคร้าย

แอปเปิ้ลผลไม้ที่ใครต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวๆ ที่กลัวอ้วน มักชอบทานแอปเปิ้ล แทนมื้ออาหาร หรือเวลาหิว และ ประโยชน์จากแอปเปิ้ล ช่วยป้องกัน 7 โรคร้าย

แอปเปิ้ล ( Apple ) ผลไม้ที่ใครต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวๆ ที่กลัวอ้วน มักชอบทานแอปเปิ้ล แทนมื้ออาหาร หรือเวลาหิว เพราะแอปเปิ้ลหากทานเข้าไปแล้ว จะทำให้รู้สึกอิ่มนาน อยู่ท้อง คนส่วนมากนิยมนำแอปเปิ้ล มาเป็นส่วนประกอบในอาหาร หรือขนม มากขึ้น เพราะแอปเปิ้ลมีสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และยังทานง่าย เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อย มีกลิ่นหอม ( ประโยชน์แอปเปิ้ล )

แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ ที่ดีต่อร่างกาย หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน A, วิตามิน B, วิตามิน C, สังกะสี,  ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, กรดโฟลิค,โปรตีน, และคาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ที่สามารถช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคร้าย ได้อีกหลายชนิด

ประโยชน์แอปเปิ้ล ป้องกันโรคร้าย

1. โรคมะเร็งลำไส้

เพราะแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหาร จึงมีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่ทำให้เกิด อาการท้องผูก จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการ เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้

2. โรคมะเร็งปอด

ในแอปเปิ้ล มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง และยังช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคมะเร็งปอดได้ดี

3. โรคต้อกระจก

ในแอปเปิ้ลสีเหลือง มีสารอาหารที่มีส่วนช่วย ในการบำรุง ดวงตา และสายตา ให้มีสุขภาพดี จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกได้

4. โรคกระเพาะ

ในแอปเปิ้ล มีฤทธิ์ที่สามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุของโรคกระเพาะ นั่นเอง

5. โรคหัวใจ

แอปเปิ้ล สามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ


6. โรคความดันโลหิตสูง

แอปเปิ้ลมีสารอาหาร ที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด โรคความดันโลหิตสูงได้

7. โรคอัลไซเมอร์

ในแอปเปิ้ลสีแดง  มีสารอาหารที่ช่วยป้องกันสมองเสื่อม สาเหตุของการเป็นโรคอัลไซเมอร์

สูตรน้ำแอปเปิ้ล เพื่อสุขภาพ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. แอปเปิ้ล 2 ลูก

2. กล้วยหอม 1 ลูก

3. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

4. เกลือ เล็กน้อย

5. น้ำแข็งบดละเอียด 1 แก้ว

6. เครื่องปั่น

วิธีทำ

1. นำแอปเปิ้ลมาล้าง ทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้น ไม่ต้องปลอกเปลือก

2. หลังจากนั้นนำ แอปเปิ้ล ใส่ลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้ละเอียด

3. ใส่กล้วยหอม ลงไปปั่นให้เข้ากัน

4. ใส่น้ำแข็งบดละเอียด ลงไปปั่นให้เข้ากัน อย่างละเอียด

5. เติมน้ำผึ้ง เกลือ ลงไปปั่นให้เข้ากัน

6. เทใส่แก้ว พร้อมดื่มได้ทันที

(หากใครชอบหวาน ก็สามารถเติมน้ำผึ้งเพิ่มเข้าไป ได้เลยค่ะ)

แอปเปิ้ลไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคร้าย เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนเยาว์ ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส และสามารถช่วย ลดน้ำหนัก ได้ รู้อย่างนี้แล้ว จะพลาดไม่ได้นะคะ ต้องรีบไปหาซื้อแอปเปิ้ลมาทาน กันแล้ว

ประโยชน์แครอท ช่วยป้องกัน 6 โรคร้าย เพื่อสุขภาพที่ดี

นอกจากแครอท จะช่วยป้องกันโรคร้ายได้ ยังสามารถช่วยในด้านความงาม สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ในแครอทมีวิตามิน และแร่ธาตุ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส ช่วยบำรุงเล็บ และเส้มผมให้มีสุขภาพ ที่ดีแข็งแรง อีกด้วย และในแครอทยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยทำให้ชะลอวัยได้ ทำให้ผิวไม่เกิดริ้วรอยขึ้นก่อนวัย และยังช่วยปกป้องผิวของคุณ จากแสงแดดอีกด้วยค่ะ

แครอท เป็นผักชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาประกอบเป็นอาหาร และใช้ตกแต่งอาหาร ขนม ให้ดูสวยงาม น่ากิน แครอทที่นิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นแครอทสีส้ม เพราะเนื่องจากหาซื้อได้ง่าย และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก อีกด้วย แครอท ประกอบไปสาอาหารต่างๆ มากมาย

เช่น วิตามิน C, วิตามิน B, วิตามิน E, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม,  ฟาลคารินอล ( falcarinol ) และ สารเบต้าแคโรทีน ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย ให้มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง โดยเฉพาะการป้องกัน และ รักษาโรคร้ายต่างๆ

ประโยชน์แครอท

มาดูกันว่า แครอท ช่วยป้องกันโรคร้ายอะไรได้บ้าง

1. โรคมะเร็ง

ในแครอทมีสารอาหาร ที่ช่วยป้องกัน และ ต่อต้านโรคมะเร็งได้ เช่น มะเร็งผิวหนัง

2. โรคหัวใจ

แครอท มีส่วนช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคหัวใจ และช่วยป้องกันหัวใจล้มเหลว เฉียบพลัน

3. โรคความดันโลหิตสูง

แครอท มีส่วนช่วยในการป้องกัน และรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ดี

4. โรคข้อเสื่อม

เพราะในแครอทมีสารอาหาร ที่ช่วยบำรุงไขข้อ และกระดูก ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

5. โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

 

แครอทช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง ทำให้มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

6. โรคไทรอยด์

แครอทมีวิตามินและสารอาหาร ที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด โรคไทรอยด์เป็นพิษได้

นอกจากแครอท จะช่วยป้องกันโรคร้ายได้ ยังสามารถช่วยในด้านความงาม สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ในแครอทมีวิตามิน และแร่ธาตุ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส ช่วยบำรุงเล็บ และเส้มผมให้มีสุขภาพ ที่ดีแข็งแรง อีกด้วย และในแครอทยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยทำให้ชะลอวัยได้ ทำให้ผิวไม่เกิดริ้วรอยขึ้นก่อนวัย และยังช่วยปกป้องผิวของคุณ จากแสงแดดอีกด้วยค่ะ

วันนี้เรามีสูตรจากแครอทเพื่อสุขภาพ และบำรุงผิวพรรณ ให้สวย เปล่งปลั่ง สดใส มาฝากค่ะ



สูตรน้ำแครอท

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. แครอท  1 กิโลกรัม

2. มะนาวสด 1 ลูก

3. น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม

4. เกลือ 3/4 ช้อนชา

5. เครื่องปั่นชนิดแยกกาก

6. น้ำเปล่า

วิธีทำ

1. นำแครอทมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ปลอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้น

2. นำมะนาว มาคั้นเอาเฉพาะน้ำ

3. ทำน้ำเชื่อม ( โดยผสมน้ำตาลทรายแดง และน้ำเปล่า ลงไปเขี้ยวในหม้อ )

4. นำแครอทที่หั่นเสร็จแล้ว ใส่ลงไปในเครื่องปั่น หลังจากนั้นจะได้น้ำแครอทแบบสดๆ

5. แล้วให้เติมน้ำมะนาวที่คั้นแล้ว ตามด้วยน้ำเชื่อม และ เกลือ ใส่ลงไปแล้วคนผสม ให้เข้ากัน

6. นำมาเทใส่แก้ว พร้อมดื่มได้ทันที หากใครต้องการความสดชื่น ก็สามารถเติมน้ำแข็งลงไปได้

เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าแครอทมีประโยชน์มากมายแค่ไหน ที่คุณไม่ควรพลาด เพราะว่าหาซื้อได้ง่ายมาก รับประทานก็ง่ายๆ เพราะสามารถนำมาทานแบบสดๆได้ คุณสามารถนำแครอทสดๆ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มาเป็นส่วนผสม ในสลัดผักจานโปรดของคุณให้มีสีสัน ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี แข็งแรง ได้ดีเลยทีเดียว และที่สำคัญอย่าลืม ออกกำลังกาย ควบคู่ไปด้วยนะคะ

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 6 (Switch Case)

อย่างที่ทราบกัน บทความนี้จะกล่าวถึงการ เริ่มต้นเขียนโปรแกรม ด้วย Switch Case ซึ่งการเขียนเงื่อนไขนี้ มีความแตกต่างกับ IF, ELSE แต่ทำไมถึงใช้ Switch Case

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม

Switch Case

อย่างที่ทราบกันทั่วไป เงื่อนไขสามารถกำหนดได้อย่างง่ายโดยการใช้ IF ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ คนส่วนมากนิยมใช้ IF กัน แต่บทความที่แล้วได้กล่าวถึงการใช้ IF ว่าสมควรใช้ IF ในลักษณะใด หรือกับตัวแปร ชนิดไหน บทนี้จะกล่าวถึง การใช้งาน Switch Case กันค่ะ Switch Case คืออะไร มันคือเงื่อไขเฉพาะเจาะจง ที่ถูกสร้างขึ้น หากตรงกับเงื่อนไขใดจริง จะเป็นแบบ TRUE FALSE เช่นกันกับ IF แต่มีความยืดหยุ่นกว่า IF ข้อควรระวังในการใช้ Switch case หากถูกเงื่อนไขจริงอย่างลืม Break; มันด้วยนะค่ะ ไม่งั้น Break แตกจะหาว่าไม่เตือน การเขียนโปรแกรมที่ดีใส่ default สำหรับ Caseไว้ด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาดบางประการค่ะ

ตัวอย่างที่ 1.

<?php $e['name'] = 'Boy'; if(isset($e['name'])){ switch($e['name']){ case 'Boy' : echo 'Hello Mr.'.$e['name']; break; default : echo 'Hello Guest'; break; } } ?>

จากในตัวอย่าง 1 จะเห็นได้ว่า หากเงื่อนไขตรงกับ Boy จริง จะทำการ echo ค่า Hello Mr. Boy ออกมา แต่ถ้าเงื่อนไขผิดทั้งหมด จะแสดง Hello Guest ออกมา ก็คล้ายๆ กันกับ ELSE นั่นแหละค่ะ

ตัวอย่างที่ 2.

<?php $e['name'] = 'Boy'; if(isset($e['name'])){ switch($e['name']){ case 'Boy' : case 'Annie' : case 'Kim' : case 'John' : echo 'Hello Mr.'.$e['name']; break; default : echo 'Hello Guest'; break; } } ?>




ตัวอย่างที่ 2 จะเห็นได้ว่า ลืมใส่ Break; แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้ลืมใส่นะค่ะ ชุดนี้จะหมายถึง การทำงานเหมือนกับ ELSE IF ทันที โดย ถ้าตรงกับ Boy, Annie, Kim, John จะทำการ echo ค่า Hello Mr. นั้นๆ ออกมาให้เห็นค่ะ แต่ถ้าไม่มีในเหล่านี้ ก็จะเด้งไปหา default ทันที

          การประยุกต์ใช้ Switch case นั้น ทำได้โดยหลายแบบ เช่น การดึงหน้า page ต่างๆ ด้วยการ Focus ที่ index.php แล้วใช้ switch include page ต่างๆเช่น aboutus.php เข้ามา ตรงกลาง content ในหน้า index นี่คือ 1 Trick ทำแบบนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องประกาศเรียกใช้ CSS, JS, jQuery ต่างๆ หลายๆรอบ แต่ดึงมาเฉพาะใน page index.php เท่านั้น

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ? สำหรับบทเรียน “เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 6 (Switch Case)” บทเรียนนี้เจาะลึกเกี่ยวกับการใช้ Switch case หวังว่าเพื่อนที่อ่านคงเข้าใจดี ว่าหากต้องการใช้ Switch case นั้น ควรเลือกสถานะการให้เหมาะสมกับการทำงานกันค่ะ

ข้อควรระวัง อย่าลืมใส่ Break; กันด้วยละจะหาว่าไม่เตือน บางที ประมวลผลทุกเคสเลย อย่าลืมใส่ Break; กันจ้า

เริ่มต้นการเขียนโปรแกรม

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 5 (IF ELSE)

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม เริ่มต้นเขียนโปรแกรม IF ELSE คืออะไร?           การเขียนโปรแกรมหรือการทำอะไรซักอย่าง หากไม่มีเงื่อนไข ก็ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่จะทำได้ โดยบทเรียนนี้ จะมีชื่อที่เรียกว่า เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 5 (IF ELSE) การใช้งาน IF นั้น เปรียบเสมือนกับ ข้อจำกัดบางอย่างสำหรับเงื่อไข พูดง่ายๆ คือ จริงกับเท็จ หรือ TURE, FALSE นั้นเองค่ะ

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม

IF ELSE คืออะไร?

การเขียนโปรแกรมหรือการทำอะไรซักอย่าง หากไม่มีเงื่อนไข ก็ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่จะทำได้ โดยบทเรียนนี้ จะมีชื่อที่เรียกว่า “เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 5 (IF ELSE)” การใช้งาน IF นั้น เปรียบเสมือนกับ ข้อจำกัดบางอย่างสำหรับเงื่อไข พูดง่ายๆ คือ จริงกับเท็จ หรือ TURE, FALSE นั้นเองค่ะ แต่การใช้งานแตกกต่างกันออกไป บทเรียนนี้จะยกตัวอย่าง IF ในลักษณะสองแบบ การเขียน IF ไม่จำเป็นเสมอไปที่ว่าต้องมี ELSE IF, ELSE เพื่อมารองรับทุกกรณีไป แต่อย่างไรก็ตาม การเขียนโปรแกรมที่ดีนั้น ควรมี IF, ELSE มารองรับการกระทำที่ตรงกันข้ามค่ะ

องค์ประกอบของ IF

IF ประกอบไปด้วย “แบบที่ 1 if(1 2 3)” หรือ “แบบที่ 2 if(1)” ต้องงงกันแน่ๆเลย อิอิ การเช็คเงื่อนไขของ IF จะมีค่า TRUE, FALSE เท่านั้นนะค่ะ แต่อ่านบทความนี้ น่าจะไม่งง และเข้าใจการใช้งาน IF เป็นอย่างดีนะค่ะ

แบบที่ 1 :: if(1 2 3) ยกตัวอย่างเช่น “ถ้า (นายบอย เท่ากับ ชื่อบอย)” เงื่อนไขนี้เป็นจริง หรือเท่ากับ TRUE นั่นเองค่ะ

1. คือ Condition I (ที่บ้านหนูเรียก เงื่อนไขแรก)

2. คือ Compare (เครื่องหมายเปรียบเทียบ)

3. คือ Condition II (ที่บ้านหนูเรียก เงื่อนไขที่สอง)

<?php $e['name'] = 'นายบอย'; if($e['name'] == 'นายบอย'){ echo 'นายบอย'; }else{ echo 'ชื่ออะไรไม่รู้'; } ?>

ใน Condition ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องใช้ตัวแปร เพียงอย่างเดียวในการเปรียบเทียบค่า สามารถที่จะใช้ได้ทั้งตัวแปร และ ค่าที่เป็น String มาเปรียบเทียบกันก็ได้

แบบที่ 2 if(1) ยกตัวอย่างเช่น “ถ้า (ชื่อนายบอย)” เงื่อนไขนี้เป็นจริง หรือเท่ากับ TRUE นั่นเองค่ะ

เงื่อนไขนี้จะเช็คทันทีว่าเป็นจริง TRUE เลยหรือไม่ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใส่ Compare หรือเครื่องหมายเปรียบเทียบ ก็ได้ วิธีนี้สำหรับผู้ที่เข้าใจและอยากให้การเขียน SourceCode กระชับมากยิ่งขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

<?php $e['name'] = 'นายบอย'; if($e['name']){ echo $e['name']; }else{ echo 'variable is empty'; } ?>



IF หลายเงื่อนไข (IF, ELSE IF, ELSE)

การเขียน IF แบบ มี ELSE IF นั้น ส่วนมากใช้สำหรับการเปรียบเทียบตัวตัวเ่ลข หรือ Int แต่อย่างไรก็ตาม คนส่วนมาก็จะนำมาใช้เปรียบเทียบตัวหนังสือ (String) เช่นกัน ถือว่าไม่ผิด เช่นโปรแกรมคำนวนเกรดนักเรียน (ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ต้องเจอกับเงื่อนไขนี้ Basic ล้วนๆ) ตัวอย่างเช่น

<?php
$isMark['student'] = 79;
if(isset($isMark)){
    if($isMark['student'] <= 69){
        echo 'Your have B+';
    }else if($isMark['student'] <= 79){
        echo 'Your have A';
    }else{
        echo 'Your have A+';
    }
}

IF สั้น!

การเขียน code แบบผสมผสาน การใช้ IF สั้นนั้นง่ายและสะดวกมาก แต่ใช้เพียง TRUE, FALSE เท่านั้น หรือจริง, เท็จ เท่านั้น โดยเงื่อนไข อาจหมายถึง ถ้าถูกให้ทำใน IF ถ้าผิด ให้ทำใน ELSE การเขียน IF สั้น มักจะใช้ประกอบกับ SourceCode ในส่วนต่างๆ ที่ไม่มี Tags php ร่วมอยู่ด้วย หรือไม่มีก็ได้ การเขียน IF สั้น มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

(เงื่อนไข ? หากเงื่อนไขเป็นจริง : หากเงื่อนไขเป็นเท็จ) สังเกต ได้ว่าจะมี เครื่องหมาย ? และ เครื่องหมาย : เป็นตัวแบ่งแยก ยกตัวอย่าง เช่น

<?php $e['name'] = 'นายบอย'; echo 'สวัสดี ฉันชื่อ'.(isset($e['name']) ? $e['name'] : 'ไม่ระบุชื่อ').' นามสกุล จงรักษ์'; ?>

สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้งาน IF และการใช้งานโดยปกติทั่วไป ในการใช้ตัวแปร (variable) นั้น ควรเช็คค่าก่อนเสมอๆ ว่าหากมีค่านั้นจริง ค่อยให้ทำเข้า การทำงานของ IF หรือเข้าเงื่อนไขเช็ค IF จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีค่า เข้ามาจริง หรือ ค่าว่างเปล่าด้วย หาก ค่าที่เข้ามาใน IF เท่ากับ ” (ว่างเปล่า) IF ก็จะทำงานตามปกติ (ควรระวังให้ดี) ดังนั้น การเช็คการทำงานก่อนเข้าเงื่อนไข IF ควรใช้ isset ในการเช็คเสมอๆ!

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ? สำหรับบทเรียน “เริ่มต้นเขียนโปรแกรม chapter 5” หวังว่าบทความจะมีประโยชน์อย่างมาก หรือ ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่สนใจ เริ่มต้นการเขียนโปรแกรม นะค่ะ เพื่อการทำงานที่ถูกต้องและสนุกนานไปกับการเขียนโปรแกรมจ้า

เริ่มต้นการเขียนโปรแกรม

ประโยชน์ของ มะม่วง 7 สรรพคุณป้องกันโรคร้าย ต้านมะเร็ง

ถ้าหากคุณ รับประทาน มะม่วง อย่างน้อยวันละ 1 ลูก จะช่วยป้องกัน อาการท้องผูก และ ปัญหาที่เกิดจากลำไส้ได้ ในมะม่วงยังมี สารเบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย ป้องกันแบคทีเรีย และสารพิษ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง

มะม่วง เป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่าย มีหลายสายพันธุ์ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงแก้ว มะม่วงแรด ส่วนมากหากผลมะม่วงยังไม่สุก จะมีรสเปรี้ยว แต่ถ้าหากสุกแล้วส่วนมากจะมี รสหวาน สามารถทานมะม่วงได้ทั้งแบบ ที่ยังดิบ หรือ สุกแล้วก็ได้ ประโยชน์มะม่วง มีมากมาย ที่ใครหลายคน อาจจะยังไม่รู้มาก่อน

ถ้าหากคุณ รับประทานมะม่วง อย่างน้อยวันละ 1 ลูก จะช่วยป้องกัน อาการท้องผูก และ ปัญหาที่เกิดจากลำไส้ได้ ในมะม่วงยังมี สารเบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย ป้องกันแบคทีเรีย และสารพิษ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง

ส่วนมากมะม่วงจะถูกนำมา รับประทานกันแบบสดๆ หรือ นำมาแปรรูป สำหรับเป็นอาหาร และขนม สามารถทำให้คุณอร่อยได้  ไม่ว่าจะอยู่ในเมนูไหน มีการวิจัย และการศึกษาพบว่า มะม่วงยังมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ถ้าหากคุณนำมะม่วง มาอยู่ในมื้ออาหารของคุณ เป็นประจำทุกวัน

ประโยชน์ มะม่วง สรรพคุณป้องกันโรคร้าย

มาดูกันว่ามะม่วง ให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง?

เพราะในมะม่วงประกอบไปด้วย สารอาหาร และวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามิน C ,วิตามิน B, วิตามิน A, ไฟเบอร์, สารเบต้าแคโรทีน, ธาตุเหล็ก ฯลฯ ที่มีส่วนช่วยบำรุง และป้องกันการเกิดโรคต่างๆ และช่วยทำให้ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อีกด้วย

1. ช่วยเพิ่มความทรงจำ ป้องกันความจำเสื่อม ทำให้สมาธิดี

2. ช่วยป้องกัน การอักเสบของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานปกติ

3. มีส่วนช่วยป้องกัน ความดันโลหิตสูง ได้

4. ช่วยป้องกันการเกิด โรคมะเร็ง ได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง ฯลฯ

5. ช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคหัวใจ

6. ช่วยป้องกัน และรักษาโรคเบาหวาน

7. ช่วยป้องกันโรคที่เกิดกับดวงตา และบำรุง รักษาสายตาให้มีสุขภาพดี


สูตรสมูทตี้มะม่วง เพื่อเพิ่มเบต้าแคโรทีน

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. มะม่วงสุก 400 กรัม

2. กล้วยหอม ครึ่งลูก

3. แอปเปิ้ล ครึ่งลูก

4. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย

5. นมสดรสจืด 1/4 ถ้วย

6. ใบสาระแน่ เล็กน้อย

7. เครื่องปั่น

วิธีทำ

1. นำมะม่วงสุก แอปเปิ้ล และกล้วยหอม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เทลงไปในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากันอย่างละเอียด

2. เติมนมสด และ โยเกิร์ต ลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้เข้ากัน

3. หลังจากนั้น เทลงใส่แก้ว แล้วสามารถดื่มได้ทันที

( สูตรนี้จะทำให้คุณได้รับ สารเบต้าแคโรทีน ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกาย ลองทำกันดูนะคะ )

รู้แล้วใช่ไหมว่า มะม่วง มีประโยชน์ที่ดี ต่อสุขภาพร่างกาย มากมายแค่ไหน สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบ ทานมะม่วงแบบสดๆ ก็ลองทำเป็นสมูทตี้มะม่วง ทานก็ยังได้ และที่สำคัญควร รับประทานในปริมาณที่พอดี อย่ามากเกินไป เพราะเดี่ยวอาจจะ ทำให้ได้รับผลเสียได้

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Chapter 4 (Try Catch)

Try Catch สำหรับ PHP คือ สิ่งที่ตรวจสอบ และดักจับการทำงานของ Script บางอย่าง เพื่อไม่ให้การทำงาน เกิด Bugs หรือ การทำงานของโปรแกรมผิดพลาด ถ้าการทำงานผิดพลาดแล้วส่งผลให้ Script ทำการคำนวนหรือ ประมวลผลต่อไป มันก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีกับโปรแกรมนั้นเลย

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม

Try Catch คืออะไร?

Try Catch สำหรับ PHP คือ สิ่งที่ตรวจสอบ และดักจับการทำงานของ Script บางอย่าง เพื่อไม่ให้การทำงาน เกิด Bugs หรือ การทำงานของโปรแกรมผิดพลาด ถ้าการทำงานผิดพลาดแล้วส่งผลให้ Script ทำการคำนวนหรือ ประมวลผลต่อไป มันก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีกับโปรแกรมนั้นเลย

การเขียน Methods ที่ดี หรือการเขียนที่ไม่ต้องทำให้ ผู้ร่วมงานได้ปวดหัวกันมากคือ การใช้ Try Catch เพื่อบอก Debug หรือข้อผิดพลาดในการประมวลผลต่างๆ ประโยชน์ของ Try Catch นั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดอย่างร้ายแรงเลยก็ว่าได้ ลองมาดูตัวอย่างการใช้งาน Try Catch กันเลย

<?php
function _alert($x=null) {
    if(isset($x)){
        return '<img src="data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAIAAAAAAAP///yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7" data-wp-preserve="%3Cscript%3Ealert(%5C''.%24x.'%5C')%3B%3C%2Fscript%3E" data-mce-resize="false" data-mce-placeholder="1" class="mce-object" width="20" height="20" alt="&lt;script&gt;" title="&lt;script&gt;" />';
    }else{
        throw new Exception('variable x is Null');
    }
}
 
try {
    echo _alert();
    echo _alert('Hello World');
} catch (Exception $e) {
    echo 'Caught exception: ',  $e->getMessage(), "\n";
}
?>




จะเห็นได้ว่า มีข้อความ variable x is Null ขึ้นแล้วโปรแกรมจะหยุดการทำงานทันที โปรแกรม จะไม่ทำการ Alert ข้อความ Hello World ออกมาให้ ฉะนั้น ประโยชน์ของการใช้ Try Catch นั้น เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้นที่ควร เขียนและง่ายต่อการ ตรวจ Debug งาน อาจประยุกต์ใช้สำหรับ การทำงาน หรือ Methos ที่สำคัญๆ

ข้อสังเกต สำหรับ บรรทัดที่ 6 throw new Exception(‘variable x is Null’); เราสามารถทำการเปลี่ยน String ใน () วงเล็บ เป็นอะไรก็ได้ โดยอาจใส่ เช่น TRO-L6 ถ้ามี Error นี้เกิดขึ้นจริง เราก็จะได้รู้ว่า เขียนเป็นแบบ Try Catch บรรทัดที่ 6 หรืออาจทำเอกสารอ้างอิงว่า รหัส TROL6 นั้นหมายถึงอะไรก็เป็นได้ (ใช้สำหรับการทำ API)

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ? สำหรับ บทเรียน “เริ่มต้นเขียนโปรแกรม chapter 4” หากท่านใดลองใช้และประยุกต์ในการทำงาน จะเป็นผลดีมากสำหรับการทำงานค่ะ

เริ่มต้นเขียนโปรแกรม

สูตรดีท็อกซ์ 4 สูตรขับสารพิษด้วยน้ำผักและผลไม้

การดีท็อกซ์ร่างกายนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในร่างกายของเรา อาจมีสารพิษตกค้างอยู่ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะสารพิษสามารถเข้าไปสู่ ในร่างกายของเราได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ที่สารพิษเจือปนอยู่ หรือเข้าสู่ร่างกาย โดยทางเดินหายใจ ก็เป็นได้ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะ ไม่สามารถป้องกัน ไม่ให้สารพิษเข้ามาสู่ร่างกาย ได้ 100% หรือ บางครั้งอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

การดีท็อกซ์ ( Detox ) ร่างกายนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในร่างกายของเรา อาจมีสารพิษตกค้างอยู่ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะสารพิษสามารถเข้าไปสู่ ในร่างกายของเราได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ที่สารพิษเจือปนอยู่ หรือเข้าสู่ร่างกาย โดยทางเดินหายใจก็เป็นได้ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะ ไม่สามารถป้องกัน ไม่ให้สารพิษเข้ามาสู่ร่างกาย ได้ 100% หรือบางครั้งอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ( สูตรดีท็อกซ์ )

ส่วนสาเหตุของ อาการท้องผูก หรือ ใครที่รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง แล้วต้องการตัวช่วย ในเรื่องระบบขับถ่ายที่ดี ต้องการให้ลำไส้สะอาด และอยากขับสารพิษ ที่มีอยู่ในร่างกาย และลำไส้ให้ออกไป การดีท็อกซ์ก็สามารถช่วยคุณได้ วันนี้เรามีสูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยการนำผัก และผลไม้มาทำเป็นเครื่องดื่ม เพื่อช่วยดีท็อกซ์ สำหรับคุณกันค่ะ

ผัก และผลไม้ ที่สามารถช่วยดีท็อกซ์ได้ เป็นผัก และผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป หรือ คุณอาจจะมีอยู่แล้ว ที่แช่ไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผัก และผลไม้พวกนั้น ก็สามารถนำมา ทำให้เกิดประโยชน์ ได้ ด้วยการนำมาทำเป็น เครื่องดื่มเพื่อช่วยในเรื่อง ของการดีท็อกซ์ สารพิษออกจากร่างกายได้

จึงสำคัญอย่างมาก ที่เราต้องทำการดีท็อกซ์ เพื่อขับล้างสารพิษ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย ออกจากร่างกายบ้าง โดยสามารถทำได้ ด้วยตัวเองในวิธีที่ง่าย ด้วยสูตรดีท็อกซ์ แบบธรรมขาติ ส่วนผัก และผลไม้ ที่สามารถช่วยดีท็อกซ์ ขับสารพิษออกจากร่างกาย มีมากมายหลายชนิด เช่น มะนาว บีทรูท หน่อไม้ฝรั่ง พริก กระเทียม ตะไคร้ ใบโหระพา สับปะรด และมะละกอ ฯลฯ เป็นต้น

สูตรดีท็อกซ์

สูตรดีท็อกซ์

1.สูตรดีท็อกซ์ ช่วยไตขับสารพิษ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. มะนาว 2 ลูก

2. หน่อไม้ฝรั่ง 1 ถ้วยตวง

3. น้ำต้มสุก / น้ำแข็ง 1 ถ้วย

4. เกลือ เพียงเล็กน้อย

5. ผ้าขาวบาง

6. เครื่องปั่น

วิธีทำ

1. นำมะนาว ล้างให้สะอาด แล้วคั้นเอาแต่น้ำ

2. นำหน่อไม้ฝรั่ง ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปั่นให้ละเอียด นำไปใส่ในผ้าขาวบาง แล้วคั้นเอาแต่น้ำ

3. หลังจากนั้น ให้นำทุกอย่าง มาปั่นให้เข้ากันอย่างละเอียด

4. สามารถเติมน้ำต้มสุก หรือ น้ำแข็ง ลงไปในเครื่องปั่นก็ได้ แล้วปั่นให้เข้ากัน

5. นำมาเทใส่แก้ว แล้วสามารถดื่มได้ทันที

สูตรนี้จะช่วยดีท็อกซ์ ขับสารพิษ ที่สะสม อยู่ที่ไตของคุณ ให้ออกมาได้

2. สูตรดีท็อกซ์ ช่วยขับปัสสาวะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วยตวง

2. สับปะรด 1 ถ้วยตวง

3. มะละกอ 1/3 ถ้วยตวง

4. น้ำต้มสุก / น้ำแข็ง 1 ถ้วย

5. เครื่องปั่น

วิธีทำ

1. นำ บลูเบอร์รี่ สับปะรด มะละกอ เทลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้ละเอียด

2. หลังจากนั้น ให้เติมน้ำต้มสุก หรือ น้ำแข็ง ลงไปในเครื่องปั่นก็ได้ แล้วปั่นให้เข้ากัน

3. นำมาเทใส่แก้ว แล้วสามารถดื่มได้ทันที

สูตรนี้จะช่วยกระตุ้น ให้ของเสียขับออกมา ทางปัสสาวะ สูตรนี้ยังสามารถ ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ในทางเดินปัสสาวะ และป้องกันการติดเชื้อได้

สูตรดีท็อกซ์


3. สูตรดีท็อกซ์ ช่วยตับขับสารพิษ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. แอปเปิ้ล 1 ลูก

2. มะนาว 1 ลูก

3. บีทรูท 1 ถ้วยตวง

4. น้ำต้มสุก / น้ำแข็ง 1 ถ้วย

5. เครื่องปั่น

วิธีทำ

1. นำแอปเปิ้ล มาล้างให้สะอาด ไม่ต้องปลอกเปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

2. นำมะนาว มาล้างให้สะอาด คั้นเอาแต่น้ำ

3. นำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว บีทรูทที่หั่นแล้ว เทลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้เข้ากัน อย่างละเอียด

4. หลังจากนั้น ให้เติมน้ำต้มสุก หรือ น้ำแข็ง ลงไปในเครื่องปั่นก็ได้ แล้วปั่นให้เข้ากัน

5. นำมาเทใส่แก้ว แล้วสามารถดื่มได้ทันที

สูตรนี้จะช่วยกระตุ้น การขับสารพิษออกจากตับ ช่วยบำรุงตับได้ และยังสามารถช่วย ในเรื่องของการ ต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วย

4. สูตรดีท็อกซ์ ช่วยลำไส้ขับสารพิษ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. อัลมอนด์ 1/3 ถ้วยตวง

2. มะนาว 2 ลูก

3. มะละกอ 1 ถ้วยตวง

4. เสาวรส 2 ลูก

5. กีวี่ 1 ลูก

6. น้ำต้มสุก / น้ำแข็ง 1 ถ้วย

7. เครื่องปั่น

สูตรดีท็อกซ์

วิธีทำ

1. นำมะนาว มาล้างให้สะอาด คั้นเอาแต่น้ำ

2. นำน้ำมะนาว อัลมอนด์ มะละกอ เสาวรส กีวี่  เทลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้เข้ากัน อย่างละเอียด

3. หลังจากนั้น ให้เติมน้ำต้มสุก หรือ น้ำแข็ง ลงไปในเครื่องปั่นก็ได้ แล้วปั่นให้เข้ากัน

4. นำมาเทใส่แก้ว แล้วสามารถดื่มได้ทันที

สูตรนี้จะช่วย ล้างสารพิษที่เจือปน และสะสมอยู่ภายในในลำไส้ และยังช่วยในการเผาผลาญ ทำให้ระบบขับถ่ายดี ส่งผลทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

สูตรการดีท็อกซ์ ขับล้างสารพิษ ให้ออกจากร่างกาย คุณก็สามารถทำเองได้ ด้วยวิธีง่ายๆ ลองทำกันดูนะค่ะ