งูสวัด 6 กลุ่มเสี่ยงโรคงูสงัด อาการ วิธีป้องกัน ภาวะแทรกซ้อน

0
งูสวัด
งูสวัด

โรคงูสวัด หรือ Herpes zoster เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ ( Varicella – zoster virus ) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัส ชนิดเดียวกับ ไวรัสที่เป็นสาเหตุของ โรคอีสุกอีใส ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย งูสวัด เป็นอีกโรคหนึ่ง ที่มีอันตรายถึงชีวิต ได้เช่นกัน หากผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ แล้วไม่รีบไปรักษาโดยเร็ว

และมักเคยได้ยิน ผู้คนพูดต่อๆ กันมาว่า หากเป็นงูสวัด แล้วมีตุ่มขึ้น พันรอบเอวจนมา บรรจบกัน จะทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งในกรณีที่มีตุ่มขึ้น พันจนครบทั้งสองด้าน ของร่างกายนั้น ยังไม่เคยพบ และมีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่จะเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต คงเป็นเพราะภาวะแทรกซ้อน ของโรคงูสวัดมากกว่า ซึ่งผู้ป่วยบางราย ที่พบว่าเป็นโรคงูสวัด แล้วไม่รีบไปรักษาโดยเร็ว ก็จะทำให้เกิด ภาวะแทรกซ้อน ที่มีอันตรายถึงชีวิตได้

กลุ่มเสี่ยงเป็น งูสวัด

1. ผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มบุคคล ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะเป็นวัยที่ ร่างกายเริ่มมีภูมิต้านทานลดลง

2. กลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีภาวะความเครียดสูง เพราะความเครียด ส่งผลให้ร่างกาย มีภูมิคุ้มกันลดลง

3. ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต่ำ

4. ผู้ที่นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ

5. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง โรคเอชไอวี โรคไต โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เป็นต้น ฯลฯ

6. ผู้ที่เคยเป็น โรคอีสุกอีใส เนื่องจากเชื้อไวรัส ที่หลงเหลือ หลังจากหายจากโรคอีสุกอีใส เชื้อไวรัสตัวนี้ จะเข้าไปหลบ ซ่อนอยู่ในปมประสาท แล้วเมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอ เชื้อไวรัสตัวนี้ ก็จะกำเริบ แสดงอาการ เกิดเป็นโรคงูสวัดได้

อาการโรคงูสวัด

1. มีไข้ ตัวร้อน ในบางราย มีอาการคล้ายไข้หวัด ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้น ก่อนแสดงอาการ ผื่นหรือตุ่มแดงนูน ประมาณ 2 – 3 วัน

2. มีอาการปวดศีรษะ ในบางรายมีอาการปวดมาก

3. มีอาการปวดท้อง

4. มีอาการอ่อนเพลีย และปวดเมื่อยตามลำตัว

5. มีผื่นหรือตุ่มแดงนูนขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเกิด ผื่นหรือตุ่มขึ้นบริเวณเอว เรียงกันเป็นแนวยาว ตามเส้นประสาท ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย ในบางรายอาจเกิดผื่นหรือตุ่ม ขึ้นบริเวณอื่น ของร่างกาย เช่น ใบหน้า แขน ขา คอ ดวงตา และหู ฯลฯ เป็นต้น

6. มีอาการคัน ปวด แสบร้อน บริเวณที่มีผื่นหรือตุ่มขึ้น

7. หลังเกิดผื่นหรือตุ่มแดง 1 วัน ผื่นและตุ่มก็จะกลายเป็นตุ่มน้ำใส



วิธีป้องกัน โรคงูสวัด

1. ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย

2. รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

3. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยควรนอน ให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง / วัน

4. ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุ หรือสถานที่ ที่ก่อให้เกิดภาวะเครียด

5. ควรหลีกเลี่ยง การสัมผัสโดนตุ่มหรือผื่น ของผู้ป่วยโรคงูสวัด

6. ฉีดวัคซีนป้องกัน โรคงูสวัด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคงูสวัด ที่อันตราย

1. อาจเกิดแผลขึ้น บริเวณกระจกตา อาจทำให้สูญเสีย การมองเห็นได้

2. อาจเกิดการติดเชื้อ บริเวณผิวหนัง

3. อาจเกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบ

4. อาจส่งผลกระทบต่อ ระบบหัวใจ ไต และปอดได้

5. อาจส่งผลกระทบ ต่อทารกในครรภ์ ได้โดยตรง ในกรณีที่เกิดโรคงูสวัดขึ้น กับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์

หากคุณสังเกตุพบว่า ตัวคุณเอง และคนใกล้ตัว มีอาการคล้ายคลึง โรคงูสวัด ควรรีบพาไป พบแพทย์โดยทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยง ในการเกิดภาวะแทรกซ้อน และการเสียชีวิตได้ และที่สำคัญ ควรหลี่กเลี่ยง และไม่ควร สัมผัสโดนตุ่มหรือผื่นของผู้ป่วย ที่ป่วยเป็นโรคงูสวัด เนื่องจากโรคงูสวัด เป็นโรคติดต่อ ได้โดยการสัมผัส

Advertisement