มือเท้าปาก โรคมือเท้าปาก เกิดได้อย่างไร? อันตรายที่ควรป้องกัน

0
มือเท้าปาก
มือเท้าปาก

โรค มือเท้าปาก เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ หลายคนกังวลใจ เพราะโรคมือเท้าปาก มักพบได้มากในเด็กเล็ก เพราะเด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ที่แข็งแรงเท่ากับผู้ใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ หรือ พ่อแม่ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในการดูแลเอาใจใส่ ป้องกัน และให้คำแนะนำสำหรับ ลูกรักให้ดีที่สุด

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ใหญ่จะไม่สามารถติดเชื้อโรค มือเท้าปาก ได้ เพราะถ้าหากผู้ใหญ่ ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ มีร่างกายที่อ่อนแอ ไม่แข็งแรง และกำลังป่วยอยู่ หากได้สัมผัส หรือ คลุกคลีกับผู้ที่มีเชื้อ โรคมือเท้าปาก ก็มีความเสี่ยงที่จะสามารถ ทำให้ติดเชื้อโรคมือเท้าปาก ได้เช่นกัน

โรคมือเท้าปาก คือ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสใน แฟมิลีพิคอร์นาไวริดี และ สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นไวรัสคอกแซคกี เอ และ Enterovirus 71 และ เชื้อก่อโรคที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ค็อกแซกกีเอชนิด 16 ที่มีอาการรุนแรง แต่จะหายได้เองในส่วนใหญ่ แต่เชื้อที่มีความรุนแรงมาก คือ ไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 แต่ก็พบได้น้อยที่สุด และโรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่ติดเชื้อในมนุษย์

และสามารถพบได้บ่อย และติดต่อได้ง่าย โดยส่วนมากจะติดต่อ ผ่านทางอุจจาระ น้ำมูก และน้ำลาย เช่น การกินอาหาร น้ำดื่ม ขนม หรือ วัตถุที่มีการปนเปื้อน ของเชื้อโรคชนิดนี้ ติดอยู่ร่วมกัน ซึ่งในเด็กแน่นอนอยู่แล้วว่า คงไม่ทันได้ระวัง จึงสามารถมักพบ โรคมือเท้าปาก ได้มากที่สุด ในโรงเรียนเด็กที่อยู่ร่วมกันหลายคน

โรค มือเท้าปาก มีอาการยังไง ?

1. มีอาการรู้สึกไม่สบาย มีไข้ มีน้ำมูก และเจ็บปาก เจ็บคอ เหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา ในระยะแรก และอาจจะยังไม่มี อาการอย่างอื่นร่วมด้วย

2. มีอาการอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีเรี่ยวแรง ลุกไม่ขึ้น

3. มีอาการรู้สึกเบื่ออาหาร ไม่อยากกินอาหาร

4. มีจุดแดง และนูน หรือ มีตุ่มใส ที่บริเวณของปาก ลิ้น เหงือก และในฝ่ามือ ฝ่าเท้า แต่จะไม่มีอาการ คัน หรือเจ็บ หรือ อาจจะมีอาการคันได้ ในบางราย

5. มีอาการปวดศีรษะมาก รู้สึกเวียนศีรษะ ร่วมด้วยการอาเจียน

6. มีการหายใจที่ไม่สะดวก หายใจเหนื่อย หอบ

7. มีอาการซึม เพ้อ และ อาจมีอาการชักร่วมด้วย


อันตรายจากโรคมือเท้าปาก?

1. เกิดภาวะขาดน้ำ

อาจเกิดภาวะ ที่ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากผู้ที่มีอาการ โรคมือเท้าปาก มักจะเบื่ออาหาร ไม่ยอมรับประทานอาหาร ไม่ยอมดื่มน้ำ หรือ ทานไม่ได้ เนื่องจากมีแผลในปาก จึงทำให้รับประทานอาหาร และดื่มน้ำลำบาก

2. อันตรายถึงชีวิต

มีคณะศึกษาการระบาดในสิงคโปร์ เมื่อ ค.ศ. 2000 พบ่วาการมีอาการอาเจียน เม็ดเลือดขาวสูง และ การไม่พบรอยโรคในปาก เป็นปัจจัยเสี่ยงที่พยากรณ์ว่า ผู้ป่วยอาจมีภาวะแทรกซ้อน ถึงเสียชีวิตได้

3. ไขสันหลังอักเสบ

เป็นอาการที่มีภาวะแทรกซ้อน ได้ภายหลังหากไม่ได้รับ การรักษาเบื้องต้น โรคมือเท้าปาก ในอาการขั้นแรก อาจทำให้ลุกลาม ไปถึงเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้ไขสันหลังเกิดการอักเสบได้

4. เยื้อหุ้มสมองอักเสบ

เป็นอาการที่มี ภาวะแทรกซ้อนภายหลัง ที่อาจทำให้เยื้อหุ้มสมองอักเสบ และ มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ในระบบประสาทได้ แต่อาจจะไม่เกิดขึ้น หากได้รับการรักษา อย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก หรือ อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่มีความรุนแรงมาก และ อาจสามารถหายไปได้เอง

5. กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

หากได้รับเชื้อ โรคมือเท้าปาก ชนิดรุนแรงแล้วไม่ได้รับการรักษา อาจจะมีความเสี่ยง เกิดภาวะแทรกซ้อน ได้ภายหลังซึ่งอาจทำให้ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้

6. ผิวหนังติดเชื้อ

หากตุ่ม พุพอง แล้วเกาจนทำให้มีแผลอักเสบ อาจทำให้ผิวหนัง ได้รับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อโรค ชนิดอื่นๆ ผ่านทางผิวหนังได้ ทางที่ดีไม่ควรให้ผู้ป่วย โรคมือเท้าปาก เกา หรือ แคะตุ่มโดยเด็ดขาด

ป้องกันโรคมือเท้าปาก ได้อย่างไร?

1. สำหรับเด็กเล็ก ควรฝึก และสอน หรือ ให้คำแนะนำ ในการล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทาน อาหาร ทุกครั้งเป็นประจำเสมอ

2. หากพบว่ามีผู้ป่วย โรคมือเท้าปาก อยู่ร่วมด้วย ก็ไม่ควรใกล้ชิด หรือ คลุกคลี กับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ควรหาวิธีป้องกัน โดยอาจใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก

3. หากต้องรับประทานอาหาร ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ โรคมือเท้าปาก ก็ควรรับประทานอาหาร โดยใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ไม่ควรใช้ช้อนร่วมกัน ในการตักอาหาร

4. ควรทำความสะอาด ภาชนะต่างๆ เช่น ของเล่น กระเป๋า อุปกรณ์การเรียนให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรค ที่อาจทำให้เป็น โรคมือเท้าปาก ได้

5. ไม่ควรรับประทานอาหาร ที่ปรุงทิ้งไว้ หรือ มีแมลงวันตอม เพราะอาจมีเชื้อของโรคมือเท้าปาก อยู่ในอาหารนั้น ควรรับประทานอาหาร ที่ปรุงสุกใหม่ และสะอาด จึงจะดีกว่า เพื่อเป็นการป้องกัน ที่ดีที่สุด

6. ควรหมั่นทำความสะอาด ห้อง หรือ สถานที่อยู่ เช่น โรงเรียนเด็กอนุบาล และสถานที่ ที่มีเด็กหลายคน อยู่ร่วมกัน ให้สะอาดอยู่เสมอ ควรให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรให้ห้องอับชื้น เพราะถ้าหากห้องอับชื้น หรือ สกปรก ก็อาจจะทำให้เชื้อ โรคมือเท้าปาก แพร่กระจายไป ได้มากยิ่งขึ้น

หากพบว่าลูกรัก หรือ ตัวคุณเอง มีอาการคล้าย และใกล้เคียงกับอาการของ โรคมือเท้าปาก ไม่ควรใช้วิธีการรักษาด้วยตัวเอง ควรรีบไปพบแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพราะถ้าหากพบว่า มีการติดเชื้อโรคเท้าปาก แล้วไม่ได้รับการรักษา หากมีอาการเรื้อรัง หรือ รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน จากโรคต่างๆ ได้ และอาจมีอันตรายถึงชีวิต

แต่ถึงอย่างไร โรคมือเท้าปาก ไม่ได้มีอันตรายที่รุนแรง หากได้รับการรักษาที่ถูกวิธี จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะสามารถป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ของโรคอื่นๆ และ จะช่วยทำให้โรคมือเท้าปาก หายไปได้อย่างปลอดภัย

ข้อมูลอ้างอิง : (“โรคมือ เท้า และปาก”, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

Advertisement