หน้าแรก Health เล็บขบ เล็บคุด เกิดจากอะไร? วิธีป้องกันรักษา

เล็บขบ เล็บคุด เกิดจากอะไร? วิธีป้องกันรักษา

0
เล็บขบ
เล็บขบ
Advertisement

ปัญหาความเจ็บปวดของ อาการ เล็บขบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ ต่างก็คงเคยประสบกับ ปัญหานี้มาก่อน ถึงแม้ว่าอาการเล็บขบ อาจจะไม่ได้รุนแรง มากเท่าไหร่ แต่ก็สามารถทำให้ ใครหลายคน ได้รับอาการเจ็บปวด หรือ ทรมานอยู่ไม่น้อย

อาการ เล็บ ขบ หากใครเคยประสบกับปัญหานี้ ก็จะใช้เวลาหลายวัน หรือ เกือบสัปดาห์ เลยทีเดียวกว่าจะหายจากแผล และ อาการเจ็บปวดได้ สาเหตุที่ทำให้เกิด อาการเล็บขบ มีหลายสาเหตุ แต่สำหรับบางคน อาจไม่เคยเจอกับปัญหาของ อาการเล็บขบนี้เลย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า คุณดูแลรักษา สุขภาพของเล็บ ได้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับใครที่เคย ประสบกับปัญหา ของอาการเล็บขบบ่อยๆ ก็ยังสามารถป้องกัน และรักษาไม่ให้ เกิดอาการของเล็บขบ ได้อีก หรือ สามารถทำให้เกิดขึ้น ได้น้อยที่สุด หากคุณรู้ถึงวิธีการป้องกัน และรักษาอย่างถูกวิธี ปัญหาเล็บขบ ก็ไม่สามารถทำให้คุณ กังวลใจได้อีกต่อไป

เล็บขบคืออะไร?

เป็นอาการที่เกิดจาก การมีแผลเกิดขึ้น ในบริเวณของเล็บ หรือ ซอกเล็บ ที่เกิดจากการที่ผิวหนัง บริเวณเล็บถูกปลายเล็บ ทิ่มแทงลงเข้าไปในเนื้อ แล้วทำให้เกิดเป็นแผลอักเสบ มีอาการเจ็บปวด ส่วนมากพบได้ใน เล็บเท้า มากกว่าเล็บมือ

สาเหตุของเล็บขบ

1. การสวมรองเท้า

สำหรับใครที่มักชอบใส่รองเท้า ที่มีขาดเล็กกว่าเท้า หรือ ใส่แล้วรู้สึกคับ จะทำให้เท้าถูกการบีบ จากรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าที่มีความแข็ง และมีความหนา จะยิ่งทำให้เท้าถูกกดทับได้มาก และเล็บเท้าก็จะเกิดการเบียดกัน ทำให้ผิวหนังบริเวณ ด้านข้างของเล็บ ถูกกดทับด้วยเล็บเท้า ที่มีความแข็งอยู่แล้ว จนทำให้เกิดเป็นแผล มีอาการเจ็บ หรือ ปวด ซึ่งเป็นสาเหตุของ อาการเล็บขบได้

2. กิจกรรมระหว่างวัน

การทำกิจกรรมระหว่างวัน เช่น การเดิน การวิ่ง และการเล่นกีฬา สามารถทำให้อุบัติเหตุ เกิดขึ้นกับเล็บได้ จากการถูกกระแทก และชน กับวัตถุที่มีความแข็ง ซึ่งเป็นเหตุทำให้ผิวหนัง บริเวณเล็บ หรือ ขอบเล็บ เกิดเป็นแผลขึ้น ทำให้เกิดอาการเล็บขบได้


3. สุขภาพเล็บ

การไม่ดูแลรักษา ทำความสะอาดเล็บมือ เล็บเท้า จะสามารถทำให้เชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อรา สะสมอยู่ในเล็บเพิ่มมากขึ้น และยิ่งถ้าหากสะสมเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยง พบกับปัญหาของ อาการเล็บขบได้

4. การตัดเล็บ

การตัดเล็บมือ เล็บเท้า อย่างผิดวิธี เป็นสาเหตุหลักที่สำคัญมาก สำหรับการเกิดเล็บขบ เพราะถ้าหากคุณตัดเล็บ ไม่ถูกวิธีแล้ว จะทำให้เล็บที่งอก ขึ้นมาใหม่ สามารถงอกลงไปในผิวเนื้อ ผิดจากทิศทางเดิม ในบริเวณข้างขอบเล็บ แล้วจะทำให้เล็บเจาะลงไป ในผิวหนังบริเวณใต้เล็บ และขอบเล็บ ทำให้เกิดอาการเล็บขบได้

5. รูปทรงของเล็บ

สำหรับปัญหา เรื่องรูปทรงของเล็บ ที่มีลักษณะใหญ่ หรือ กว้าง จะทำให้เล็บเกิดการเบียดกัน มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของ อาการ เล็บ ขบ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หรือ หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็สามารถหาวิธีป้องกันได้ สำหรับผู้ที่มีรูปทรงของเล็บใหญ่ หรือ กว้าง ก็ต้องให้การดูแล และใส่ใจมากเป็นพิเศษ

อาการของเล็บขบ

1. มีการเจ็บปวดมาก บางครั้งแทบทนไม่ได้ ทำให้การเดิน และการสวมใส่รองเท้า ได้ลำบาก

2. มีอาการบวมตรง มีรอยช้ำ และรอยแดง บริเวณเล็บขบ

3. มีแผลที่เป็นหนอง และเลือดปนหนอง บริเวณเล็บขบ เป็นสาเหตุของการ ติดเชื้อโรค และแบคทีเรียเพิ่มได้มากขึ้น

4. หากมีอาการรุนแรงมาก และไม่ได้รับการรักษา อย่างถูกวิธี ก็มีความเสี่ยง ทำให้เล็บหลุด ออกมาได้

การป้องกันเล็บขบ

1. ควรเลือกสวมใส่รองเท้า ที่มีขนาดพอดีกับเท้า ไม่ใหญ่ หรือ เล็กจนเกินไป

2. ควรทำความสะอาดเท้า อย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกวัน โดยการล้างและขัด เพื่อป้องกันไม่ให้ เชื้อโรค เชื้อรา และแบคทีเรีย สะสมอยู่ในเล็บได้

3. ควรตัดเล็บมือ และเล็บเท้า ให้ถูกวิธี และไม่ควรตัดให้เข้าเนื้อ หรือ ชิดเนื้อมากเกินไป จนทำให้เกิดเป็นแผล

4. ไม่ควรให้เท้าอับชื้น ด้วยการใส่รองเท้าทั้งวัน โดยที่ไม่ถอดรองเท้า เพื่อระบายความอับชื้นเลย เพราะถ้าหากเท้าอับชื้น ก็จะทำให้เท้าติดเชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อโรค เป็นสาเหตุของเล็บขบ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

5. ไม่ควรแคะ หรือ แกะเล็บ ด้วยวัตถุที่มีความแข็ง และไม่สะอาด เพราะอาจจะทำให้ ผิวข้างเล็บเกิดเป็นแผล และติดเชื้อขึ้นได้

6. ไม่ควรเดินเท้าเปล่า ควรสมรองเท้า หรือ ถุงเท้าทุกครั้ง เพราะการไม่ใส่รองเท้าจะทำให้ เศษของดิน ฯลฯ เข้าไปสะสมในบริเวณใต้เล็บ และซอกเล็บได้ง่าย จะทำให้เกิดอาการเล็บขบ ได้

การรักษาเล็บขบ

1. การใช้เกลือ โดยการนำเกลือชนิดป่น ใส่ยัดเข้าไปในบริเวณ ที่มีเล็บขบ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะสามารถช่วยให้ อาการของเล็บขบ ค่อยๆหายไป

2. การแช่เท้า โดยการแช่เท้าในน้ำอุ่น ที่ผสมด้วยเกลือป่น ประมาณ 15 – 20 นาที จะสามารถช่วยบรรเทา อาการเจ็บปวดได้ดี

3. การแคะเอาเศษที่อุดตัน หรือ หนอง ในเล็บออกแล้วทำความสะอาด ด้วยการใช้แอลกอฮอล์ ล้างบริเวณที่มีเล็บขบ ให้สะอาด จะสามารถช่วยฆ่า เชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อราได้

4. การใช้สมุนไพร ช่วยในการ รักษาอาการเล็บขบ เช่น ใบฝรั่ง มะนาว และไพล มาบด หรือ โขลก ให้ละเอียด แล้วใช้พอกบริเวณ ที่มีอาการเล็บขบ แล้วใช้ผ้าพันทิ้งไว้ ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยรักษา อาการเล็บขบได้

หากใครที่ไม่อยากมีอาการเล็บขบ ก็ควรป้องกันและรักษา สุขภาพของเล็บ ให้สะอาดและดีอยู่เสมอ และถ้าหากผู้ที่เกิดอาการเล็บขบแล้ว ก็สามารถนำวิธีของเรา ไปช่วยในการรักษาได้ แต่ถ้าหากมีอาการ เล็บ ขบ ที่มีความรุนแรงมาก ก็ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยในการรักษา จึงจะดีที่สุด